“ควินน์…” ฉันพูดออกไปขณะที่ฉันรู้สึกว่าหน้าของควินน์ที่ฉันเห็นมันเริ่มเลือนลาง ก่อนที่ทุกอย่างมันจะมืดไปหมด นี่ฉัน…กำลังหมดแรง…
{ควินน์}
ผมได้รับข่าวว่าที่ชั้น 3 มีคนใช้ผลังนอกห้อง ผมจึงสั่งให้คีฟเปอร์คนอื่นไปเคลียร์แทน แต่พอผมรู้ว่าคนที่ก่อเรื่องคือเซเวียร์ที่อยู่ในร่างของรอยซ์ ผมจึงรีบไปทันที
เมื่อผมมาถึง ผมเห็นคนที่ผมส่งไปโดนผลังกดดันรุนแรงของรอยซ์ เพราะเซเวียร์ในร่างรอยซ์ไม่เคยฝึกควบคุมผลังเลย ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ทำให้คีฟเปอร์คนอื่นๆไม่สามารถขยับตัวได้ แล้วผมก็เห็นเซเวียร์กำลังยืนอยู่หน้า ลูคัส หัวหน้าทีมของรอยซ์ ผมรู้นานแล้วว่ารอยซ์ไม่ค่อยถูกกับหัวหน้าคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหากันรุนแรง ดูแล้วลูคัสคงจะหาเรื่องรอยซ์เหมือนทุกที แต่ตอนนี้คนที่อยู่ในตัวรอยซ์คอเซเวียร์ ถึงปกติผมจะเห็นเซเวียร์ที่อ่อนโยนเหมือนจะไม่ค่อยชอบความรุนแรง แต่ถ้าลูคัสไปพูดอะไรถึงรอยซ์ต่อหน้าเซเวียร์ เซเวียร์คงไม่ปล่อยหมอนี่ไปแน่
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ผมใช้ดวงตาสีแดงมองไปที่ลูคัส หลังจากที่ผมเข้ามาเบี่ยงทิศทางผลังของเซเวียร์ได้ทัน ก่อนที่เซเวียร์จะทำให้ลูคัสเจ็บปางตาย แล้วเซเวียร์ก็สลบในอ้อมแขนของผมเพราะใช้ผลังมากเกินไป ตอนนี้ลูคัสกำลังมีความกลัวอยู่ในดวงตา ทั้งที่ปกติ หมอนี่จะชอบอวดดี พอมาเจอกับตัวแบบนี้ก็กลัวเป็นเหมือนกันหรอ
“น้องนายจะฆ่าฉัน” ลูคัสก็ยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม หมอนี่ไม่ต่างจากโรคจิตเลย แต่ไม่คิดว่าหมอนี่จะโดนเซเวียร์โจมตีได้ ทั้งที่เซเวียร์ไม่เคยใช้ผลังเลยด้วยซ้ำ
“ยังไงนายก็ไม่ตายหรอก ไปห้องพยาบาลซะ ผลังหมอนี่มีพิษ นายก็รู้” ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะอุ้มเซเวียร์ในร่างรอยซ์ขึ้นแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น เผ่าพันธุ์ไนท์วอล์กเกอร์ ก็คือแวมไฟร์ แม้จะได้บาดเจ็บร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่ตายอยู่ดี นอกจากจะหมดอายุไข
“กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองซะ มามุงดูอะไรกัน” ผมเดินผ่านกลุ่มไนท์คีฟเปอร์ที่ออกมาดูเหตุการณ์เพราะเสียงของการต่อสู้เมื่อกี้
