“รอยซ์…..”ฉันเค้นเสียงของตัวเองพูดออกไป แต่ก็มีเสียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คนที่กำลังก้มอยู่ข้างๆเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ เผยให้เห็นใบหน้าของควินน์ ทำไมถึงเป็นเขา… ควินน์กำลังมองมาที่ฉันด้วยความตกใจและความเศร้า ทำไม…เค้ามาอยู่ที่นี่
“รอยซ์….ทำไมนาย…. ไม่ใช่ว่านาย….ไปแล้วเหรอ” ควินน์มีสีหน้าตกใจ เขากำลังพูดอะไร หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับรอยซ์..
“ทำไมนาย…พูดแบบนั้น” ฉันมองไปที่ควินน์ด้วยสายตาที่สงสัย ควินน์ค่อยๆเผยยิ้มออกมาบางๆ เค้ากำลังดีใจ
“ไม่มีอะไร.. นายแต่หลับไปวันนึงเท่านั้น ตอนนี้นายตื่นแล้ว” ควินน์ยิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น ฉันพึ่งเคยเห็นเค้ายิ้มแบบนั้นให้ฉันเป็นครั้งแรกเลย ฉันค่อยๆกวาดสายตามองไปรอบๆ นี่ไม่ใช่ห้องของฉัน มันดูแปลกตามาก
“แล้ว…รอยซ์ล่ะ ทำไมไม่เห็นรอยซ์เลย” ฉันหันไปถามควินน์ เพราะฉันไม่เห็นรอยซ์อยู่ในห้องนี้เลย เห็นเพียงแค่ควินน์คนเดียว
“นาย...พูดอะไรน่ะ” ควินน์มองมาที่ฉันด้วยสายแปลกๆ
“นายไม่ได้มากับรอยซ์หรอ ฉันอยากเจอรอยซ์อีกสักครั้ง ครั้งเดียวก็ยังดี” น้ำตาเอ่อนองขึ้นมาเมื่อคิดถึงใบหน้าของรอยซ์ที่ยิ้มให้ฉันและเลือนหายไปในอากาศ
“ทำไมนาย…ถึงพูดแปลกๆ” ควินน์ยืดตัวขึ้นพร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าตกใจ
“ให้ฉันได้เจอรอยซ์เถอะนะ ทำไมรอยซ์ไม่มา…ฮือออ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับรอยซ์ นายบอกฉันหน่อยได้มั้ย ฮืออออ” ฉันร้องไห้ออกมาไม่หยุด ร่างกายที่อ่อนแรงของฉันจู่ๆมันก็เริ่มมีแรงขึ้นมา ฉันพยายามดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง
ควินน์ลุกจากเก้าอี้แล้วยืนขึ้น พร้อมกับถอยออกไปก้าวนึง เค้ากำลังตกใจอย่างสุดขีด นี่มันอะไรกันทำไมเขามีปฏิกริยากับฉันแบบนั้น หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับรอยซ์จริงๆ
“ฮือออ นายช่วยพาฉันไปหารอยซ์หน่อยได้มั้ย ฮืออออ ฉันขอร้องล่ะ ฮือออ” ฉันพยายามจะลงจากเตียงพร้อมกับมองไปที่ควินน์และขอร้องอ้อนวอนเขา ให้เขาพาฉันไปหารอยซ์
ฉันพยายามจะก้าวเท้าไปหาควินน์ แต่ขามันกลับไม่มีแรงที่จะยืนได้เลย ทำให้ฉันกำลังจะล้มลง
มับ!!
