เสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้นห้องน้ำสม่ำเสมอ ไอน้ำอุ่นลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ อิงดาวยืนหลับตานิ่งขณะที่น้ำไหลผ่านเรือนร่างบาง เธอพยายามปล่อยให้ความวุ่นวายในหัวไหลออกไปพร้อมกับสายน้ำ
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ยังผุดขึ้นมาไม่หยุด
ลมหายใจอุ่นของวาคินน์
อ้อมแขนที่โอบเอวเธอไว้
สายตาคมที่มองเธอใกล้จนหัวใจเต้นแรง
เธอรีบลืมตาขึ้น และส่ายหัวเบา ๆ
“คิดบ้าอะไรเนี่ย…อิงดาว”
เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบอาบน้ำให้เสร็จ
ไม่กี่นาทีต่อมา อิงดาวก็ออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น เธอใช้ผ้าขนหนูซับปลายผมที่ยังเปียกหมาด ๆ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า
อิงดาวค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออกมา
ทันทีที่ก้าวออกมาสู่ห้องนั่งเล่น เธอก็เห็นวาคินน์นั่งอยู่บนโซฟาก่อนแล้ว ร่างสูงเอนพิงพนัก ขายาววางไขว่ห้างปล่อยตัวสบาย ๆ
บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีเอกสารวางอยู่
สายตาคมของเขาเงยขึ้นมองเธอช้า ๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของเธอ
“อิงดาว มานั่งนี่”
เสียงทุ้มเรียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือใหญ่ตบเบาะโซฟาข้างตัวเบา ๆ
ไม่ใช่คำชวน
แต่มันเหมือนคำสั่งมากกว่า
“ค่ะ…”
อิงดาวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย
เธอนั่งลงตรงตำแหน่งที่เขาบอก มือทั้งสองวางบนตักอย่างประหม่า
วาคินน์หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา แล้ววางมันลงตรงหน้าเธอ
“นี่คือสัญญา”
น้ำเสียงของเขานิ่งราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธุรกิจธรรมดา
“เงินหนึ่งล้านบาทที่พี่จะให้เธอ… กับสิ่งที่เธอต้องทำตอบแทนพี่”
อิงดาวรับกระดาษมา มือเรียวสั่นเล็กน้อย
เธอก้มลงอ่าน
ตัวอักษรสีดำเรียงรายชัดเจน
รายละเอียดสัญญา
1. อิงดาวต้องยอมเป็นภรรยาของวาคินน์เป็นระยะเวลา หนึ่งปี และตลอดเวลานั้น ห้ามมีความสัมพันธ์กับชายอื่น
หัวใจของเธอกระตุกแรง
คำว่า ภรรยา ทำให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบ
เธอฝืนอ่านต่อ
2. อิงดาวต้องดูแลเรื่องอาหารและความเป็นอยู่ภายในคอนโดทั้งหมด
3. อิงดาวไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของวาคินน์ ทุกเรื่อง
เธอเม้มริมฝีปากแน่น
เหมือนกำลังอ่านเงื่อนไขของคนแปลกหน้าสองคน
แต่บรรทัดถัดมาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
4. ต้องร่วมหลับนอนกับวาคินน์ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
มือที่ถือกระดาษสั่นเล็กน้อย
วาคินน์มองปฏิกิริยานั้นเงียบ ๆ
สายตาคมเย็นเหมือนกำลังสังเกตปฏิกิริยาของเธอ
อิงดาวฝืนอ่านบรรทัดสุดท้าย
5. หากอิงดาวผิดสัญญา หรือออกจากข้อตกลงก่อนครบหนึ่งปี ต้องชดใช้ค่าปรับ เป็นเงินสองเท่าของจำนวนที่ได้รับ
ความเงียบปกคลุมห้องทันที
เธอกำกระดาษแน่น
วาคินน์เอนตัวพิงโซฟา มองเธออย่างไม่เร่งรีบ
“อ่านจบแล้ว?”
เขาถามเรียบ ๆ
อิงดาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะ…”
เสียงของเธอเบามาก
“ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามได้นะ หรืออยากเพิ่มเติมอะไรคุยกันได้”
เขาพูดต่อ
เหมือนกำลังให้โอกาสเธอ
แต่สายตานั้นกลับไม่ได้อ่อนโยนเลย
อิงดาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้า
“ข้อที่สี่…”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“มัน…จำเป็นเหรอคะ”
วาคินน์เลิกคิ้วนิด ๆ
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังขบขัน
“อิงดาว”
เขาเรียกชื่อเธอช้า ๆ
ก่อนจะเอนตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย
สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ
“เธอกำลังจะเป็นภรรยาพี่หนึ่งปีนะ”
เขาพูดเสียงเรียบ
“หรือเธอคิดว่า…พี่จะเสียเงินหนึ่งล้าน เพื่อหาคนมาเป็นแม่บ้านอย่างเดียว?”
