ตอนที่ 1 ไร้ตัวตน

2585 Words
ไนท์วอล์กเกอร์ หรือก็คือ…แวมไพร์ ที่ดื่มเลือดเป็นอาหาร มีอายุยืนยาว เมื่อเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยร่างกายก็จะหยุดการเจริญเติบโต และมีผลังพิเศษ แต่...ไม่สามารถมีลูกเองได้ ใช้การขยายพันธุ์โดยการกัดเพื่อส่งต่อสายเลือดเท่านั้น เวลาผ่านไป วิวัฒนาการด้านการเพทย์ที่ก้าวหน้า จึงสามารถสร้างเซรุ่มที่ช่วยให้แวมไพร์ ใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงแดดได้ ตั้งแต่นั้นมาแวมไพร์ก็อยู่ภายใต้แสงแดดเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่เพราะแวมไพร์จะมีพลังมากที่สุดในยามราตรี การใช้ชีวิตก็ยังคงเป็นกลางคืนเหมือมเดิม ทุกคนจึงเรียกแวมไพร์เหล่านี้ว่า ไนท์วอล์กเกอร์ ไนท์วอล์กเกอร์ จะแบ่งตามผลัง 1.ไนท์คิง เหล่าไนท์ชั้นสูง ที่มีผลังมหาศาล มีอายุยืนยาวมากว่า500 ปี 2.เทียร์ไนท์ คือไนท์มีผลังระดับปานกลาง มีอายุราว 300 ปี 3. นีโอไนท์ คือไนท์ที่มีผลังต่ำมีอายุราว 100-200 ปี ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในเหล่าไนท์วอล์กเกอร์ ปกครองโดย ดาร์กลอร์ด หรือ ราชาแห่งไนท์วอล์กเกอร์ และจะเลือกจากสายเลือดของดาร์กลอร์ด ที่เป็นไนท์คิงเท่านั้น ในโลกที่ล่มสลายด้วยรังสี จากการสู้รบกันระหว่างมนุษย์กับไนท์วอล์กเกอร์ ทำให้รังสีแผลกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ และเพราะรังสีเหล่านั้นทำให้ มอนสเตอร์ ถือกำเนิดขึ้น มนุษย์ที่รอดจากสงครามมาได้ ไม่มีผลังมากพอที่จะสู้กับมอสเตอร์ จึงได้ทำข้อตกลงกับไนท์วอล์กเกอร์เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ไนท์วอล์กเกอร์จึงรับหน้าที่ล่ามอนสเตอร์ให้พวกมนุษย์ ส่วนมนุษย์ก็ได้ให้ค่าตอบแทนเป็น เงินทองและผลการวิจัยยาต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อไนท์วอล์กเกอร์ ที่สำคัญที่สุดคือ เลือด ที่ไนท์วอล์กเกอร์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิต {เซเวียร์} ในห้องสมุดที่สงบและเงียบสงัดในปราสาท ที่มีชั้นหนังสือสูงถึงเพดาน หนังสือส่วนใหญ่เป็นของเก่าที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ทำให้ที่นี่มีกลิ่นของกระดาษเก่า มีโต๊ะกับเก้าอี้ไม้เก่าๆตั้งอยู่กลางห้อง ฉันชอบมาห้องนี้ตั้งแต่ที่ฉันตื่นขึ้นมาเป็นไนท์วอร์กเกอร์ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้พบผู้คน แต่ที่นี่คือที่ๆฉันได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และไม่ต้องอยู่ในสายตาของการเหยียดหยามจากเหล่าไนท์คนอื่นๆอีกด้วย ฉันเป็นลูกชายของท่านดยุค ไททัส อีกไม่นานเขาก็จะขึ้นรับตำแหน่งเป็นดาร์กลอร์ดคนต่อไป ฉันจำความได้ว่า