คอนโดวาคินน์
อิงดาวลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเข้ามาภายในห้อง กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างประหม่า เมื่อเห็นว่าคอนโดแห่งนี้มีห้องนอนอยู่สองห้อง เธอจึงหันไปถามเจ้าของห้องเสียงเบา
“พี่วาคินน์คะ ให้ดาวเอากระเป๋าไปไว้ห้องไหนดีคะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าจากเอกสารในมือก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เอาไว้ในห้องนอนเลย..จัดของได้ตามสบาย”
คำตอบนั้นทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย ความเลิ่กลั่กฉายชัดในแววตา แม้จะยังไม่คุ้นชินกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอนอนแยกห้อง
วาคินน์มองท่าทีของเธออย่างรู้ทัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหยอกปนจริงจัง
“ทำไม อยากนอนแยกห้องเหรอ หรือคิดว่าพี่เสียเงินตั้งหนึ่งล้าน เพื่อหาแค่เพื่อนร่วมห้อง?”
อิงดาวรีบส่ายหน้าเบา ๆ
“เปล่าค่ะ…”
“งั้นก็เอาของไปเก็บให้เรียบร้อย แล้วเรามาเซ็นสัญญากัน”
คำพูดสั้น ๆ ของเขาทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเงียบลง ขณะที่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
อิงดาว
เดินเข้าไปในห้องนอนอย่างเงียบ ๆ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าออกช้า ๆ ก่อนจะพบว่าอีกฝั่งหนึ่งเว้นว่างไว้เรียบร้อย ราวกับเจ้าของห้องตั้งใจจัดเตรียมพื้นที่สำหรับเธอโดยเฉพาะ
หญิงสาวค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าแล้วแขวนเรียงทีละตัวจนหมด ส่วนลิ้นชักสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัวก็ถูกแบ่งไว้ชัดเจนสองชั้น ชั้นหนึ่งคงเป็นของเขา และอีกชั้นว่างเปล่าสำหรับเธอ
“ผู้ชายคนนี้ ดูเป็นระเบียบจริง ๆ…”
เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ
ทว่าเพียงชั่วครู่ เธอก็สัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวด้านหลัง เมื่อหันกลับไป ใบหน้าของทั้งคู่กลับอยู่ใกล้กันจนแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นของเขาแตะต้องผิวแก้มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
อิงดาวสะดุ้งเล็กน้อย เผลอก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ แต่กลับชนเข้ากับขอบประตูตู้เสื้อผ้าที่เปิดค้างไว้
“โอ๊ะ!”
ยังไม่ทันที่เธอจะเสียหลัก ลำแขนแข็งแรงก็โอบรวบเอวเธอไว้ทันควัน ดึงเธอกลับเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ หัวใจของเธอเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก ขณะที่ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว
“ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
เขาถามเสียงทุ้ม แฝงความห่วงใยอยู่ในน้ำเสียง
“นิดหน่อยค่ะ”
เธอรีบตั้งหลัก ก่อนจะค่อย ๆ ผละตัวออกจากอ้อมแขนเขาอย่างรวดเร็ว พยายามหลบสายตาคมกริบที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว
อิงดาวเอื้อมมือไปจับแขนอีกข้างของตัวเอง รอยถลอกแดงยาวเกิดจากการขูดกับมุมประตูตู้เสื้อผ้าที่เปิดค้างไว้เมื่อครู่ เลือดซึมออกมาเล็กน้อยจนรู้สึกแสบ
วาคินน์ก้มมอง ก่อนจะเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอเบา ๆ แล้วยกขึ้นดูใกล้ ๆ
“ไหนพี่ดูสิ… หนังถลอกออกมาเลย คงแสบไม่น้อย ไปข้างนอก เดี๋ยวพี่ทำแผลให้”
เขาจูงแขนเธอออกไปยังห้องนั่งเล่น ก่อนจะหยิบกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมา วางลงบนโต๊ะ แล้วค่อย ๆ ทำความสะอาดแผลให้อย่างระมัดระวัง
อิงดาวนั่งนิ่ง มองใบหน้าคมเข้มของเขาที่ก้มลงใส่ยาให้เธออย่างตั้งใจ แสงไฟในห้องสะท้อนกับแนวกรามชัดเจน จนเธอเผลอมองอยู่นานโดยไม่รู้ตัว
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า
“มองพี่แบบนี้… คือหลงใหลในตัวพี่ใช่ไหม?”
