แอรอนพาฉันเดินมาถึงหน้าบันได ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่ขานชื่อกำลังมองมาที่เราเพื่อรอสัญญาน ฉันยอมรับว่าฉันประหม่าพอสมควร แม้ว่าฉันจะเตรียมใจมาแล้ว แต่อาการนี้มันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี
“ไปกันเถอะ” แอรอนพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มเป็นกำลังใจมาให้ฉัน ก่อนจะหันไปส่งซิกให้ข้ารับใช้ที่รออยู่เบื้องล่าง แล้วจับมือฉันก้าวลงบันใดพร้อมกัน
“ท่านชายลำดับที่ 1 ท่านแอรอนและท่านชายลำดับที่ 9 ท่านเซเวียร์ มาถึงแล้วววว” ข้ารับใช้ก็ได้ประกาศชื่อออกมาเสียงดังเพื่อให้เหล่าไนท์ทั้งหลายรู้ถึงการมาถึงของเรา
ไนท์ทุกคนในงานต่างพากันมองมาที่เราสองคนอย่างพร้อมเพรียง ฉันพึ่งสังเกตว่าไนท์ทุกคนจะสวมชุดที่เป็นโทนสี ดำ ขาว หรือสีแดง มีเพียงฉันที่สวมชุดสีฟ้า ขัดกับทุกคนในที่นี้ ฉันไม่เข้าใจว่าท่านพ่อเลือกชุดนี้ให้ฉันเพราะอะไร มันทำให้ฉันดูเป็นจุดเด่นในงานนี้ขึ้นมาโดยที่ฉันไม่ต้องการ
“ท่านชายแอรอนเหรอเนี้ย ดูดีมากเลย”
“ได้ข่าวว่าท่านชายแอรอนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าท่านสนิทกับท่านชายเซเวียร์ขนาดนี้”
“นั่นท่านชายเซเวียร์เหรอ เขาสวยมากเลยนะ ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“อย่าเสียงดังไป ท่านชายเซเวียร์เขาเป็นนีโอไนท์ แถมยังไม่มีผลังด้วย จึงอยู่แต่ในปราสาทไม่ได้ออกงานเหมือนท่านชายคนอื่นๆ”
“เป็นถึงท่านชาย น่าสมเพจจริงๆ”
แม้ว่าฉันจะไม่มีผลังอะไร แต่ด้วยร่างกายของนีโอไนท์ ทำให้ฉันได้ยินเสียงรอบข้างได้ชัดเจน และมั่นใจว่าสิ่งที่ไนท์คนนั้นพูดก็คือสิ่งที่ไนท์ทุกคนในนี้คิดเหมือนกัน แล้ว
มันจะยังไงล่ะ ฉันก็อยากจะหลุดพ้นจากสถานภาพที่น่ารังเกียจนี้เหมือนกัน แม้ว่าการได้เป็นองค์ชายจะช่วยให้ฉันไม่โดนรังแก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีไนท์คนไหนยอมรับในตัวตนของฉันอยู่ดี ที่ฉันยอมเข้าพิธีนี้ก็เพื่อก็เพื่อทำให้ท่านพ่อสบายใจเท่านั้น
“เซเวียร์” แอรอนหันมาพูดเบาๆเพื่อให้ได้ยินแค่สองคน ขณะเดินอยู่กลางงานพิธี
“ครับ” ฉันหันมองแอรอนด้วยความสงสัย
“ถ้านายไม่ยิ้ม ฉันจะร้องไห้แล้วนะ”
“ท่านพี่พูดเล่นใช่มั้ยครับ” ฉันไม่คิดว่าแอรอนจะทำอย่างที่พูด กลางงานพิธีแบบนี้แน่
“ถ้าฉันพูดจริงล่ะ ฉันจะกลายเป็นท่านชายที่ขายหน้าที่สุดเพราะนายนะ” แอรอนกำลังจะบอกให้ฉันยิ้มไปด้วยกับเขา เพราะเราเดินมาพร้อมกัน แต่เขากลับยิ้มอยู่คนเดียวสินะ
“ท่านพี่ไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ” ฉันขำเล็กน้อยในลำคอกับท่าทางขอร้องของเขา เรื่องที่ว่าเขาจะร้องไห้ เขาคิดได้ยังไงนะ แต่คำพูดของเขาก็ดูตลกดี
“งั้นนายช่วยยิ้มให้ฉันหน่อยเถอะนะ” ฉันหันไปยิ้มให้แอรอน แม้ว่าฉันจะไม่ชอบคนรอบข้างแค่ไหน แต่ไม่ใช่กับแอรอน งั้นก็ยิ้มให้แค่เขาคนเดียวก็แล้วกัน
