“นายเป็นยังไงบ้าง” ผมคลายแขนที่กอดเขาออก แล้วถามออกไปเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสงบลงแล้ว และรูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้ก็ได้กลายเป็นเซเวียร์โดยสมบูรณ์
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉัน…” เซเวียร์จับผมยาวสีขาวของตัวเองขึ้นมาดู และเลือนมือขึ้นไปลูบที่ใบหน้าของเขา ก่อนจะชันเข่าตัวเองขึ้นมากอดไว้แล้วก้มหน้าฟุบลงไป ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง และเขากำลังกลัว
“นายยังเจ็บตรงไหนอีกมั้ย” ผมถามพร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่างกายของเขา แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ นอกจากร่างกายทุกส่วนที่เปลี่ยนไปเป็น..เซเวียร์
“ไม่แล้ว”
“งั้นก็ดี”
ผมไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรกับเซเวียร์ต่อ เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขายังคงนั่งกอดเข่าแล้วก้มหน้าลงเหมือนเดิม
เราอยู่แบบนี้มาสักพักแล้ว ผมจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าต่างของห้องนี้ซึ่งเป็นกระจก ผมเห็นบนท้องฟ้ามีดวงจันทร์กลมโตกำลังส่องแสงลงมา เหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงพอดี ผมหันไปมองเซเวียร์ ที่ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม หรือว่าที่เขากลายร่างกลับมาเป็นร่างเดิม เพราะคืนนี้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงกันนะ
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้” จู่ๆเซเวียร์ก็พูดขึ้นทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา ผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ความตั้งใจของเซเวียร์แน่
เท่าที่ผมรู้จักเซเวียร์เขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ ผมสงสัยว่านี่อาจจะเป็นความต้องการของรอยซ์เองมากว่า เมื่อร้อยปีก่อนตอนรอยซ์รู้ถึงการจากไปของเซเวียร์ รอยซ์ก็เป็นเหมือนกับเซเวียร์ในตอนนี้ไม่มีผิด จมปรักอยู่กับความเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร แล้วรอยซ์ยังชอบพูดบ่อยๆว่าอยากพาเซเวียร์ออกมาจากปราสาท แล้วพามาดูโลกของเขา เพราะดูท่าทางเซเวียร์จะชอบเรื่องราวภายนอกปราสาทที่รอยซ์เล่าให้ฟังมาก ผมนับถือในความรักของเขาทั้งสองคนจริงๆ ต่างคนต่างห่วงใยกันและกัน แต่สุดท้ายก็ต้องจากกันอยู่ดี
“ตอนนี้นายกลับมาเป็นเซเวียร์แล้ว นายจะกลับไปที่ปราสาทมั้ย” ผมอยากรู้ความต้องการของเซเวียร์ในตอนนี้ ว่าเขาคิดจะทำอย่างไรต่อไป
“ฉันไม่ใช่จะอยู่ร่างนี้ตลอด ฉันรับรู้ได้ว่ามันอยู่ได้แค่คืนนี้เท่านั้น…คืนที่พระจันทร์เต็มดวง” เซเวียร์พูดพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมามองไปที่ดวงจันทร์นอกหน้าต่าง ซึ่งอยู่ข้างหลังผม ทำให้ผมได้เห็นใบหน้าที่ผมไม่ได้เห็นมานานมากแล้วอย่างชัดเจน
ดวงตาคู่นั้นค่อยๆเลื่อนมามองที่ผม ทันทีที่เราสบตากัน ดวงตาของเซเวียร์ก็สั่นไหว นั่นคืออาการประหม่า ที่เขาไม่ได้ตั้งใจแสดงออกมา แล้วเขาก็หันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาผม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้วแววตาของเซเวียร์ก็ยังคงเหมือนเดิม ผมเองก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน
“ทำไมจู่ๆ นายก็หลบหน้าฉัน” ผมโน้มตัวพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เซเวียร์ แล้วสบตาของเขา ดวงตาของเซเวียร์เบิกกว้างด้วยความตกใจพร้อมกับสั่นไหวด้วยความประหม่าอีกครั้ง หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นปฏิกริยานี้ของเขา ผมชอบท่าทางของเขาตอนนี้มาก ทำให้ผมยิ้มออกมาที่มุมปากด้วยความพอใจ
“ฉะ…ฉันเปล่าหลบหน้า” แล้วเขาก็หันหน้าไปอีกทางเพื่อหลบสาตาของผมอีกครั้ง ผมเคยพลาดกับเซเวียร์ไปแล้วครั้งนึง ครั้งนี้ผมจะไม่พลาดกับเขาเป็นครั้งที่สองอีกแน่
“นายไม่กล้าสบตาฉัน…ทำไม…” ผมใช้นิ้วจับคางของเซเวียร์ให้หันมามองที่ผมอีกครั้ง ตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังแดงระเรื่อไปถึงใบหู เขากำลังเขินผม แปลว่าเขา..ยังคงชอบผมอยู่
“ฉัน…ไม่กล้า..สบตานาย” เขาเหลือบตามองต่ำเพื่อหลบสาตาของผม เพราะผมจับคางของเขาเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถหันหน้าหนีได้อีก
“ทำไมถึงไม่กล้าสบตาฉัน”
“เพราะ…เพราะว่า..”
“เพราะนายชอบฉัน….ใช่มั้ย” เซเวียร์สะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะตกใจในสิ่งที่ผมพูด แล้วสายตาของเขาก็ค่อยๆเลือนมาสบตากับผมอีกครั้ง
“ทำไม…นายถึงรู้..”
“เพราะสายตาของนาย มันโกหกไม่เป็นยังไงล่ะ”
ผมเลือนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเซเวียร์เรื่อยๆจนเซเวียร์ค่อยๆหลบตาลงแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี ผมใช้ริมฝีปากของผมประกบไปที่ริมฝีปากของเซเวียร์เบาๆ ก่อนจะค่อยๆดูดริมฝีปากล่างของเขาเบาๆหลายครั้ง แล้วเขาก็ทำแบบที่ผมทำกลับมาที่ผม ผมเลือนมือขึ้นไปจับที่ต้นคอของเซเวียร์ แล้วยกเข่าขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับโน้มตัวลง เซเวียร์ค่อยๆนอนลงตามแรงที่ผมกดและโถมตัวไปหาเขา แล้วผมก็คล่อมเซเวียร์ไว้บนเตียง
“แฮ่ก.. แฮ่ก.. แฮ่ก..” เซเวียร์หายใจหอบออกมาทันทีที่ผมถอนจูบออก ใบหน้าและใบหูของเขาแดงยิ่งกว่าเดิม ผมมองไปที่ต้นคอขาวๆของเขา ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะใช้มือข้างที่จับต้นคอมาลูบไล้ไปมาระหว่างคอขาวๆนั้น ก่อนจะใช้นิ้วโป้งดันคางของเขาให้ชันขึ้นก่อนจะเลือนนิ้วโป้งไปที่แก้มแล้วลูบไล้ไปมาเบาๆ
“หายเหนื่อยหรือยัง”
“อือ..” เซเวียร์มองมาที่ผม ดวงตาของเขากำลังเป็นประกายเมื่อต้องแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ใบหน้าที่ผมไม่อาจเอื้อมเมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ได้มาอยู่ต่อหน้าของผม แล้วผมก็กำลังจะจูบเค้าอีกครั้ง
