อิงดาวรีบหันหลังให้เขาทันที เธอดึงหมอนข้างมากั้นระหว่างตัวเองกับเขาไว้ เหมือนกำแพงเล็ก ๆ ที่พยายามสร้างระยะห่าง
เธอหลับตาแน่น พยายามข่มตัวเองให้หลับ แม้ว่าตอนนี้ร่างกายจะร้อนอบอ้าวจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม
เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง
ลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
เหงื่อซึมท่วมตัวจนเสื้อผ้าชื้น หน้าผากมีหยดเหงื่อผุดขึ้นไม่หยุด
วาคินน์ที่นอนอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าเธอเบา ๆ
“อิงดาว…ตื่นก่อน”
อิงดาวที่เหงื่อท่วมตัวลืมตาขึ้นอย่างเลือนลาง ก่อนจะพึมพำเหมือนคนกำลังเพ้อ
เสียงของเธอเบาและสั่นคล้ายคนจะหมดสติ
วาคินน์ขมวดคิ้วทันที
“นี่เธอร้อนจนจะเป็นลมแล้วนะ”
เขารีบหยิบรีโมตแอร์มากดเปิดแรงลม พร้อมปรับอุณหภูมิลงเป็น 23 องศาในทันที
จากนั้นจึงค่อย ๆ ช่วยถอดเสื้อผ้าหลายชั้นที่เธอสวมออกทีละชั้นอย่างระมัดระวัง
“ใส่ตั้งหลายชั้นแบบนี้ ไม่ร้อนสิแปลก…”
เสียงทุ้มของเขาพึมพำเบา ๆ
ไม่นานนัก เสื้อผ้าที่หนาเทอะทะก็เหลือเพียงชุดนอนบาง ๆ
อิงดาวยังคงหลับตาอยู่ ลมหายใจของเธอค่อย ๆ ช้าลงเมื่อความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
วาคินน์เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธอ
อุ่นกว่าปกติเล็กน้อย
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าบนโต๊ะข้างเตียงมาซับเหงื่อที่เกาะอยู่ตามหน้าผากและขมับของเธออย่างเงียบ ๆ
ปลายนิ้วของเขาเฉียดแก้มเธอเบา ๆ
อิงดาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
ภาพแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของวาคินน์ที่โน้มอยู่ใกล้กว่าปกติ
“พี่…คินน์…”
เสียงของเธอแผ่วเบา
วาคินน์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะดึงมือกลับเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ใกล้เกินไป
“ตื่นแล้วเหรอ”
น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบเหมือนเดิม
อิงดาวกะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะรู้สึกได้ว่าเสื้อผ้าหลายชั้นที่เธอใส่หายไปแล้ว
เธอสะดุ้งทันที
“เอ่อ…เสื้อผ้าดาว”
วาคินน์ถอนหายใจเบา ๆ
“เธอร้อนจนเกือบเป็นลม พี่เลยถอดออกให้”
เขาพูดเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ไม่งั้นคืนนี้เธอคงได้เข้าโรงพยาบาลจริง ๆ”
อิงดาวหน้าแดงทันที
เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคางอย่างรวดเร็ว
วาคินน์มองท่าทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“ตอนพี่ถอด เธอก็หลับอยู่แบบนี้แหละ”
คำพูดนั้นทำให้แก้มของอิงดาวร้อนยิ่งกว่าเดิม
เธอหลบสายตาเขาแทบไม่ทัน
ความเงียบตกลงมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้
วาคินน์เอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียง ก่อนจะเอนตัวลงนอนอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นในความมืด