“ทำไมฉันรู้สึกว่าน้องนาย ดูไม่เหมือนคนเดิมเลย แค่เพราะเสียความทรงจำจะทำให้นิสัยเปลี่ยนไปด้วยงั้นหรอ” อลันที่เดินตามผมมาพูดขึ้น ผมเข้าใจในสิ่งที่อลันพูด เพราะยังไงนิสัยเซเวียร์กับรอยซ์ก็ต่างกันมาก รอยซ์เป็นคนขี้เล่นสดใสร่าเริง ไม่คิดเยอะ ส่วนเซเวียร์ ถึงภายนอกจะดูเรียบร้อยและเย็นชา แต่ผมดูออกว่าเขาเป็นคนไม่ยอมคน เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่มีผลังที่จะต่อต้าน ทั้งที่เป็นแบบนั้น เขากลับไม่เคยถอยหรือว่ากลัวคนพวกนั้นเลย เขาแค่พยายามหลีกเลี่ยงปัญหา เพื่อที่จะมีความสุขอยู่ในโลกแคบๆของเขาเองเท่านั้น
ผมพาเซเวียร์ขึ้นมาที่ห้องพักประจำของรอยซ์ในตึกนี้ เพราะที่นี่จะมีห้องพักสำหรับไนท์คีฟเปอร์ทุกคนเพื่อพักผ่อน ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ที่นี่แทนบ้านได้เลย เป็นหนึ่งในสวัสดิการของหน่วยงานที่จะมอบให้กับไนท์คีฟเปอร์ทุกคน
“คุณรอยซ์ใช้ผลังมากเกินไปครับ เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี จึงทำให้หมดแรงแล้วสลบไปครับ” ดีแลนพูดหลังจากตรวจให้เซเวียร์ที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเสร็จ
“แล้วลูคัสล่ะ” ถึงผมจะไม่ค่อยชอบหมอนั่นเท่าไหร่แต่เขาก็เป็นมือดีคนหนึ่ง
“คุณลูคัสไม่ได้บาดเจ็บมากครับ แต่เพราะโดนพิษ เลยอาจจะต้องพักรักษาตัวเป็นเวลา1เดือน ถึงจะขับพิษออกหมดครับ”
“ต้องหาคนมาทำหน้าที่แทนลูคัสอีกสินะ” ผมพึมพำ ไนท์คิงที่มาทำงานที่นี่จะได้เป็นหัวหน้าของแต่ละทีม ซึ่งจะแบ่งทีมตามความเหมาะสม และผมก็เป็นประธานของที่นี่ แต่เพราะผมเป็นหัวหน้าหน่วยก่อนที่จะมาเป็นประธาน เลยให้ทุกคนเรียกผมว่าหัวหน้า เพราะคุ้นชินกับคำนี้มากกว่า
“แล้วจะเลือกใครล่ะ ตอนนี้ไนท์คิงทุกคนก็งานล้นมือกันหมด คนที่ไม่มีงานก็พักรักษาตัว อาทิตย์หน้าก็ถึงรอบของทีมลูคัสแล้วด้วย มาหาคนแทนตอนนี้คงจะไม่ทันน่ะสิ” อลันที่ยืนพิงหน้าต่างอยู่พูดขึ้น เพราะแต่ละทีมก็มีตารางงานของตัวเอง ถ้าโยกทีมอื่นมา อาจจะส่งผลต่อตารางงานของทีมอื่นๆได้
“งั้นฉันจะไปแทนเอง” ยังไงผมก็เคยเป็นหัวหน้ามาก่อน ก็แค่กลับไปทำหน้าที่เดิมเท่านั้น อีกอย่างจะได้ดูแลเซเวียร์ได้ด้วย
“แล้วงานของนายล่ะ” งานที่อลันว่าก็คือการเซ็นเอกสาร ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผมถนัดเลย
“นายก็จัดการไปแทนฉันเหมือนเดิม” ถ้าอลันเป็นไนท์คิงผมคงจะยกตำแหน่งให้เขาไปแล้ว แต่เทียร์ไทน์จะไปปกครองไนท์คิงที่มีผลังสูงกว่าได้ยังไง
การทำงานของไนท์คีฟเปอร์ คือ การลาดตระเวณและจัดการกับมอนสเตอร์ให้มนุษย์ ในเวลากลางคืน เพราะมอสเตอร์จะออกมาล่าเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น และเพราะเมืองของมนุษย์ที่มีประชากรอาศัยอยู่ถึง ห้าล้านคน จึงเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก เราเลยต้องสร้างเป็นฐานที่มั่นทั่วเมือง