แอรอนพาฉันเดินมาถึงตำแหน่งที่ผู้จัดการพิธีจัดไว้ให้ฉัน ซึ่งมีพี่ๆคนอื่นๆกำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาเหยียดหยามและดูหมิ่น ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว
“นายมากับฉัน” แอรอนพูดพร้อมกับจับมือฉันเดินขึ้นบนแท่นที่เป็นตำแหน่งของท่านชายลำดับที่1 ซึ่งจะอยู่ต่ำรองมาจากแท่นที่ใช้ทำพิธีของท่านพ่อเท่านั้น พี่ๆคนอื่นมองมาที่ฉันกับแอรอนด้วยสายตาไม่พอใจ แต่แอรอนก็มองกลับไปพร้อมแผ่ผลังกดดัน ในขณะที่เขาใช้ผลังดวงตาของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงไปด้วย ทำให้ทุกคนหันไปทางอื่นทันที นั่นเพราะแอรอนมีผลังที่เทียบเท่ากับท่านพ่อ ซึ่งพี่ๆคนอื่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย
“ท่านพี่ ผมกลับไปประจำที่ของผมดีกว่า” ฉันหันไปพูดกับแอรอน ฉันไม่ได้กลัวพวกเขา แต่ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้ท่านพ่อต้องลำบากใจ
“อยู่กับฉันนี่แหละ ไม่เป็นไรหรอก เชื่อฉันสิ” แอรอนยิ้มให้ฉัน เพื่อจะบอกให้ฉันเชื่อใจในสิ่งที่เขาเลือก
“เริ่มพิธีได้…!.”
สิ้นเสียงของท่านผู้ทำพิธี ท่านชายทุกคนก็ได้ยืนประจำตำแหน่งของตน ยกเว้นฉันที่กำลังยืนอยู่ข้างแอรอน ซึ่งเป็นจุดที่สูงกว่าพี่ๆคนอื่น ดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้น แล้วท่านดาร์กลอร์ดก็ปรากฏตัวแล้วเดินออกมาตามทางที่เว้นไว้ด้านหน้า ไนท์ทุกคนในที่นี้เงียบเสียงลงแล้วโค้งทำความเคารพค้างไว้จนกว่าท่านจะเดินถึงแท่นประจำตำแหน่ง ไม่นานท่านพ่อก็ปรากฏตัว ท่านพ่อเดินมาช้าๆจนถึงหน้าแท่นที่ท่านดาร์กลอร์ดยืนอยู่ ท่านพ่อโค้งคำนับ แล้วพิธีก็ดำเนินต่อไป
“สิ้นสุดพิธีรับตำแหน่งราชา ต่อไป เป็นพิธีรับตำแหน่งองค์ชายยยย” ผู้จัดงานพิธีกล่าวขึ้น เหล่าท่านชายทุกคนก้าวออกมายืนด้านหน้าแท่นราชาที่มีท่านพ่อยืนอยู่
“ท่านชายลำดับที่ 1 ท่านแอรอน ขึ้นเป็น…องค์ชายลำดับที่ 1 องค์ชายแอรอนนนน” ผู้ทำพิธีกล่าว แอรอนก็ก้าวออกไปด้านหน้า แล้วโค้งคำนับท่านพ่อ ท่านพ่อโน้มตัวจากแท่นราชาลงมาสวมมงกุฎให้แอรอน แอรอนเป็นลูกคนแรกของท่านพ่อ เขาเป็นลูกที่ท่านพ่อภาคภูมิใจที่สุด แล้วเขาก็มีสิทธิ์ได้เป็นดาร์กลอร์ดคนต่อไปอีกด้วย แล้วแอรอนก็ก้าวขึ้นไปนั่งเก้าอี้ที่วางเรียงอยู่ด้านข้างเก้าอี้ราชา ซึ่งเป็นเก้าอี้ของตำแหน่งองค์ชายทุกคน
ฉันเห็นสายตาของท่านพ่อมองไปทางผู้ทำพิธีแล้ว เหมือนกำลังส่งซิกอะไรบางอย่าง
“ท่านชายลำดับที่ 9 ท่านเซเวียร์….” ห่ะ!?…ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม ทำไมถึงขานชื่อฉันก่อนล่ะ…แม้ว่าจะยังสับสน ฉันก็ก้าวเท้าออกไปยืนอยู่เบื้องหน้าท่านพ่อ ท่านพ่อส่งยิ้มบางๆมาให้ฉัน