เป็นควินน์ที่รีบยื่นแขนเข้ามารับตัวของฉันเอาไว้ไม่ให้ล้มลง
“ฮืออออ ทำไม…ทำไมนายไม่พาฉันไปหารอยซ์ ทำไม!!!” ฉันใช้มือที่มีเรียวแรงอันน้อยนิด
ทุบไปที่หน้าอกของควินน์ พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างหยุดไม่ได้ ควินน์ไม่ได้พูดอะไร แต่เค้ากลับกอดฉันเอาไว้แทน
“ฮือออ…ฮือออ อึก…ฮืออออ….” ทันทีที่ควินน์กอดฉันแน่นขึ้นทำให้ฉันยิ่งร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ฉันกำลังปล่อยความเสียใจออกไปโดยที่ควบคุมมันไม่ได้เลย
คืนต่อมา
ฉันพยายามลืมตาขึ้นมา เห็นเพดานที่แปลกตานี้เป็นครั้งที่สอง ฉันร้องไห้จนหลับไปงั้นเหรอ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือฉันอยู่ในอ้อมกอดของควินน์
ฉันมองไปรอบๆห้องอย่างสงสัย ฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ไม่ใช่ของฉัน และค่อยๆมองทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้ ที่นี่ไม่เหมือนกับห้องของฉันที่ปราสาทเลยแม้แต่น้อย แล้วฉันก็สะดุดตาเข้ากับรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง ซึ่งเป็นรูปของ รอยซ์…
ฉันดันตัวขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วเอื้อมมือไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู ในรูปรอยซ์กำลังยิ้มอย่างสดใส ฉันใช้นิ้วค่อยๆลูบไปที่รูปภาพนั้นช้าๆ พร้อมกับมีน้ำตากำลังเอ่อนองขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเอง!! ฉันก็เห็นใบหน้าของรอยซ์กำลังสะท้อนอยู่ในกระจกของกรอบรูปที่ฉันถืออยู่ในมือ
ตุ้บ!! ฉันตกใจจนกรอบรูปที่ฉันถืออยู่ในมือตกลงที่พื้น
นี่มันอะไรกัน เมื่อกี้มันต้องเป็นหน้าของฉันสิ ทำไมมันกลายเป็นใบหน้าของรอยซ์ล่ะ ฉันค่อยๆใช้มือที่กำลังสั่นจับไปที่ใบหน้าตัวเองด้วยความกลัว ฉันเลือนมือไปจับที่ผม พบว่ามันเป็นผมสั้นแค่ต้นคอ ซึ่งผมของฉันจะเป็นผมยาวตรงสีขาว แต่ตอนนี้ฉันกำลังมีผมสั้นสีดำ
ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้น ฉันพยายามรวบรวมความกล้าแล้วหันไปมองทางหน้าต่างที่เป็นกระจกใส ใจของฉันแทบจะหยุดเต้น คนที่ฉันเห็นในเงาที่สะท้อนที่กระจกเบื้องหน้าคือ รอยซ์..!!!
“นี่มันอะไรกัน… ทำไมฉันถึง….แล้วรอยซ์ล่ะ…” ฉันตกใจขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงภาพที่เหมือนฝันนั้นขึ้นมา
“ตอนนี้ฉันจะพานานไปใช้ชีวิตที่ฉันพูดถึง ฉันอยากให้นายมองดูโลกที่ฉันมองเห็น ไม่ใช่จากสิ่งที่ฉันเล่าให้นายฟัง แต่จากดวงตาของนายเอง นายยินดีจะไปกับฉันไหม”
“ฉันยินดี”
“นี่แหละคือความปรารถนาของฉัน ขอบใจนะเซเวียร์ ฉันจะจดจำนายตลอดไป”
ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่กำลังพรั่งพรู นี่ฉันทำอะไรลงไป…
ฉันก้มลงมองไปยังรูปของรอยซ์ที่ตกลงที่พื้นด้วยน้ำตา แล้วค่อยๆโน้มตัวลงไปเพื่อจะเอื้อมมือไปเก็บมัน
แกร็ก!…เสียงประตูกำลังเปิดออก
ฉันเก็บรูปนั้นแล้วแหงนหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาไปที่ประตู เห็นควินน์กำลังเดินเข้ามา และเขากำลังมองจ้องมาที่ฉัน เขาคงรู้แล้วว่าฉันไม่ใช่รอยซ์ เขาถึงได้มีท่าทางแบบนั้น
ฉันมองไปที่ควินน์ด้วยความกลัว ดวงตาของเขาที่เคยมองฉันด้วยความอ่อนโยน ตอนนี้มันได้หายไป เพราะเขากำลังมองฉันด้วยสายตาที่ดุดันและน่ากลัว
“ตอนนี้นายมีสติดีแล้วใช่มั้ย….งั้นมาเข้าเรื่องกันเถอะ…” ควินน์เดินมาหยุดลงที่ข้างเตียง พร้อมกับมองต่ำมาที่ฉัน