“ดาว”
“คะ…”
“คราวหน้าอย่าใส่เสื้อหกตัวมานอนอีก”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงต่ำลงนิดหนึ่ง
“พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอ... ถ้าพี่คิดจะทำจริง เสื้อสิบชั้นก็ไม่ช่วยอะไรหรอก””
อิงดาวเงียบไป
หัวใจของเธอเต้นเบา ๆ อยู่ในอก
ก่อนจะค่อย ๆ พลิกตัวนอนหันหลังกลับไปเหมือนเดิม
แต่ครั้งนี้
หมอนข้างที่เคยเอามากั้นระหว่างพวกเขา
เธอไม่ได้ดึงมันกลับมาตั้งตรงเหมือนก่อน
ค่ำคืนนั้น แม้วาคินน์จะหลับไปแล้ว แต่อิงดาวกลับนอนไม่หลับเลย
ค่ำคืนนั้น แม้วาคินน์จะหลับไปแล้ว แต่อิงดาวกลับนอนไม่หลับเลย
เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องนอนเตียงเดียวกับผู้ชายตอนที่ยังมีสติอยู่ครบ
ความไม่คุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกระแวง และหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ตลอดเวลา
เธอพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ หลับไปในที่สุด
เช้าวันใหม่
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง
กลิ่นอาหารลอยอวลมาจากห้องครัว
อิงดาวลืมตาขึ้นช้า ๆ
เธอหันไปมองข้าง ๆ
แต่ที่นอนว่างเปล่า ไม่มีเงาของวาคินน์อยู่ตรงนั้นแล้ว
อิงดาวลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนเพื่อดูว่าเขาออกไปแล้วหรือยัง
แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้เธอชะงัก
บนโต๊ะอาหารมีจานอาหารเช้าวางไว้อย่างเรียบร้อย
ไข่ดาว ไส้กรอก น้ำส้มคั้น และนมสด
ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างดูดีราวกับเตรียมไว้ในโรงแรม
“ตื่นแล้วหรือคุณนาย”
เสียงของวาคินน์ดังขึ้นจากอีกด้านของห้อง
“ถ้าตื่นแล้ว เชิญที่โต๊ะอาหารครับ”
น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนสุภาพ แต่กลับแฝงความประชดเล็ก ๆ
อิงดาวชะงัก ก่อนจะหันไปมองเขา
“เอ่อ…ตื่นแล้วค่ะ”
เธอพูดเบา ๆ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้พี่เตรียมอาหาร ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นหน้าที่ของดาว”
วาคินน์มองเธอ ก่อนจะยักไหล่เล็กน้อย
“ก็รู้นี่แล้วทำไมถึงตื่นสาย”
เขามองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วดูขอบตาสิ ดำเหมือนหมีแพนด้า”
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“เด็กของพี่จะมาหน้าซีด ขอบตาดำแบบนี้ไม่เอานะ อายเพื่อนแย่”
อิงดาวชะงักกับคำพูดนั้น
“พี่พูดแบบนี้…แสดงว่าพี่จะเปิดตัวดาวกับเพื่อนเหรอคะ”
วาคินน์ตอบทันที
“ก็ใช่สิ”
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“เราเซ็นสัญญาเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกันก็ควรเปิดตัว”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะมองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ
“หรือว่าเธอกลัว…ว่าคนที่เธอชอบจะรู้”
อิงดาวเม้มปากแน่น