วาคินน์หยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“...จะคิดมากทำไม ในเมื่อเราก็มีอะไรกันมาก่อนแล้ว”
คำพูดนั้นเหมือนมีดคมกริบที่แทงตรงกลางอกของเธอ
อิงดาวก้มหน้าลงทันที
ปลายนิ้วกำเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับเล็กน้อย
วาคินน์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง สายตานิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไร ก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าเธอไม่โอเค ก็ไม่ต้องเซ็น”
เขาพูดสั้น ๆ
“พี่ไม่ได้บังคับ”
คำพูดเหมือนเปิดทางให้เลือก
แต่ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า
ทางเลือกของเธอแทบไม่มี
อิงดาวมองเอกสารในมืออีกครั้ง
หนึ่งล้านบาท (ที่เขาโอนมัดจำมาแล้วห้าแสน)
เงินจำนวนที่สามารถช่วยชีวิตคุณตาได้
เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น
“ดาวขอเพิ่มอีกข้อได้ไหมคะ”
วาคินน์เลิกคิ้วเล็กน้อย
“อะไร”
เสียงของเขาเข้มขึ้นทันที
อิงดาวกำขอบกระดาษแน่น
ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ
“ตลอดเวลาที่ดาวอยู่ที่คอนโด…”
เธอหยุดหายใจเล็กน้อย
“ดาวขอไม่ให้พี่พาผู้หญิงคนอื่นมาหลับนอนที่นี่ได้ไหมคะ”
บรรยากาศเงียบลงทันที
วาคินน์จ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“อิงดาว”
เขาเรียกชื่อเธอช้า ๆ
“นั่นมันอยู่ในข้อเรื่องส่วนตัวของพี่”
สายตาคมเย็นลงทันที
“เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”
คำตอบนั้นทำให้ริมฝีปากของเธอสั่นเล็กน้อย
อิงดาวเม้มปากแน่น
น้ำตาคลออยู่ในดวงตา แต่เธอก็ฝืนไม่ให้มันไหลออกมา
วาคินน์มองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะพูดตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ
“สรุป…เซ็นไหม?”
ปลายนิ้วของอิงดาวกำปากกาแน่น
เธอมองชื่อของตัวเองในช่องลายเซ็นอยู่นาน
ก่อนจะตัดสินใจ
ปากกาลากผ่านกระดาษอย่างช้า ๆ
วาคินน์มองการกระทำนั้นเงียบ ๆ
ทันทีที่เธอวางปากกา
เขาก็หยิบสัญญาขึ้นมาดู
ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
“ดีมาก”
คำชมสั้น ๆ หลุดออกจากปากเขาอย่างไม่ใส่อารมณ์
จากนั้นชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน
เงาของร่างสูงทอดทาบลงมาบนตัวเธอ
วาคินน์ก้มลงเล็กน้อย
จนเสียงทุ้มดังอยู่ใกล้หูเธอ
“จำไว้นะอิงดาว”
เขาพูดช้า ๆ
“ตั้งแต่วินาทีที่เธอเซ็นสัญญานี้”
สายตาคมมองเธอนิ่ง
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“เธอเป็นของพี่…หนึ่งปี”
หัวใจของอิงดาวสั่นไหวอย่างรุนแรง
ไม่รู้ว่าเพราะความกลัว
หรือเพราะความจริงที่เธอเพิ่งยอมรับมัน
วาคินน์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“เซ็นสัญญาเสร็จแล้ว…”
เขาหยุดเล็กน้อย
“เรามาเริ่มงานข้อแรกเลยแล้วกัน”
เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เธอ
ทำให้หัวใจของอิงดาวเต้นไม่เป็นจังหวะทันที
มือทั้งสองข้างของเธอรีบดันอกเขาไว้โดยอัตโนมัติ
“นี่พี่จะทำอะไรคะ…”
เสียงเธอสั่น
“คือว่า…ดาวยังไม่พร้อม”
เธอสบตาเขาอย่างหวั่น ๆ ร่างกายสั่นจนเหงื่อซึมออกมา
วาคินน์มองปฏิกิริยานั้นเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ
“ไม่พร้อมอะไร”
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกนิด
“อย่าบอกนะว่า…เธอทำอาหารไม่เป็น”
อิงดาวชะงัก
ก่อนจะถอนหายใจออกมาทันที
ความตึงเครียดที่กดทับอยู่ในอกเหมือนถูกปล่อยออก
“พี่หมายถึงให้ดาวทำอาหาร…ใช่ไหมคะ”
วาคินน์พยักหน้า
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ก็ใช่นะสิ”
เขาเลิกคิ้ว
“ทำไม…เธอคิดว่าพี่จะให้ทำอะไร?”
ใบหน้าของอิงดาวแดงขึ้นทันที
“ปะ…เปล่าค่ะ”
เธอลุกขึ้นพรวด
“ดาวขอตัวไปทำอาหารนะคะ”
หญิงสาวรีบเดินแทบจะวิ่งไปทางห้องครัว
ทิ้งให้ห้องนั่งเล่นเงียบลงอีกครั้ง
วาคินน์มองแผ่นหลังของเธอที่เร่งรีบนั้น
ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
แต่สายตากลับเย็นชาจนน่ากลัว
“ไม่ต้องกลัวหรอก…อิงดาว”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“พี่ไม่รีบหรอก”
นิ้วมือของเขาเคาะพนักโซฟาช้า ๆ
“พี่จะเล่นกับเธอให้ถึงที่สุด”
ดวงตาคมฉายแววเย็นเฉียบขึ้นมา
“ยิ่งเธอเจ็บปวดมากเท่าไหร่…”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“พี่ชายของเธอ…มันยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น”