“....”สายตานั้นมันทำให้ฉันกลัวจนสั่นไปทั้งตัว
“นายเป็นใคร” คำพูดที่เย็นชาของควินน์ทำให้ในหัวของฉันขาวโพลนไปหมด
“ฉัน…” ฉันไม่รู้ว่าควรตอบเขาอย่างไรดี
“นายไม่ใช่น้องชายฉัน นายเป็นใครกันแน่!!” ควินน์โถมตัวลงมาจับไหล่ของฉันแน่น พร้อมกับตะคอกออกมา ดวงตาของเขากำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ
“ฉัน….” เสียงสั่นและเบาจนแทบไม่ได้ยิน ความเจ็บปวดที่ไหล่จากแรงบีบของควินน์ ทำให้น้ำตาของฉันไหลลงมาอาบแก้มอีกครั้ง ร่างกายของฉันกำลังสั่นไปด้วยความกลัว
“ฉันถามว่านายเป็นใคร!!!!” ควินน์ออกแรงบีบที่ไหล่ของฉันแรงขึ้น พร้อมกับเขย่าตัวฉันแรงๆ ฉันหลับตาและก้มหน้าลงด้วยความเจ็บปวด
“ฉัน….คือ…เซเวียร์” ฉันพูดออกไปแล้ว… ควินน์ค่อยๆคลายมือที่บีบไหล่ฉันออก แล้วยืดตัวยืนขึ้น ฉันเลือนมือขึ้นไปจับไหล่ที่กำลังเจ็บปวดทั้งสองข้างด้วยตัวที่สั่นเทาและก้มหน้าร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสาย
“นี่มัน…อะไรกัน…”ควินน์พูดเสียงสั่น ฉันค่อยๆแหงนหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ ตอนนี้ดวงตาของเขากลับมาเป็นสีปกติแล้ว แต่เค้ากำลังตกใจและมีสีหน้าที่เจ็บปวด การที่ฉันอยู่ในร่างนี้ก็เท่ากับว่ารอยซ์ได้จากไปแล้ว เขาเองก็คงจะรู้เรื่องนี้ เขาถึงได้ทำกันฉันแบบนั้น เพื่อต้องการการยืนยันจากปากของฉัน
“ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ฉันเสียใจ…อึก..” ฉันพูดพร้อมกับก้มหน้าลง
ตึก.. ตึก.. ตึก..
แกร็ก!…
ควินน์ไม่พูดอะไร แล้วเขาจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงเพียงลำพัง
ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง หรือนี่คือสิ่งที่รอยซ์บอก ว่าจะพาฉันไปดูโลกของเขา ถ้าฉันรู้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่ตอบรับคำขอของรอยซ์ในฝันนั้น แต่ตอนนี้มันก็ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ฉันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
หนึ่งเดือนต่อมา
ฉันที่อยู่ในร่างของรอยซ์ จมปลักกับความเสียใจนานเกือบเดือน ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่ได้เจอควินน์อีกเลย แต่เขายังให้ข้ารับใช้เอาเลือดมาส่งให้ทุกวัน ตอนนี้ร่างกายของฉันเคลื่อนไหวได้เป็นปกติแล้ว แต่ฉันยังคงไม่ชินกันมัน ทุกครั้งที่มองกระจกแล้วเห็นหน้าของตัวเองเป็นใบหน้าของรอยซ์ น้ำตาของฉันมันก็จะซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
ฉันโกหกข้ารับใช้ว่าฉันตื่นขึ้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ เพื่อหลอกถามความจากข้ารับใช้ จึงได้รู้ว่า เวลาผ่านไป100 ปีแล้วหลังจากที่ฉันตายไป ส่วนรอยซ์ก็ป่วยมาได้สักพัก ฟังจากอาการที่ข้ารับใช้บอกมา เหมือนกับอาการที่ฉันเป็นก่อนจะตาย แปลว่ารอยซ์กำลังจะหมดอายุไข รอยซ์ที่เป็นเทียร์ไนท์ มีอายุไขได้ 300ปี งั้นก็สมเหตุสมผลพอดี
ฉันพึ่งดีขึ้นจากการเสียใจได้ไม่ถึงอาทิตย์ ก็พึ่งได้ออกมานอกห้องเป็นครั้งแรก ที่นี่เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ก็ถือว่าเล็กกว่าปราสาทที่ฉันเคยอยู่มาก แต่ถ้าคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้อยู่กันแค่ 2 คนพี่น้อง ก็ดูจะใหญ่เกินไปจริงๆ ฉันเคยได้ยินแต่ที่รอยซ์เล่าให้ฟัง วันนี้ได้เห็นสถานที่ที่รอยซ์ใช้ชีวิตอยู่ ฉันกลับอยากให้รอยซ์มาพาฉันเดินชมบ้านของเขาด้วยตัวเขาเองมากกว่า