“ไม่ค่ะ…ดาวไม่มีใคร”
วาคินน์พยักหน้าเล็กน้อย
“ก็ดี”
เขาพยักหน้าไปทางโต๊ะอาหาร
“รีบมากินเถอะ”
“กินเสร็จแล้วไปอาบน้ำ เดี๋ยวพี่ได้ไปมหาลัยกัน”
อิงดาวพยักหน้าเบา ๆ
ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกแปลก ๆ
เพราะไม่คิดเลยว่า
คนอย่างวาคินน์…จะลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เธอ
เธอตักอาหารเข้าปากช้า ๆ ค่อย ๆ เคี้ยวไม่เร่งรีบ ส่วนเขาเองก็กินไปเล่นโทรศัพท์เช็คข่าวสาร
ทันใดนั้น
“ครืด…ครืด…”
เสียงโทรศัพท์ของวาคินน์สั่นขึ้นบนโต๊ะอาหาร
เขากดรับสายอย่างไม่รีบร้อน
“ฮัลโหล”
“พี่วาคินน์ค่ะ มารับพิชชาหน่อยได้ไหม วันนี้รถเสียค่ะ แล้วพี่ก้องก็กลับต่างจังหวัดพิชชาไม่อยากนั่งรถสาธารณะ”
เสียงหวานออดอ้อนของหญิงสาวดังลอดออกมาจากปลายสาย
พิชชา…สาวสวยจากคณะพยาบาล น้องสาวของก้องที่แอบชอบวาคินน์มานาน
วาคินน์ถามกลับสั้น ๆ
“ที่ไหน”
“ที่คอนโดค่ะ ชั้นเจ็ด พี่มารับพิชชาหน่อยนะคะ”
น้ำเสียงของเธอหวานยิ่งกว่าเดิม
วาคินน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ได้ อีกชั่วโมงลงมารอที่ป้อมยาม เดี๋ยวพี่ไปรับ”
ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วพี่ไม่ขึ้นมาที่ห้องก่อนเหรอคะ”
วาคินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ตกลงจะให้ไปทำอะไรกันแน่”
น้ำเสียงของเขาเริ่มเย็นลง
“ถ้าไม่ลงมาป้อมยาม ก็หาทางมาเรียนเอง”
“มารับค่ะ! มารับค่ะ!”
พิชชารีบตอบทันที
“รอที่ป้อมยามก็ได้ค่ะ”
วาคินน์กดวางสาย
ตลอดบทสนทนา อิงดาวที่นั่งทานอาหารเช้าอยู่เงียบ ๆ ได้ยินทุกคำ
แต่เธอกลับทำเหมือนไม่สนใจ ก้มหน้ากินอาหารเหมือนกำลังเหม่อลอย
“ได้ยินแล้วใช่ไหม”
เสียงของวาคินน์ดังขึ้น
อิงดาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“คะ?”
“ก็ที่พิชชาพูดกับพี่ไง”
“เอ่อ…”
วาคินน์มองเธอนิ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“เธอมีหน้าที่กันผู้หญิงออกจากพี่”
เขาหยุดเล็กน้อย
“ทุกคนที่พี่สั่ง”
อิงดาวชะงักเล็กน้อย
“ค่ะ…แล้วถ้าพี่ไม่สั่งละคะ”
วาคินน์ตอบทันที
“ถ้าคนไหนไม่สั่ง เดี๋ยวพี่จะบอกเอง”
อิงดาวก้มหน้าลงเล็กน้อย
“แสดงว่าต้องมีคนที่พี่ถูกใจสินะ”
เธอพึมพำเบา ๆ
แต่เขาได้ยินทุกคำ
วาคินน์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ก็แน่นอน”
เขาพูดอย่างไม่ปิดบัง
“คนสวย พี่ก็ต้องชอบเป็นธรรมดา”
เขามองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“แต่ยกเว้นเธอ”
อิงดาวเงยหน้าขึ้นทันที
“พี่จ้างมาไว้กันหมา”
อิงดาวนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะถามกลับเบา ๆ
“ยอมจ่ายหนึ่งล้าน…เพื่อเอาไว้กันหมาเนี่ยนะ”
วาคินน์ยักไหล่
“แล้วจะทำไม”
“ไม่ดีหรือไง”
อิงดาวไม่ตอบ
เธอรวบช้อนส้อม ก่อนจะลุกขึ้นยกจานไปที่อ่างล้างจานทันที
“พี่ทานเสร็จแล้วก็วางไว้นะคะ”
เธอพูดโดยไม่หันกลับมา
“เดี๋ยวดาวมาล้างให้”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ดาวไปอาบน้ำก่อนค่ะ”