เพื่อแบ่งทีมออกไปอยู่ประจำฐานนั้น แล้วเพราะจำนวนที่จำกัดของไนท์คีฟเปอร์ เราเลยต้องมีตารางงานให้ เพื่อหมุนเวียนทีมแต่ละทีมไปประจำที่ฐานดังกล่าว เพราะจะมีมอนสเตอร์ออกมาก่อปัญหาแทบทุกคืน ตราบใดที่รังศียังไม่สลายไป สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ร่างกายอ่อนแอ ก็สามารถกลายพันธุ์เป็นมอนสเตอร์ได้ทั้งนั้น เราจึงไม่สามารถปล่อยให้ฐานเหล่านั้น ขาดการดูแลไปได้แม้แต่คืนเดียว
หลังจากอลันกับดีแลนออกไปจากห้อง ผมก็เดินมานั่งลงที่ข้างเตียงของเซเวียร์ ที่ผมเย็นชากับเซเวียร์เพราะผมกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเอง ผมมองเซเวียร์ที่อยู่ในร่างรอยซ์เป็นคนที่ผมรัก แต่ใบหน้าของรอยซ์ก็ทำให้ผมระอายใจขึ้นมา ผมไม่อาจทำสิ่งที่ผมต้องการกับเซเวียร์ ที่อยู่ในร่างของรอยซ์ได้อย่างสนิทใจ ผมรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ผมมองเห็นหน้าเขาทั้งสองคนที่อยู่ในร่างเดียวกัน ผมจึงอยากจะออกห่างจากเซเวียร์เพื่อทบทวนตัวเอง เซเวียร์เองก็คงไม่ชอบให้ผมมองเค้าด้วยสายตาที่เวทนาหรือสงสาร เพราะดูจากกระกระทำของเซเวียร์ในวันนี้แล้ว เขาแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิดเอาไว้ซะอีก
“นี่ฉัน…เป็นอะไรไป” เซเวียร์ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าอ่อนแรงหลังจากหลับไปประมาณครึ่งวันได้
“นี่ห้องของรอยซ์ในสำนักงาน คืนนี้นายก็นอนที่นี่แหละ” ผมพูดพร้อมกับหันหลังลุกขึ้นจากเตียง
“แล้วนายล่ะ”
“ฉันจะอยู่ที่ห้องทำงาน” ผมตอบเซเวียร์โดยที่ไม่ได้หันไปหาเขา
“นายจะทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวหรอ”
“นายก็ชอบอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือไง”
“นั่นมันความคิดของนาย” ที่ผมพูดออกไปไม่ใช่ความต้องการของผมเลย ผมรู้ว่าเซเวียร์ที่พึ่งตื่นขึ้นมาเจอกับโลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ก็คงจะมีความกังวลอยู่ไม่น้อย แต่ผมก็ยังปากแข็ง ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ
{เซเวียร์}
หลังจากที่ควินน์ออกไปจากห้อง ดีแลนก็เข้ามาฉีดเซรุ่มป้องกันแสงแดดให้ฉัน ซึ่งไนท์คีฟเปอร์จะได้รับเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว จึงรู้ว่าที่ฉันสลบไปก็เพราะฉันใช้ผลังไปจนหมดทั้งที่ร่างกายยังไม่กลับมาแข็งแรงดี พร้อมบอกว่าอาทิตย์หน้าจะเป็นรอบออกทำภาระกิจของฉัน แล้วเพราะฉันทำหัวหน้าได้รับบาดเจ็บควินน์จึงต้องมาทำหน้าที่หัวหน้าแทนชั่วคราว
“แล้วผมจะโดนลงโทษไหมครับ” คิดว่าการที่ฉันลงมือกับหัวหน้าคงเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เล่น ไม่รู้ว่าจะโดนลงโทษแบบไหนบ้าง
“เหตุการณ์แบบนี้ผมก็พึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ก็คงจะไม่มีการลงโทษอะไรหรอกครับ เพราะปกติจะไม่มีเทียร์ไนท์คนไหนกล้าต่อกรกับไนท์คิงเลย เพราะผลังของไนท์คิงรุนแรงมาก หากโดนเข้าไปคงได้รักษาตัวนานเป็นเดือนเลยล่ะ” ดีแลนตอบฉันด้วยรอยยิ้มบางๆ
“แล้วคนๆนั้น เขาก็รังแกผมแบบนี้เป็นประจำหรอครับ” นี่คือสิ่งที่ฉันอยากรู้ แล้วควินน์จะไม่รู้เรื่องนี้เลยงั้นหรอ หรือเขาแค่ไม่สนใจ
“ลูคัสน่ะ เขาก็แค่หยอกเล่นตามปกติน่ะครับ ทุกทีก็ไม่มีอะไร หนักสุดแค่ทะเลาะกันด้วยคำพูด ถึงลูคัสจะทำตัวแบบนั้น แต่ในการเป็นหัวหน้าทีมเขาก็ปกป้องลูกทีมได้ดีเลยนะครับ แค่อาจจะดูโรคจิตไปหน่อยก็เถอะ” สรุปว่าฉันคิดไปเองสินะ แต่เขาก็มายุ่งกับรอยซ์อยู่ดี สั่งสอนสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
“อ่อครับ แล้วเขาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ร่างกายไม่ได้เป็นไรมากครับ แต่เพราะผลังของคุณมีพิษเขาเลยใช้ผลังไม่ได้ ต้องรอให้พิษสลายจนหมดถึงจะกลับมาใช้ผลังได้อีกครั้งครับ” ถึงว่าทำไมเขาถึงไม่ตอบโต้ฉันเลยทั้งที่เขาเป็นถึงไนท์คิง ผลังของรอยซ์ร้ายกาจขนาดนี้เลยหรอเนี้ย
“ครั้งนี้ลูคัสเองก็คงไม่คิดว่าคุณรอยซ์จะตอบโต้รุนแรงแบบนี้ เขาเลยโดนการโจมตีของคุณรอยซ์ไปเต็มๆ ตอนนี้ไนท์คีฟเปอร์ทุกคนพูดถึงแต่เรื่องคุณกันใหญ่เลยล่ะครับ” ถึงดีแลนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี แต่ฉันกลับคิดว่าฉันเหมือนกำลังก่อปัญหาให้ตัวเอง เพราะการที่ฉันเป็นจุดสนใจ จะถูกจับตามองจากคนรอบข้าง ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น
3 วันต่อมา
ฉันพักที่นี่มาสามวันแล้ว ในวันแรกฉันนอนไม่หลับ ก็เลยข่มตานอนอยู่บนเตียงถึงได้รู้ว่า ควินน์แอบเข้ามาในห้อง ซึ่งเขาคงคิดว่าฉันหลับไปแล้ว แล้วเขาก็นอนที่โซฟาในห้องเดียวกับฉัน ทั้งที่พูดจาใส่ฉันแบบนั้น แต่ก็ยังเป็นห่วงฉันอยู่ดี ฉันจึงหลับได้เพราะรู้สึกอุ่นใจเพราะมีเขาอยู่ด้วย
ฉันมาที่ห้องซ้อมส่วนตัวของฉัน เพราะผลังของฉันกลับมาแล้ว ดีแลนแนะนำให้ฉันฝึกควบคุมผลังก่อน เพราะครั้งก่อน ฉันควบคุมปริมาณของผลังไม่ได้ ถึงได้หมดแรงแล้วสลบไป
“นายมาทำอะไรที่นี่” ฉันมองไปที่ชายผมสีแดงที่ชื่อว่าอาร์เชอร์ ที่เหมือนกำลังยืนรออยู่ที่ห้องซ้อมของฉัน