“ขึ้นเป็นองค์ชายลำดับที่ 2 องค์ชายเซเวียร์” การประกาศของผู้ทำพิธี ทำให้ฉันและไนท์ทุกคนในที่นี้ตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าท่านพ่อ จะยกตำแหน่งชายองค์อันดับที่ 2 ให้กับฉันแบบนี้
ฉันโค้งให้ท่านพ่อเหมือนที่แอรอนทำ ท่านพ่อโน้มตัวลงมารับศอกของฉันไว้ การกระทำของท่านพ่อกำลังแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าท่านพ่อเอนดูฉัน และกำลังปกป้องฉันไม่ให้คนที่คิดไม่ดีมายุ้งกับฉัน เพราะเกรงกลัวอำนาจดาร์กลอร์ดของท่านพ่อ
หลังจากท่านพ่อสวมมงกุฎให้ฉัน ฉันก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ขององค์ชายลำดับที่2 ที่อยู่ติดกับเก้าอี้ราชา ซึ่งจะอยู่คนละข้างกับแอรอน ฉันเห็นแอรอนกำลังส่งยิ้มมาที่ฉันพอดี เหมือนว่าเขาจะรู้อยู่แล้ว
ท่านพ่อคงจะตั้งใจทำแบบนี้แต่แรกแล้ว จึงได้เตรียมชุดที่โด่นเด่นแบบนี้ให้ฉัน ยังไงก็ต้องขอบคุณท่านพ่อที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้ แม้ว่าฉันจะเป็นแค่นีโอไนท์ ที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตาม
4 ปีต่อมา
หลังจากจบงานรับตำแหน่ง เวลาก็ผ่านไปเร็วมาก แม้ว่าจะได้ตำแหน่งองค์ชายลำดับ 2 ชีวิตฉันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แอรอนก็กลับไปต่างประเทศหลังจบงานพิธีไม่นาน ส่วนท่านพ่อก็แทบไม่ได้เจอหน้าเลย เหมือนว่าพอได้เป็นดาร์กลอร์ดงานที่มีก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วย
ฉันเริ่มมีอาการเวียนหัว แล้วก็อวกอยู่บ่อยๆ ช่วงนี้รู้สึกว่าฉันจะนอนเยอะขึ้นกว่าปกติ แล้วยังไม่ค่อยมีอาการอยากเลือดด้วย แต่ก็ไม่ได้บอกใคร เพราะไม่มีใครให้บอก ปกติข้ารับใช้มักจะเข้ามาทำความสะอาดหรือว่าเอาของมาให้ในช่วงเวลาที่ฉันไม่อยู่ห้อง ถึงจะเจอฉันพวกเขาก็แค่ทำความเคารพแล้วก็จากไป เพราะไนท์ทุกคนในปราสาทแห่งนี้รังเกลียดฉันที่ฉันเป็นแค่ นีโอไนท์ที่ไม่มีผลัง
ฉันมีอายุมาก็เกือบจะ100 ปีแล้ว อาการพวกนี้คงเป็นสัญญานที่บอกว่าฉันกำลังจะหมดอายุไข ฉันไม่มีความกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเจอ ถ้าการมีอายุยืนยาวแล้วต้องอยู่อย่างไร้ตัวตนแบบนี้ ฉันขอไปเกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิตอื่นยังดีซะกว่า
“วันนี้สีหน้านายไม่สู้ดีเลยนะ ให้แพทย์หลวงมาตรวจหน่อยดีไหม” รอยซ์พูดกับฉันที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงพร้อมกับอ่านหนังสือในมือ รอยซ์ที่นั่งอยู่ข้างเตียงเอือมมือมาจับมือข้างขวาฉันไปกุมไว้ วันนี้ฉันไม่ไปห้องสมุด เพราะเหมือนขาไม่ค่อยจะมีแรงเดิน รอยซ์จึงมาหาฉันที่ห้องแทน
“ฉันไม่เป็นไรหรอก แสงไฟในห้องคงจะสว่างเกินไป นายเลยเห็นว่าฉันเป็นแบบนั้น” ฉันหันไปยิ้มบางๆให้รอยซ์
“นายแน่ใจนะ ไม่ใช่ว่านาย…” รอยซ์เงียบไปพร้อมกับมองไปที่มือของฉันที่เขากำลังกุมอยู่ รอยซ์คงรู้แล้วว่าฉันกำลังจะหมดอายุไข เพราะฉันไม่มีผลังอะไร อายุไขก็เลยจะน้อยตามไปด้วย หากฉันมีผลังสักนิด ฉันก็อาจจะอยู่ได้ถึง200 ปีก็ได้ แต่100 ปีสำหรับฉันก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว
“คืนพรุ่งนี้นายมีภารกิจนี่ ตอนนี้ก็จะเช้าแล้ว นายกลับไปพักผ่อนเถอะ” ฉันยิ้มให้รอยซ์ ครั้งนี้อาจจะเป็นยิ้มสุดท้ายที่ฉันจะมอบให้เขาได้ เพราะทุกครั้งที่เขาออกไปทำภารกิจก็จะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกว่าจะได้เจอกันอีก ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
“นายต้องรอฉันกลับมานะ สัญญากับฉันสิ” รอยซ์มองมาที่ฉันด้วยแววตาแห่งความเศร้า ฉันรู้สึกอัดแน่นขึ้นมากลางอก ฉันรู้ว่าฉันไม่อาจรับปากเขาได้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะค่อยๆเปิดออก แล้วควินน์ก็เดินเข้ามาในห้อง เขากำลังมองมาที่ฉันเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้ฉันหลบสายตาของเขา ถึงแม้ฉันจะชอบเขาแค่ไหน ก็ไม่ได้อยากให้เขามาเห็นฉันในสภาพใกล้ตายแบบนี้
“วันนี้ดูองค์ชายไม่ค่อยสดชื่นเลยนะครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ” จู่ๆควินน์ที่เดินมาถึงข้างเตียงก็โน้มใบหน้าลงมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้อยู่ใกล้เขาขนาดนี้ ดวงตาที่เปล่งประกายของเขากำลังจ้องมองมาฉัน ด้วยระยะที่ใกล้มากๆทำให้หัวใจของฉันกลับมาเต้นแรงขึ้นจนรู้สึกร้อนขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างประหลาด
“ผมก็บอกเซเวียร์เหมือนกัน น่าจะให้แพทย์หลวงมาตรวจซักหน่อย” เสียงของรอยซ์พุดขึ้นข้างๆ แต่ฉันก็ยังคงละสายตาจากควินน์ไม่ได้ เหมือนว่าฉันถูกตรึงเอาไว้
“เดี๋ยวผมจะบอกแพทย์หลวงให้ ตรวจสักหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร” ควินน์พูดพร้อมกับถอนใบหน้าออกไป แล้วยืดตัวขึ้นยืนตรง ทำให้ฉันหลุดจากสายตาของเขาได้สักที
“เอาตามนี้แหละ นายพักผ่อนเถอะ งั้นฉันไปก่อนนะ” รอยซ์ส่งยิ้มมาให้ฉัน แต่ภายใต้รอยยิ้มสดใสนั้น ฉันรู้ว่าเขากำลังเป็นกังวล ฉันยิ้มคืนไปให้รอยซ์ พร้อมกับจดจำภาพรอยยิ้มของเขาเอาไว้ ไม่รู้ว่าฉันจะได้เห็นรอยยิ้มนี้อีกไหม แต่ฉันก็ไม่อาจให้เขามีน้ำตาเพราะฉันได้ ฉันจึงเลือกที่จะไม่บอกรอยซ์เรื่องเวลาของฉันที่กำลังจะหมดลง
“หวังว่าจะได้เจอองค์ชายอีก ลาก่อนครับ” ควินน์โค้งตัวแล้วพูดกับฉัน นี่คงเป็นบทสนทนาแรกและเป็นบทสนทนาสุดท้ายที่เราจะได้คุยกันแล้ว
“ผมขอฝากดูแลรอยซ์ด้วยนะครับ หวังว่าเขา…จะไม่เสียใจ….” ฉันพูดออกไปโดยที่สายตาของฉันทอดมองไปที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างที่กำลังจะมีดวงอาทิตย์ขึ้น มันเป็นภาพที่สวยงามมาก แม้ว่าฉันจะเห็นมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่ครั้งนี้มันกลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม
ตึก.. ตึก... ตึก..