ฉันกำลังเดินอยู่ที่สวนดอกไม้ด้านล่างคฤหาสน์สัมผัสได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ฉัน ฉันเหลือบขึ้นไปมองตามจุดที่ฉันสัมผัสได้ เห็นควินน์ยื่นอยู่ที่ชั้น 2 ของคฤหาสน์ กำลังมองผ่านกระจกลงมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบเฉย ฉันหันหน้าหลบสายตาของเขา แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ฉันพึ่งรู้ว่าสัมผัสของไนท์วอล์กเกอร์ที่เป็นเทียร์ไนท์จะดีขนาดนี้ ฉันในร่างก่อน มีเพียงสัมผัสเสียงเท่านั้นที่ใช้ได้
{ควินน์}
ผมไม่รู้จะเผชิญหน้ากับคนคนนั้นยังไงดี ผมทั้งสับสนทั้งเสียใจ และดีใจในเวลาเดียวกัน และไม่รู้จะเรียกเขาว่าเซเวียร์หรือว่ารอยซ์ ผมรู้อยู่แล้วว่ารอยซ์กำลังจะหมดอายุไข ผมเองก็ได้ทำใจเอาไว้แล้ว แต่พอเขาตื่นขึ้นมา ผมก็ดีใจ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของรอยซ์จะเป็นเซเวียร์ แม้ผมจะดีใจที่มีโอกาสได้เจอเซเวียร์อีกครั้ง แต่ทำไม…ต้องเป็นเซเวียร์ที่อยู่ในร่างของรอยซ์ด้วย นั่นเลยทำให้ผมสับสนและโกรธตัวเอง ผมเสียใจที่น้องชายคนเดียวของผมจากไป แต่ก็กลับได้เซเวียร์คนที่ผมชอบมาอยู่ในร่างของรอยซ์แทน ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับผมแบบนี้
“นายท่าย จู่ๆท่านรอยซ์ก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และดูท่าทางจะทรมานมาก นายท่านไปดูคุณชายหน่อยเถอะครับ” ข้ารับใช้เดินมาหาผมที่ห้องทำงาน สิ่งที่เขาพูดมาทำให้ผมตกใจมาก ทั้งที่เมื่อคืนผมยังเห็นเขาดีๆอยู่เลย
ผมรีบวิ่งมาจนถึงหน้าห้องของเขา แล้วรีบเปิดประตูเข้าไป พบเขากำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง ด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดมาก
“มันเกิดอะไรขึ้น” ผมเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับถามข้ารับใช้ที่กำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้วยท่าทางร้อนลน
“จู่ๆคุณชายก็ร้องออกมา เหมือนจะเจ็บปวดมากน่ะค่ะ”
ผมเดินไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียงของเขา พร้อมกับมองไปที่เค้าด้วยความกังวล ไม่ว่าจะเป็นรอยซ์หรือว่าเซเวียร์ ผมก็เป็นห่วงทั้งสองคนพอๆกัน
จู่ๆ ที่โคนผมของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว นี่มันอะไรกัน ผมสีขาวนั้นค่อยๆยาวออกมาเรื่อยๆ
“ออกไปให้หมด!” ผมยืนบังศรีษะของเขาไว้แล้วหันไปสั่งข้ารับใช้ จะให้ใครเห็นเขาในสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“ครับ/ค่ะ”
“ถ้าฉันไม่สั่งใครก็ห้ามเข้ามา!”
พอทุกคนออกไปหมด ผมก็เดินไปล๊อกประตูห้อง แล้วเดินกลับมาที่ข้างเตียงอีกครั้ง
“อึก!! อร้ากกก!!” เขากำลังบิดไปมาด้วยความเจ็บปวด ผมของเขาเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าก็กำลังเปลี่ยนไป ผมทนเห็นเขาทรมานแบบนี้ไม่ได้ จึงนั่งลงที่เตียงแล้วจับตัวเขาขึ้นมากอดไว้ เขากำลังตัวสั่นและแกร่งด้วยความเจ็บปวด ผมไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา เหมือนว่าร่างกายของเขากำลังกลับมาเป็นร่างของ เซเวียร์… ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แล้วทำไมเขาถึงกลายเป็นแบบนี้ได้นะ
“นายเป็นยังไงบ้าง” ผมคลายแขนที่กอดเขาออก แล้วถามออกไปเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสงบลงแล้ว และรูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้ก็ได้กลายเป็นเซเวียร์โดยสมบูรณ์