“หัวหน้าไม่ได้บอกนายหรอ ว่าฉันจะเป็นคนมาสอนนายคุมผลังเองน่ะ” ถึงควินน์จะมานอนที่ห้องทุกคืน แต่ฉันก็ไม่เคยคุยกับเขาเลย และฉันไม่อยากทำให้เขาไม่พอใจจนหนีไปนอนที่อื่น จึงได้แต่แกล้งหลับเพื่อรอให้เขาเข้ามาแล้วฉันถึงจะหลับได้ เขามักจะออกไปก่อนที่ฉันจะตื่นทุกที ส่วนเวลากลางคืนฉันก็ไม่ได้เจอเขาเลย
“อ่อ” ฉันพูดพร้อมกับเดินนำอาร์เชอร์เข้ามาในห้องกระจกที่เดิมทีเป็นของรอยซ์
“วันนั้นนายเท่ไปเลยนะ ปกติไม่ค่อยมีใครกล้าหือกับหัวหน้าเท่าไหร่ ฉันนับถือเลยล่ะ แต่ไม่รู้ว่าถ้าหัวหน้าลูคัสหายดีแล้วเขาจะมาเอาคืนนายยังไงบ้าง นายต้องระวังตัวไว้ด้วยนะ” อาร์เชอร์พูดพร้อมกับเดินตามหลังมา แต่ฉันไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่
“ฉันต้องทำยังไงบ้าง” ฉันหันไปถามอาร์เซอร์นทันทีที่เราเดินมาถึงกลางห้องซ้อม
“อ้อ.. นายต้องรับรู้ถึงปริมาณผลังของนายก่อน นายลองรวบรวมผลังมาไว้ที่ฝ่ามือสิ แต่ไม่ต้องคิดว่าจะปล่อยมันออกไปน่ะ” ฉันยื่นมือซ้ายออกมาแล้วลองทำแบบนี้อาร์เชอร์บอก ฉันรับรู้ถึงผลังที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แล้วก็รวบรวมมันขึ้นมาที่ผ่ามือ มันเป็นควันสีดำป่นม่วง คล้ายๆกับที่ฉันเห็นตอนควินน์ละลายลูกบอลนั้น เพียงแต่ของควินน์เป็นควันสีดำสนิท
“นี่คือผลังทั้งหมดของนาย แล้วนายก็จดจำปริมาณของมันเอาไว้” อาร์เชอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆพูดต่อ ขณะที่มีก้อนผลังขนาดเท่าลูกบาสวางอยู่บนมือของฉัน
“ทีนี่นายก็เก็บมันเข้าไปในร่างกายเหมือนเดิม”
“เก็บ….ยังไง” ฉันรู้วิธีเอามันออกมาเพราะตอนต่อสู้กับคนที่ชื่อลูคัสโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ฉันจะเก็บมันยังไงล่ะ
“นายต้องใช้ผ่ามือของนายซึมซับผลังที่นายปล่อยออกมาให้กลับเข้าไปไง แค่นายคิดมันก็จะเข้าไปเองแล้ว” ฉันลองทำตามคำพูดของอาร์เชอร์ แต่ทำไมมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“นายสอนถูกหรือป่าว” ฉันหันไปถามอาร์เชอร์ด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเชื่อเขาเท่าไหร่
“ฉันก็พูดถูกแล้วนะ นายนั้นแหละทำถูกวิธีหรือปล่าว” เขากลับทำหน้าเหมือนที่ฉันทำคืนมาให้ฉันซะงั้น
“แล้วจะทำยังไงล่ะ ฉันรู้สึกว่าอยากจะปล่อยมันออกไป เหมือนฉันจะควบคุมมันไม่ได้” ฉันพยายามควบคุมก้อนผลังที่มือ แต่มันกลับเหมือนว่าร่างกายฉันจะเริ่มอ่อนแรง จนคิดว่าก้อนผลังนี้มันกำลังเริ่มหนักขึ้นทุกที
“ไม่ได้การล่ะ!! ขืนให้ผลังอยู่นอกร่างกายนานเกินไปนายก็จะหมดสติเหมือนวันนั้นอีก แล้วผลังในมือนายมันก็อาจจะระเบิดจนตัวนายได้รับบาดเจ็บซะเอง!!” แล้วทำไมพึ่งมาบอก ตอนนี้ฉันพยายามประคองก้อนนี้ไว้ไม่ให้มันตกลงกับพื้น
“นายช่วยทำอะไรสักอย่างเถอะ!”