หลังจากสงครามสงบลง ฉันถูกท่านดยุกพบจากใต้ซากตึกที่ถล่ม ฉันในตอนนั้นอายุเพียง 11ปี และรู้ตัวว่ากำลังจะตาย ฉันพูดกับเขาว่าอยากมีชีวิตอยู่ เขาจึงกัดฉัน…ทำให้ฉันกลายเป็นไนท์วอล์กเกอร์และได้มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ฉันมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นถึงท่านดยุกแห่งไนท์วอล์กเกอร์ ฉันจึงได้ชื่อว่าเป็นท่านชายลำดับที่9 เพราะเขามีลูกอีก8คน แล้วฉันก็คือคนที่เขากัดและส่งต่อสายเลือดให้เป็นคนที่9 แต่ฉันดันตื่นขึ้นมาเป็นแค่ นีโอไนท์ ที่ไม่มีผลังอะไรเลย ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดา จึงไม่ได้รับการยอมรับจากคนในตระกูล ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ หรือแม้กระทั่งข้ารับใช้ ฉันมักจะถูกทุกคนมองมาด้วยสายตาที่ดูหมิ่นเหยียดหยาม ฉันใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆในปราสาทที่กว้างใหญ่แห่งนี้ เหมือนคนที่ไม่มีตัวตน “เซเวียร์ ฉันมาแล้วววว” เสียงสดใสของ รอยซ์ ดังขึ้นจากหน้าประตูของห้องสมุด “นายช่วยเบาเสียงหน่อย ที่นี่คือห้องสมุดนะ” ฉันเดินออกมาจากชั้นหนังสือ พร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มผมสั้นสีดำ ที่มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ เขาคือเทียร์ไนท์และเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉัน “ที่นี่มีแค่นาย ที่เข้ามาแค่คนเดียว เสียงดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าหรอกน่า” รอยซ์เดินเข้ามาหาฉันด้วยรอยยิ้ม “ก็ฉันนี่ไง พึ่งจะว่าไปหยกๆ” ฉันใช้หนังสือในมือโขกไปที่หน้าฝากของรอยซ์เบาๆหนึ่งทีแล้วเดินผ่านรอยซ์มานั่งที่โต๊ะ “ฉันได้ยินพวกข้ารับใช้พูดกันว่าเดือนหน้าพี่ชายนายจะกลับมาแล้วนี่” คนที่รอยซ์พูดถึงคือพี่ชายคนโต ท่านชายลำดับที่1 แอรอน เขาเป็นคนเดียวในบรรดาพี่ๆที่ดีฉันเสมอ แต่เพราะเรื่องงานบางอย่างทำให้เขาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆถึงจะกลับมาสักที “คงจะมาพิธีรับตำแหน่งดาร์กลอร์ดของท่านพ่อนั้นแหละ” ฉันพูดพลางเปิดหนังสือในมืออ่าน “งั้นนายก็ได้ไปออกงานด้วยน่ะสิ” รอยซ์ทำหน้าตาตื่นเต้นดีใจ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “ฉันคงไม่ไปหรอก” “ได้ที่ไหนกัน ท่านชายของท่านดยุกทุกคนจะต้องเข้าพิธีเพื่อรับตำแหน่งองค์ชายไง นายไม่รู้หรอ” สิ่งที่รอยซ์พูด ฉันรู้แต่แรกแล้ว แต่ฉันไม่มีใจอยากจะไป และยิ่งไม่อยากเป็นองค์ชายอะไรนั่นด้วย “ขาดฉันไปสักคนงานพิธีคงไม่ล่มหรอก” ถ้าฉันไป ฉันคงเป็นองค์ชายที่น่าสมเพจที่สุดในงานเหมือนเอาตัวเองไปให้ขายหน้ามากว่า “เฮ้อออ ชีวิตนายน่าสงสารชะมัด” รอยซ์มองมาที่ฉันด้วยสายตาอบอุ่นปนเศร้า “ว่าแต่นายเถอะ รอบนี้ไปทำภารกิจเป็นไงบ้าง” “นายไม่เห็น! ฉันออกไปรอบนี้เจอมอสเตอร์คิงคองตัวใหญ่มากเลย แถมยังพ่นเหมือกออกมาได้ด้วย แต่ๆๆๆ มันก็โดนฉันซัดจนแขนไปทาง ขาไปทางด้วยแหละ ฉันเก่งใช่มั้ยล้า” รอยซ์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยกเท้าข้างนึงขึ้นเยียบบนเก้าอี้ไว้ พร้อมกับทำท่าทางไปด้วย ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกขำกับการกระทำของเขา รอยซ์เป็นไนท์คีฟเปอร์ หรือเรียกอีกอย่างคือ ผู้ดูแลยามราตรี ทุกครั้งที่รอยซ์กลับมาจากภารกิจ เขามักจะเข้ามาเล่าเรื่องภารกิจและการต่อสู้กับเหล่ามอสเตอร์ให้ฉันฟังเสมอ ฉันรู้เรื่องราวต่างๆของโลกภายนอกปราสาทจากสิ่งที่รอยซ์เล่า เพราะฉันไม่เคยออกไปนอกปราสาทเลย รอยซ์จึงมักจะมาเล่าเรื่องสนุกๆให้ฉันฟัง ในวันที่ฉันถูกช่วยไว้ ตอนนั้นรอยซ์ที่อยู่ในร่างโตเต็มวัยแล้ว เป็นคนอุ้มฉันกลับมายังเมืองของไนท์แห่งนี้ นับตั้งแต่นั้นทุกครั้งที่รอยซ์ว่างมักจะมาเยียมฉันที่ปราสาท จนเราสนิทกัน เขาเป็นเหมือนพี่ชาย และเพื่อนสนิทของฉัน… “ฉันอยากให้นายได้ออกไปเห็นโลกภายนอกจัง ไม่รู้นายอยู่แต่ในห้องสมุดนี้ได้ยังไง นายไม่อยากออกไปข้างนอกหรอ” ดวงตาที่ส่องประกายของรอยซ์กำลังมองมาทางฉันด้วยความห่วงใย “ฉันจะออกไปทำไมล่ะ ที่นี่ก็คือที่ของฉัน” ฉันส่งยิ่มอ่อนโยนไปให้รอยซ์ เพื่อให้เขาวางใจกับเรื่องที่เขากำลังกังวล “นายนี่น่ะ…”รอยซ์ยิ้มกลับมาให้ฉัน เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รับมาเลย ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! พวกเราสองคนหันไปทางประตูพร้อมกัน มีชายหนุ่มรูปร่างรูงโปร่งหน้าตาคมเข้มผมสีดำ กำลังยืนกอดอกพิงประตูอยู่ เขาคือ ควินน์ เป็นไนท์คิง และเป็นพี่ชายของรอยซ์ด้วย “จะเช้าแล้ว กลับได้หรือยัง” ควินน์พูดขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องไปที่รอยซ์ เขามารับรอยซ์กลับบ้านเหมือนทุกที “จะเช้าแล้วเหรอเนี้ย” รอยซ์ยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือ ฉันฟังรอยซ์เล่าเรื่องจนลืมเวลาไปด้วย ทำไมช่วงเวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอเลยนะ “นายกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน” “งั้นฉันกลับก่อนนะ” รอยซ์ลุกจากเก้าอี้เดินไปทางประตู ฉันมองตามรอยซ์ไปเห็นควินน์กำลังมองมาที่ฉันพอดี ทำให้เราสบตากัน “ขอตัวก่อนนะครับ…ท่านชาย” ควินน์ยิ้มอบอุ่นมาให้ฉันพร้อมกับโค้งให้ฉันทีนึง ก่อนจะเดินตามรอยซ์ออกไป แต่ฉันกลับเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ภาพของดวงตาคู่นั้นที่มองมาที่ฉันมันยังคงติดตราตึงในใจ เพราะเค้าคือคนที่ฉันชอบ… แม้ว่าเราจะไม่เคยได้คุยกันเลย แต่ทุกครั้งที่เห็นเขามารับรอยซ์ ฉันมักจะประหม่าเสมอ เขาดูดีทั้งรูปร่าง หน้าตา บุคลิก และที่สำคัญ เขาไม่เคยแสดงออกว่ารังเกียจฉันเลย ซึ่งมีน้อยคนมากที่จะปฏิบัติกับฉันแบบนี้ คืนก่อนพิธีรับตำแหน่งราชา ฉันยืนอยู่ต่อหน้าชุดที่สวมอยู่ในหุ่นที่มาตั้งอยู่ในห้องนอนของฉัน เป็นชุดสีฟ้าขาวมีปัดเลื่อมและตกแต่งด้วยคริสตันหลากหลายสีอย่างสวยงาม มันดูเรียบร้อยและสง่างามในตัวของมัน ชุดนี้คงจะเป็นชุดที่เอาไว้ให้ฉันใส่ในพิธีรับตำแหน่งของท่านพ่อ ฉันละสายตาจากมันแล้วถอนหายใจเบาๆ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! มีใครบางคนเคาะที่ประตูห้องของฉัน ฉันเดินไปเปิดประตูแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็คงต้องมีเรื่องสำคัญ เพราะปกติแทบไม่มีใครมาหาฉัน แม้แต่ข้ารับใช้ยังหลีกเลี่ยงฉันเลย ฉันเปิดประตูออก เจอเข้ากับร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา เค้าคือพ่อของฉัน ไททัส แม้เขาจะมีอายุ200 ปีแล้ว แต่หน้าตาของเขายังดูหนุ่ม เพราะไนท์วอร์กเกอร์ร่างกายจะหยุดการเติบโตเมื่อเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย แล้วเขายังเป็นไนท์คิงที่กำลังจะได้เป็นราชาของเหล่าไนท์ “ฉันขอเข้าไปได้มั้ย” ท่านพ่อเอ่ย ฉันถอยหลบให้เขาเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูเบาๆ “นานมากแล้วนะ ที่พ่อไม่ได้เข้ามาที่ห้องนี้ ทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมเลย” ท่านพ่อพูดพร้อมกับสำรวจไปรอบๆห้องอย่างใจเย็น “ครับ ท่านพ่อ” ฉันรับคำเหมือนอย่างเคย เพราะฐานะที่เขาเป็นดยุกที่สูงส่ง ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาว่าง น้อยมากที่จะเจอเขา เพราะปราสาทแห่งนี้ใหญ่โตมาก ส่วนฉันก็ใช้ชีวิตอยู่ในมุมเล็กๆของปราสาทเท่านั้น “พ่อให้คนนำชุดมาให้สำหรับใส่ในงานพิธีพรุ่งนี้ ลูกสวมได้พอดีมั้ย” ท่านพ่อมองที่ชุดที่ตั้งอยู่กลางห้องก่อนจะหันมามองฉันด้วยรอยยิ้มบางๆ “น่าจะพอดีครับ ผมยังไม่ได้ลอง” ฉันตอบท่านพ่อแบบนิ่งๆ “ดูลูกไม่ค่อยอยากจะเข้าร่วมงานพิธีเลยนะ” “ครับ ผมไม่อยากไปจริงๆ” “เซเวียร์ ลูกรู้ใช่มั้ยว่าพิธีนี้ ลูกที่เกิดจากพ่อทุกคนจะต้องไปเข้าร่วมเพื่อรับตำแหน่งองค์ชาย พ่ออยากให้ลูกไปงานนี้นะ แล้วชุดนี้ พ่อก็สั่งทำให้เป็นพิเศษด้วย พ่อรู้ว่าลูกต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ในโลกของไนท์วอล์กเกอร์ ผู้แข็งแกร่งถึงจะได้รับการยอมรับ พ่อจึงอยากใช้ตำแหน่งองค์ชายนี้ เพื่อปกป้องลูก” ท่านพ่อเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วจับแก้มฉันเบาๆ รอยยิ้มของเค้าช่างดูอบอุ่นมากจริงๆ นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะมอบให้ฉันได้ ในฐานะลุกคนนึงสินะ ฉันรู้มาตลอดว่าเป็นเพราะการปกป้องของเขา ฉันจึงได้มีชีวิตสงบสุขอยู่ภายใต้ปราสาทแห่งนี้โดยที่ไม่มีใครรังแกหรือทำร้ายเลย แม้ว่าทุกคนในที่แห่งนี้จะรังเกียจฉันมากก็ตาม “ครับ ผมจะไป” ในงานพิธีรับตำแหน่งราชา ฉันกำลังยืนมองไปยังห้องโถงใหญ่ของปราสาทผ่านทางกระจกของห้องรับรองที่อยู่ด้านบนชั้นสอง ไทน์ทุกคนที่มาที่นี่เป็นกลุ่มชนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นไนท์หญิงหรือชายต่างก็แต่งตัวเรียบร้อยและหรูหรา ไม่ต่างจากงานแฟชั่นโชว์ของเหล่าไนท์เลย ฉันกำลังประหม่า เพราะไม่อยากออกไปจากห้องนี้และต้องไปอยู่ในท่ามกลางไนท์พวกนั้นด้วย พี่ๆส่วนใหญ่ก็ไม่เคยยอมรับการมีตัวตนของฉัน โลกของไนท์วอล์เกอร์ ผู้อ่อนแอย่อมไม่ได้รับการยอมรับเป็นเรื่องธรรมดา “เซเวียร์…” เสียงหนึ่งดังจากด้านหลังฉัน ซึ่งเป็นทางประตูของห้อง ฉันหันไปทางต้นเสียง พบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ท่านพ่อที่มีผมสั้นสีขาว เขาคือ แอรอน ที่อยู่ในชุดสูทหรูสีครีมที่ตกแต่งด้วยคริสตันเม็ดเล็กๆ เขาเป็นไนท์คิง ที่เป็นพี่ชายของฉัน เขากำลังมองมาที่ฉันพร้อมกับเดินตรงมาด้วยรอบยิ้มอบอุ่น “สวัสดีครับ ท่านพี่แอรอน” ฉันโค้งเคารพและยิ้มให้ เพราะเราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ทำให้ฉันรู้สึกเหินห่างจากเขาพอสมควร ยังไงฉันก็ใช้ชีวิตมา 80 ปี อารมณ์ดีใจต่างๆที่เคยมีเมื่อตอนเป็นวัยรุ่นมันได้หายไปเกือบหมดแล้ว “วันนี้นายดูดีมากเลยนะ” แอรอนเดินมาหยุดตรงหน้าฉัน “ท่านพี่ก็เช่นกัน” “ไม่ได้เจอกันหลายปี นายสบายดีมั้ย” แอรอนยกมือขึ้นมาใช้นิ้วเรียวยาวนั้นจับผมยาวสีขาวของฉันที่พาดลงมาที่ไหล่พร้อมกับลูบมันเบาๆ “สบายดีครับ ท่านพี่สบายดีมั้ยครับ” “ฉันคิดถึงนายมากเลยล่ะ อยู่ที่นั่นฉันเหงามาก อยากจะกลับมาอยู่ที่นี่เร็วๆใจจะขาด” แอรอนดึงฉันเข้าไปกอดเบาๆ ทำให้ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นดังออกมาจากอก ทำไมหัวใจเขาเต้นแรงขนาดนี้นะ “ถึงเวลาแล้วครับท่านชาย” มีข้ารับใช้พูดอยู่หน้าประตูโดยที่ไม่ได้เปิดประตูเข้ามา แล้วแอรอนก็ค่อยๆคลายอ้อมแขนออกจากตัวฉัน ถึงเวลาที่ฉันต้องลงไปแล้วสินะ “ไม่ต้องกลัวนะ เราลงไปพร้อมกันเถอะ” แอรอนที่จับไหล่ฉันอยู่ พูดพร้อมกับเลือนมือข้างหนึ่งลงไปจับมือฉันไว้ พร้อมกับก้าวเท้านำฉันเดินออกจากห้อง ฉันแค่อยากให้พิธีนี้จบลงเร็วๆ สายตาแย่ๆอะไรพวกนั้น ฉันก็ชินชากับมันนานแล้ว แต่ไม่มีใครอยากจะเอาตัวเองไปให้คนอื่นมองด้วยสายตาแบบนั้นเป็นแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD