ทุกคนเดินตามอิงดาวไปยังท่าเรือ เสียงคลื่นซัดเบา ๆ กระทบสะพานไม้ กลิ่นน้ำทะเลลอยมาแตะปลายจมูก ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศสดชื่น
เรือโดยสารลำไม่ใหญ่จอดรออยู่แล้ว ผู้โดยสารเริ่มทยอยขึ้นไปนั่งด้านใน
“ขึ้นกันเลย เดี๋ยวเรือจะออกแล้ว”
อิงดาวพูดพลางยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่
ทุกคนจึงทยอยขึ้นเรือ
ด้านในมีที่นั่งเป็นแถวยาวหันหน้าไปทางหัวเรือ
อิงดาวเดินนำไปก่อน ก่อนจะนั่งลงข้างหน้าต่าง
วาคินน์นั่งข้างเธอทันที
หมิงตามขึ้นมาติด ๆ ก่อนจะหาที่นั่งฝั่งตรงข้าม
เฟสรีบวางกระเป๋าลงแล้วนั่งข้างหมิงทันทีเหมือนกลัวเธอจะไปนั่งที่อื่น
ส่วนที่นั่งด้านหลังเหลืออยู่สองที่พอดี
ฟ้าเดินมาถึงก่อนจะชะงัก
เพราะก้องก็กำลังจะนั่งลงตรงนั้นเหมือนกัน
ทั้งสองมองหน้ากัน
“นี่พี่ไปนั่งที่อื่นไม่ได้เหรอ”
ฟ้าถามทันที
ก้องยักไหล่
“ที่ว่างมีแค่นี้ พี่ก็ต้องนั่งตรงนี้สิ”
ฟ้าถอนหายใจแรง ก่อนจะนั่งลงอย่างจำใจ
ก้องนั่งลงข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนนั่งข้างศัตรูขนาดนั้นก็ได้”
ฟ้าหันมามองทันที
“ก็พี่มันกวนประสาทนี่คะ”
ก้องหัวเราะเบา ๆ
“ปากร้ายจริง ๆ”
“ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเองเลยนะ อิตาบ้า” ทอฟ้าพึมพำ
ทั้งสองยังไม่ทันจะเถียงกันต่อ
เสียงเครื่องยนต์เรือก็ดังขึ้น
เรือค่อย ๆ เคลื่อนออกจากท่า
คลื่นทะเลเริ่มกระแทกตัวเรือเบา ๆ ทำให้เรือโคลงไปมา
ตอนแรกทุกคนยังคุยกันสบาย ๆ
แต่ไม่นานนัก
วาคินน์ก็เริ่มนิ่งไป
อิงดาวหันไปมองเขา
“พี่คินน์ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามขึ้นเมื่อเขาดูไม่ปกติ
วาคินน์ยกมือขึ้นกดขมับเบา ๆ
“เวียนหัวนิดหน่อย”
อิงดาวขมวดคิ้ว
“พี่เมาเรือเหรอ” อิงดาวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เขาพยักหน้าเล็กน้อย
“น่าจะใช่ ..เหมือนจะอาเจียนเลย...”
“แล้วทำไมไม่บอกละคะ..จะได้ให้กินยาแก้เมาก่อนขึ้นเรือ…”
“อ๊อก...อวก!.”
“พี่คินน์!”