“ฉันจะช่วยนายเอง” อาร์เชอร์เดินมายืนชิดฉันจากด้านหลังพร้อมกับเอามือข้างซ้ายมาจับแขนข้างที่ฉันถือก้อนผลังไว้ แล้วเขาก็กำลังใช้มือที่จับแขนของฉัน ช่วยดึงผลังจากก้อนนั้นกลับเข้ามาที่ร่างของฉัน ฉันเริ่มรู้สึกมีแรงขึ้นมานิดนึง
พลัก!! ตุ้บ!! อยู่ๆร่างของอาร์เชอร์ก็กระเด็นไปติดกำแพงซึ่งห่างไปประมานนึง
“ถอยออกไปซะ!!” ควินน์ยืนอยู่ข้างหลังฉันด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ และกำลังใช้ดวงตาสีแดงมองไปที่อาร์เชอร์ นี่เขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ งั้นที่อาร์เชอร์ปลิวไปติดกำแพงเป็นฝีมือเขางั้นหรอ ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย
“คะ….ครับ” แล้วอาร์เชอร์ก็รีบวิ่งออกไปจากห้องทันที แต่ตอนนี้ฉันเริ่มมีอาการอ่อนแรงอีกแล้ว ทำไงดี
“นายช่วยสนใจฉันก่อนได้ไหม” ฉันหันไปพูดกับควินน์ ที่กำลังมองไปทางอื่นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“มานี่!!” เขาดึงแขนตัวฉันเข้าหาตัวอย่างแรง จนหลังฉันกระแทกเข้ากับหน้าอกของเขา แล้วเขาก็ทำเหมือนอย่างที่อาร์เชอร์ทำเมื่อกี้ แต่เขากลับเอามืออีกข้างมาวางที่หน้าท้องของฉันแทน ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าขึ้นมา นี่เขากำลังจะทำอะไร
“นี่…” ฉันพูดไม่ออก เพราะตอนนี้หลังฉันกำลังชิดกับหน้าอกของเขา ทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังโอบกอดฉันจากทางด้านหลังเลย
“สนใจผลังที่อยู่ในมือนายสิ…!!” เสียงของควินน์ทำให้ฉันตื่นจากความคิดบ้าๆพวกนั้น
“ฉันจะไม่มีแรงแล้ว”
“ฉันจะช่วยนายดูดผลังกลับ นายหลับตาลงแล้วรับรู้ถึงจากเคลื่อนที่ของผลังในตัวนาย แล้วนายก็ลองเคลื่อนที่ผลังนั้นด้วยตัวของนายเอง” ฉันหลับตาลง และพยายามทำตามที่ควินน์บอก แต่มันกลับไหลเข้ามาช้ากว่าตอนที่ควินน์ช่วยดูดเข้ามา
“นายอย่าใช้แค่ความคิด ให้ใช้ความรู้สึก แล้วให้มันมาอยู่ที่ตรงนี้” จู่ๆควินน์ก็ใช้มือข้างที่จับที่หน้าท้องของฉันเลือนขึ้นที่หน้าอกข้างซ้ายพร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มตรงหัวใจสองที ก่อนจะเลือนมือลงมาที่หน้าท้องแล้วจิ้มหน้าท้องของฉันอีกสองที ฉันทำตามที่เขาบอก แล้วมันก็ได้ผล ควินน์หยุดใช้ผลังช่วย แล้วให้ฉันดูดผลังบนฝ่ามือกลับเข้ามาในร่างกายด้วยตัวเองจนหมดก้อนนั้น
“ฉันทำได้แล้ว” ควินน์ปล่อยมือข้างที่จับแขน แต่เค้ายังไม่ได้ปล่อยมือที่จับหน้าท้องของฉันออก เมื่อฉันคิดไปถึงการกระทำของเขาเมื่อกี้ ทำให้ใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที แค่การที่เขาเอามือมาลูบที่ร่างกายนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกร้อนขึ้นมาข้างในเหมือนมีลาวากำลังพวยพุงออกมาไม่หยุด
“สองคนพี่น้องกำลังทำอะไรกัน ดูรักกันดีเชียว” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู เป็นเสียงที่ฉันคุ้นเคยมาก