เสียงฝีเท้าของควินน์กำลังเดินออกไปจากห้อง ฉันมองตามหลังเขาที่กำลังออกไปแล้วปิดประตู ฉันพึ่งรู้ตัวว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ครู่หนึ่งเห็นจะได้ รอยซ์ก็ออกไปได้สักพักแล้ว ทำไมเขาถึงพึ่งจะเดินออกไปละ ช่างเถอะ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
คืนวันนั้น
“เกรงว่าคงไม่พ้นคืนนี้แน่”
“แต่เขาเป็นถึงองค์ชายที่ดาร์กลอร์ดให้ความสำคัญนะ ผมจะโทรไปแจ้งข่าวก่อน ถึงจะมาไม่ทันก็เถอะ”
“เอาตามนั้นแหละ เฮ้อออ…เป็นลูกของท่านดาร์กลอร์ดทั้งที ดันเกิดมาเป็นนีโอไนท์ แถมไม่มีผลังอีก จะน่าสงสารหรือน่าเวทนาดีนะ…งั้นเราออกไปกันเถอะ อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี”
เสียงของชาย2 คน ที่คุยกันดังเข้ามาในหูของฉัน พวกเขาคงจะเป็นแพทย์หลวงที่ควินน์ให้มาดูอาการฉันสินะ ฉันกำลังนอนหลับตาเพราะไม่มีแรงแม้จะขยับตัว ทำได้เพียงฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันเท่านั้น ท่านพ่อเองก็คงจะกำลังทำภารกิจอยู่ข้างนอก ก็อย่างที่แพทย์หลวงคนนั้นพูด ต่อให้ท่านพ่อมาด้วยตัวเองก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี
ฉันพยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ฉันมองเห็นคือดวงจันทร์ดวงใหญ่ที่กำลังส่องประกายอยู่นอกหน้าต่าง คืนนี้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงสินะ เป็นคืนที่เหล่าไนท์ทุกคนจะมีผลังมากเป็นพิเศษ ฉันเองก็เป็นไนท์ ฉันเคยลองใช้ผลังในคืนจันทร์เต็มดวงมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อคืนนี้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงคืนสุดท้ายของฉัน และฉันก็ใช้ผลังไม่ได้ งั้นก็ทำในแบบที่มนุษย์เขาทำกัน นั้นก็คือการอธิษฐาน... ฉันไม่มีความต้องการอื่นใด แต่มีอยู่อย่างนึงที่ฉันห่วง นั้นก็คือ รอยซ์ ฉันขออธิษฐานให้รอยซ์มีชีวิตต่อไปอีกนานๆและมีชีวิตที่ดี สุดท้าย ขอให้สิ่งที่รอยซ์ปรารถนาเป็นจริง..แค่นี้ฉันก็นอนตาหลับแล้ว ในเมื่อไม่มีอะไรต้องห่วง ก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะฝืนตัวเองอีกต่อไป
ฉันค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ตอนนี้ร่างกายฉันมันขยับไม่ได้แล้ว แม้แต่จะกระดิกนิ้วก็ยังทำไม่ได้ การหลับตาของฉันก็คงจะไม่มีทางลืมตาได้อีกตลอดกาล ฉันรู้สึกถึงลมเย็นๆ ที่กำลังพัดอยู่รอบตัวของฉัน มันกำลังจะพาให้ฉันลอยขึ้น ทำให้รู้สึกตัวเบาเหมือนก้อนเมฆ ที่ล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า
ฉันคิดถึงนายจังเลย รอยซ์ ฉันจะไม่ได้เห็นรอบยิ้มของนาย จะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของนาย และจะไม่ได้ฟังนายเล่าเรื่องอีกแล้ว หวังว่านายจะไม่ร้องไห้ จะไม่เศร้าในการจากไปของฉัน ขอบคุณนะ ที่นายเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันดีใจที่ฉันมีนายเป็นเพื่อน ลาก่อนนะ…รอยซ์..