อิงดาวคว้าถุงให้เขาก่อนช่วยลูบหลัง
“ไหวไหมคะเนี่ย….มาเอนตัวมานอนบนตักดาวก่อน นั่งกับพื้นนี่แหละค่ะมา”
วาคินน์นอนหัวพาดตักของอิงดาว เธอจับมือเขาไว้แน่นก่อนเปิดฝายาดมให้เขา
“ดีขึ้นบ้างไหมคะ”
เขาพยักหน้าทั้งที่หลับตาอยู่
“เป็นห่วงพี่ขนาดนี้เลยเหรอครับ”
“ก็ไม่นิค่ะ...ดาวมีหน้าที่ดูแลพี่อยู่แล้ว..” เธอปล่อยมือเขา แต่เขากลับคว้ามือไว้แน่น
“ขอจับไว้แบบนี้ก่อนรู้สึกอุ่นใจ”
เขากระซิบทั้งที่หลับตา
ทำเอาอิงดาวอมยิ้มแก้มแดงขึ้นทันที
ก่อนหันไปมองเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ
เสียงหมิงก็ดังขึ้นจากอีกฝั่ง
“อื้อ…”
ทุกคนหันไปมอง
“หมิง!.” อิงดาวและทอฟ้าเรียกชื่อเธอเป็นเสียงเดียวกัน
หมิงนั่งก้มหน้า สีหน้าซีดลง
เฟสตกใจทันที
“พี่หมิง เป็นอะไร”
หมิงหลับตาแน่น
“เหมือนจะ…อาเจียนจริง ๆ”
เฟสลุกขึ้นทันที
“เดี๋ยวผมพาพี่ไปนั่งรับลมดีกว่า...ไปครับ”
เขาประคองเธอให้ลุกขึ้น ก่อนจะพาไปนั่งใกล้ขอบเรือที่ลมพัดแรงกว่า
อิงดาวก็รีบหยิบขวดน้ำส่งให้วาคินน์
“พี่ลองดื่มน้ำก่อนนะคะ”
วาคินน์รับมา แต่สีหน้ายังไม่ค่อยดี
เธอจึงขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย
“ค่อย ๆนะคะ เอนตัวมาทางนี้หน่อย”
วาคินน์หันมามองเธอ
ก่อนจะเอนศีรษะพิงไหล่เธอเบา ๆ
“ดีจังเลยมีดาวอยู่ใกล้ ๆ ดูแลพี่แบบนี้พี่รู้สึกโชคดีที่สุด”
อิงดาวหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี
ส่วนอีกมุมหนึ่งของเรือ
เฟสกำลังนั่งอยู่ข้างหมิงอย่างเป็นห่วง เขานวดแขน ถือยาดมให้เธอไม่ห่าง
“ดีขึ้นไหมพี่”
หมิงพยักหน้าช้า ๆ
“ลมมันช่วยได้หน่อย”
เฟสยกมือขึ้นลูบหลังเธอเบา ๆ
“ถ้าไม่ไหวบอกผมนะ”
ขณะที่บรรยากาศบนเรือเริ่มวุ่นวายเล็กน้อย
ฟ้าที่นั่งอยู่ด้านหลังก็เหลือบมองไปข้างหน้า
ก่อนจะหันกลับมา
“ทริปนี้มีแต่คนเมาเรือหรือเนี่ย..เอ็นดูจัง”
ก้องหัวเราะเบา ๆ
เขาหันมามองเธอ
“แล้วน้องไม่เมากับเขาหรือไง”
ฟ้ายักไหล่
“ไม่ค่ะ..พอดีเก่ง” เธอตอบเขาเสียงห้วน ๆ
ทันใดนั้นคลื่นกระแทกตัวเรืออีกระลอก
ฟ้ารีบเอามือจับหัวก่อนพูดเบา ๆ
“ทำไมเวียนหัวจัง”
ก้องเหลือบมอง
ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“ไหนบอกเก่งไง.. เก่งแต่ปากสินะ” ก้องยิ้มมุมปาก แต่ก็พยายามหาทิชชู่ให้เธอ
ฟ้าหันมามองทันที น้ำตาไหลจากลมในท้องที่ตีขึ้นมา
“ฟ้าเป็นไงบ้าง” อิงดาวหันมาถามเพื่อน
ฟ้าส่ายหน้า
อิงดาวมองดูวาคินน์ที่นั่งพิงเธอ
“พี่ก้องช่วยดูแลฟ้าหน่อยนะคะ”
ทอฟ้าโบกมือเหมือนจะบอกว่าไม่ต้อง
แต่ก้องกลับเข้าไปประคองเธอ
“มานอนพักตรงนี้อย่าดื้อมากเห็นไหมว่าเพื่อนเป็นห่วงแล้ว”
ฟ้าเอนตัวลงนอนบนตักของก้องอย่างจำใจ
“ว่าง่ายค่อยยังชั่วหน่อย”
ฟ้าถลึงตาใส่
แต่ไม่รู้ทำไม มุมปากของเธอกลับเผลอยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปกว่า 45 นาทีเรือเริ่มเทียบฝั่ง
ท้อฟ้าที่นอนที่ตักของก้อง ค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นช้า ๆ
“ลุกขึ้นช้า ๆ หน่อยเดียวก็วูบหรอก”
ก้องพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงลึก ๆ
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลฟ้าค่ะ” เธอพูดพร้อมยกกระเป๋าจะเดินลงเรือ
“เอากระเป๋ามาพี่ถือให้”
“ไม่ต้องค่ะ”
“ทำเก่งอีกแล้วนะ”
ก้องรีบคว้ากระเป๋าของเธอก่อนจูงมือลงจากเรือไม่ปล่อยให้ฟ้าปฏิเสธอีกต่อไป
หมิงที่นั่งอยู่กับเฟสด้านนอกก็ลุกขึ้นเดินตามมา
“พี่ไหวไหมครับ ถ้าไม่ไหวผมอุ้มพี่เองนะ”
“ไหวสิ ....ห้ามอุ้มนะเฟส หมิงอายคน”
“ไม่เห็นต้องอายเลยเราเป็นแฟนกันนะ”
เฟสตอบอย่างมั่นใจ
“ไอ้เด็กคนนี้นี่...ก็บอกยังไม่ใช่แฟนยังจะยัดเยียดอยู่นั่นแหละ”
“ก็ได้ครับ...งั้นทริปนี้ผมไม่ยัดเยียดความเป็นแฟนให้พี่ก็ได้...แต่ผมจะยัดเยียดความเป็น...ผ..”
ยังไม่ทันที่เฟสจะได้เอ่ย หมวยรับปิดปากเขาไว้ทันที
“นี่อย่ามาลามปามนะ...ถ้าพูดจะเลิกคุยจริง ๆ ด้วย”
“ครับผมแค่หยอกเล่นเท่านั้นเอง....ใครจะกล้ายัดเยียดความเป็นผัวให้กับพี่กันครับ”
“ไอ้เฟสบ้า!.”
หมิงทำเสียงดุใส่เขา
เฟสหัวเราะและพยุงเธอลงจากเรืออย่างปลอดภัย
ส่วนอิงดาวและวาคินน์ที่นั่งอยู่ด้านในนั้น
“พี่คินน์ค่ะ...ถึงแล้วนะ”
“ถึงแล้วหรอ..พี่ยังมึนเลยถ้าไม่ได้ดาวคงแย่”
“เลิกพูดได้แล้วค่ะ ลงเรือกันก่อน”
“ครับ”
เขาลุกขึ้นอย่างเชื่อฟัง ในขณะที่อิงดาวถือกระเป๋าส่วนตัว วาคินน์โน้มตัวเขาไปใกล้เธอ
อิงดาวโน้นหน้าเข้าใกล้ คิดว่าเขาจะพูดอะไร
ทันใดนั้นวาคินน์ก็หอมแก้เธอดังฟอด
“พี่คินน์ทำอะไรคะเนี่ย คนอยู่ตั้งเยอะ...อายเขา”
“พี่ก็แค่ขอกำลังใจ รู้ไหมว่าเมาเรือมันทรมานจะตาย ได้หอมแฟนสักที ชื่นใจมีแรงเดินต่อ ”
“นิสัย!.”
อิงดาวพึมพำก่อนที่จะเอามือแนบแก้มที่ร้อนผ่าว
“ไปครับอย่ามัวแต่เขิน เพื่อนลงกันหมดแล้ว”
อิงดาวหันไปค้อนให้เขา แต่วาคินน์ยังคงยักคิ้วให้อย่างกวน ๆ ก่อนดึงกระเป๋าจากมือเธอมาช่วยถือ
อิงดาวเม้มปากและรีบเดินนำหน้าเขาไป
วาคินน์มองกลุ่มเพื่อนที่เดินนำไปข้างหน้า ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“ทริปนี้คงไม่เงียบแน่”
เขาพึมพำก่อนจะเดินตามอิงดาวไปด้วยรอยยิ้ม