ผมก้มลงไปประกบริมฝีปากอีกครั้ง ผมกำลังลิ้มรสปากที่หอมหวานอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปในปากของเขาเพื่อสัมผัสกับลิ้นของเขา เซเวียร์สะดุ้งตัวเพราะตกใจในการกระทำของผม แต่ผมก็ไม่หยุด ยังคงสอดลิ้นเข้าไปในปากของเขา เขาเกร็งจนลิ้นของเขาแข็งทื่อ ผมจึงถอนจูบออกเพื่อสบตากับเขา
“ผ่อนคลายหน่อย นายก็ทำเหมือนเดิม เลียนแบบสิ่งที่ฉันทำ” ผมมองไปที่ดวงตาของเซเวียร์ที่เต็มไปด้วยความเขินอาย เค้าพยักหน้ารับคำเบาๆ
แล้วผมก็ก้มลงไปจูบเขาอีกครั้ง และก็ทำเหมือนเดิม ครั้งนี้เขาก็ค่อยๆสอดลิ้นเข้ามาในปากของผมอย่างกล้าๆกลัวๆ ผมขำในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะดูดลิ้นของเขา จนเขาสะดุ้งเบาๆ แล้วผมก็เริ่มบดไปที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
ผมอยากจะหยุดเวลา ในค่ำคืนแห่งจันทร์เต็มดวงนี้เอาไว้ให้นานที่สุด ให้ผมได้ดื่มด่ำกับความสุขสมหวังของผมให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยก็ยังดี
ผมอยู่ในห้องเดียวกับเซเวียร์เกือบจะครบหนึ่งวันเต็ม จนตอนนี้ก็กำลังจะพลบค่ำอีกครั้ง ผมมองดูเซเวียร์ที่หลับกำลังไหลอยู่ในอ้อมแขนของผม ใบหน้าขาวๆที่สวยราวรูปปั้น แพขนตาที่ยาวและเรียงตัวสวย และปากของเขาที่เรียวบางแต่ดูอวบอิ่มมีสีเหมือนกลีบดอกกุหลาบ ผมไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าร้อยปีต่อมาเขาจะกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าผมแบบนี้อีกครั้ง
ทันทีที่พระอาทิตย์ตกและแสงอาทิตย์ลับของฟ้า ผมของเซเวียร์ก็เริ่มเคลื่อนไหวและกำลังสั้นลง ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำ ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปแล้วเผยให้เห็นเป็นใบหน้าของรอยซ์ เขายังคงหลับไหลและไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บปวดเฉพาะตอนที่เปลี่ยนร่างเป็นเซเวียร์เท่านั้น
ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมาในอกแปลกๆ แม้ว่าผมจะรู้ว่าตัวคนในร่างนี้คือเซเวียร์ แต่พอมองไปแล้วเห็นเป็นใบหน้าของรอยซ์น้องชายของผม ก็ทำให้ผมไม่สบอารณ์ขึ้นทันที เพราะผมไม่อาจมองหน้าน้องชายตัวเองแล้วคิดว่าเป็นคนที่ผมรักได้ พอเห็นใบหน้านี้แล้วในใจผมมันก็เจ็บปวดและขัดแย้งแปลกๆ
ผมลุกออกจากเตียงแล้วเดินออกมาจาห้องนั้นโดยที่เซเวียร์ยังหลับอยู่ ผมไม่รู้จะเผชิญกับใบหน้าของรอยซ์อย่างไร เมื่อนึกถึงการกระทำที่ผมทำลงไปเมื่อคืน แล้ววันต่อมาร่างนั้นก็กลายมาเป็นร่างของน้องชายของผม รอยซ์…
{เซเวียร์}
หลังจากฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของฉันก็กลับไปเป็นรอยซ์แล้ว ส่วนควินน์เขาคงออกไปตั้งแต่ตอนที่ฉันยังไม่ตื่น เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเหมือนกับความฝัน ที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุดตั้งแต่ฉันได้ตื่นมาเป็นไนท์วอล์กเกอร์ แม้ว่าเราสองคนจะทำเพียงแค่จูบและกอดกัน ฉันก็คิดว่ามีแค่นี้มันก็มากพอแล้ว แต่พอฉันมองไปที่กระจกแล้วเห็นเป็นใบหน้าของรอยซ์ ฉันกลับรู้สึกเสียใจและระอายใจต่อรอยซ์มาก ควินน์เองก็คงจะคิดเหมือนกับฉัน ถึงได้ออกไปโดยที่ไม่บอกอะไรฉันเลย ความรู้สึกของฉันมันสับสนปนเปไปหมด ฉันจะทำให้ร่างของรอยซ์ที่รอยซ์มอบให้ฉันแปดเปื้อนไม่ได้ ฉันควรทำอย่างไรดี
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
หลังจากคืนนั้นฉันไม่ได้คุยกับควินน์เลย แม้ว่าจะบังเอิญเจอกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทักอะไรกันเลย ฉันเองก็ไม่รู้จะมองหน้าเขาอย่างไรดี ด้วยร่างกายนี้และใบหน้านี้ ควินน์เองก็คงไม่ต่างจากฉัน
“คุณชาย นายท่านรออยู่ด้านล่างแล้วครับ”
“เดี๋ยวฉันตามไป”
วันนี้เป็นวันที่ฉันต้องไปทำหน้าที่แทนรอยซ์ คือต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานไทน์คีฟเปอร์ ซึ่งเป็นที่ๆรอยท์ทำงานอยู่ ควินน์บอกว่าก่อนหน้านี้เพราะรอยซ์เริ่มมีอาการป่วยเลยต้องขอพักงานเพื่อรักษาตัว ในเมื่อตอนนี้ฉันตื่นขึ้นมาเป็นรอยซ์ ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของรอยซ์ให้ดี
ฉันเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างด้วยชุดเสื้อแขนยาวคอเต่ารัดรูปสีดำและกางเกงขายาวสีดำที่มีช่องใส่ของหลายๆช่องในตัวเดียว กับสายคาดเอวที่มีช่องสำหรับใส่อาวุธปืนและมีด พร้อมกับรองเท้าเซฟตี้หนังสีดำที่สูงถึงหน้าขา ฉันเห็นควินน์ที่ใส่ชุดคล้ายๆกับฉัน ซึ่งมันแปลกตามาก เพราะฉันไม่เคยเห็ยเขาสวมชุดแบบนี้เลย มันดูดีมากเมื่อยู่บนตัวของเขา
“นายใส่รองเท้าผิด” ควินน์ที่กำลังยืนอยู่ข้างรถพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่รองเท้าของฉัน ฉันจึงเลือนสายตาไปดูที่รองเท้าของเขา แล้วก็ได้เห็นว่าเค้าเอาชายกางเกงใส่เข้าไปในรองเท้าด้วย ส่วนฉัน เอาชายกางเกงออกมาคลุมรองเท้าไว้
“ฉันไม่รู้ว่าต้องใส่แบบนี้” ฉันกำลังจะก้มลงไปเพื่อใส่รองเท้าใหม่
จู่ๆ ควินน์ก็ก้มลงไปก่อนฉันแล้วถลกกางเกงของฉันขึ้น
“เดี๋ยวฉันทำ…”
“อยู่เฉยๆเหอะ” ฉันกำลังจะก้มตัวลงไปทำเอง แต่ควินน์ก็ห้ามไว้ คำพูดของเขาฟังดูเย็นชามากทำให้ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมาเลย ฉันมองควินน์รูดซิบรองเท้าลงแล้วเอาชายกางเกงใส่เข้าไปข้างในก่อนจะรูดซิบกลับพร้อมกับกับจัดทรงที่กางเกงของฉันอย่างชำนาญ ฉันไม่คิดว่าเขาจะยอมทำให้ฉัน หรือว่ามันาอจจะเป็นความเคยชินที่ทำให้รอยซ์ก็ได้
ฉันนั่งรถมากับควินน์ ตลอดทางเราไม่คุยกันเลย ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี แม้ว่าคืนนั้นเขาจะรู้ความในใจของฉัน แล้วเราก็จูบกัน แต่เขาก็ไม่เคยบอกว่าชอบฉันเลย แต่ความสัมพันธ์ของเรามันก็คงจะจบลงแค่คืนนั้น และไม่สามารถสานต่อได้เพราะตอนนี้ฉันก็ใช้ร่างกายของรอยซ์อยู่ ฉันรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ควินน์เองก็น่าจะคิดแบบนั้นเช่นกัน