คำพูดนั้นทำให้อิงดาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบละสายตาหนีทันที
บนใบหน้าของวาคินน์ยังคงมีเพียงความเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ซ่อนอยู่ราวกับกำลังกลั่นแกล้งเธออยู่เงียบ ๆ เธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่เริ่มกดดัน จึงรีบเอ่ยขึ้น
“ดาวจัดของเสร็จแล้ว เนื้อตัวมีแต่เหงื่อ ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยมาดูข้อตกลงแล้วเซ็นสัญญาค่ะ”
เธอไม่รอให้เขาตอบความลุกลี้ลุกลนของเธอทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้
เมื่อเธอกลับเข้าไปในห้องนอน ประตูถูกปิดลงเบา ๆ ทิ้งให้ห้องนั่งเล่นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
วาคินน์เอนหลังพิงโซฟา สายตาทอดมองไปยังประตูห้องที่เพิ่งปิดลง ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“จริง ๆ เด็กคนนี้ก็น่ารักดีนะ… เสียอย่างเดียว เป็นน้องสาวของไอ้เพื่อนเลวนั่น”
เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนกำหมัดแน่นพยายามข่มความรู้สึกไว้
แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเปิดแอปไลน์ที่มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นจาก ไลน์กลุ่มเพื่อนสนิท
ก้อง:
วาคินน์ ได้ข่าวว่ามึงช่วยน้องสาวไอ้ภาคเหรอวะ
วาคินน์:
ใครบอกมึง
เฟส:
ผมเองครับพี่ แฮ่ ๆ
วาคินน์:
ยุ่งจริงนะมึง ไอ้เฟส
เฟส:
แหม่พี่ ทำดีไม่เห็นต้องปิดบัง
ว่าแต่…เมื่อคืนได้ไหม
ก้อง:
เดี๋ยวนะ อิงดาวเป็นเด็กน่ารักมากนะเว้ย
มึงทำลงเหรอวะ ไอ้วาคิน
วาคินน์:
กูไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
ก็แค่ยื่นข้อเสนอ แล้วเธอก็รับข้อเสนอกูเอง
ก้อง:
นี่แสดงว่ามึง...มึงกะจะเลี้ยงเด็กหรือไง
วาคินน์:
ก็แลกเปลี่ยนกันแฟร์ ๆ
ก้อง:
แต่ถ้าไม่รัก อย่าทำร้ายจิตใจเธอนะเว้ย
วาคินน์:
ถ้ารับข้อตกลงได้ ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรนี่ แสดงว่าเธอก็โอเค
ก้อง:
เออ ๆ แล้วแต่มึง
แต่อย่าทำอะไรแล้วมาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน
วาคินน์มองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ
วาคินน์:
คนอย่างกู ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว
เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่ก้องจะพิมพ์ขึ้นมาอีก
ก้อง:
ว่าแต่…ทำไมไอ้ภาคมันปล่อยให้น้องสาวไปทำงานกลางคืนแบบนั้นวะ ปกติมันรักน้องหวงน้องสาวยังกะไข่ในหิน
วาคินน์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพิมพ์ตอบ
วาคินน์:
อิงดาวบอกแค่ว่าคุณตาป่วย
แต่ไม่ได้บอกว่าไอ้ภาคมันทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนตอนนี้
รู้แค่ว่ามันเลิกกับแฟนแล้ว
ก้อง:
เลิกแล้วเหรอ…
เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันกันวะ
วาคินน์มองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนเดิม
วาคินน์:
จะเกิดอะไรกับมันก็ช่าง
แต่ตอนนี้…น้องสาวมันคือเด็กของกู**.**
ก้อง:
อิงดาวรู้เรื่องมึงกับไอ้ภาคไหม
วาคินน์:
ไม่น่ารู้หรอก
รู้แค่ว่ากูเคยป่วย แล้วเธอมาเยี่ยมกูเมื่อนานมาแล้ว
ก้อง:
กูถามจริง ๆ นะ
มึงชอบอิงดาวไหม ถึงได้ทำแบบนี้
วาคินน์อ่านคำถามนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
วาคินน์:
ยัยเด็กนั่นเหรอ
ก็ไม่ได้ชอบอะไรหรอก แค่อยากให้มาเป็นคนช่วยดูแลห้องเท่านั้นแหละ ขาดแม่บ้าน
มึงก็รู้สเปกกูดี-หมวย เอ็กซ์ เซ็กซี่
แต่อิงดาวเรียบร้อยขนาดนั้น… มึงคิดว่ากูจะมีอารมณ์ไหมวะ
ก้อง:
อย่าให้เห็นนะว่ามึงหลงจนโงหัวไม่ขึ้น
กูจะหัวเราะให้
เฟส:
แต่เมื่อคืนพี่วาคินน์ก็ดูเป็นห่วงเธอนะพี่ก้อง
วาคินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับทันที
วาคินน์:
ไอ้เฟส เงียบไปเลย
ไม่รู้อะไรจริงก็อย่าพูด
เฟส:
ฮ่า ๆ …
พูดความจริงแล้วทำเขินล่ะสิพี่
หน้าจอโทรศัพท์เงียบลงชั่วครู่ วาคินน์มองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก
แต่ในหัวกลับมีภาพของหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้าห้องไปเมื่อครู่ผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“อาบน้ำนานขนาดนี้… คงไม่ซุ่มซ่ามล้มอีกนะ”
เขาพึมพำเบา ๆ พลางขมวดคิ้ว
“นี่เราเอามาช่วยดูแลเรา… หรือเอามาให้เราต้องคอยดูแลกันแน่วะ”