ก๊อก! ก็อก! (เสียงคนเคาะประตู)
“เชิญครับ”
แกร็ก!
ทันทีที่ประตูเปิดออกพบว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นท่านพ่อ ผมลุกจากเก้าอี้แล้วโค้งเคารพเหมือนอย่างเคย
“ทำตัวปกติเถอะ” ท่านพ่อแทบไม่เข้ามาหาผมที่ห้องนี้เลย วันนี้มีอะไรหรือเปล่านะ
“ท่านพ่อมาหาผมถึงนี่ มีอะไรจะสั่งหรอครับ” ท่านพ่อเดินไปหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่างพร้อมกับมองออกไปนอกกระจก
“แกให้คนไปสืบเรื่องของรอยซ์ใช่ไหม” คิดไว้แล้วว่าเรื่องนี้คงปิดท่านพ่อไม่ได้
“ครับ”
“แล้วผลเป็นยังไงบ้างล่ะ” ถามแบบนี้หรือว่าท่านพ่อจะรู้เรื่องของเซเวียร์อยู่ก่อนแล้ว
“เขาฝากมาบอกว่า เขาสบายดี และมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ครับ”
“ฮ่าๆๆๆ สมกับเป็นเขาจริงๆ แกเข้าใจความหมายของเขาใช่ไหม” ท่านพ่อหันมาหาผมด้วยสายตาที่คาดหวัง
“ครับ เขาต้องการใช้ชีวิตข้างนอกมากกว่า..จะกลับมา”
“หลายวันก่อน ฉันเจอกับเขาแล้ว เขายังคงเหมือนเดิม ฉันเชื่อว่าเขาก็คงรู้สึกผิดที่ปิดบังพวกเราไว้ เขาถึงได้ไปร้องไห้อยู่ที่ห้องนอนของตัวเองแบบนั้น ฉันทำผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอยู่แต่ในปราสาทโดยที่คิดว่านั้นคือการปกป้องเขา แต่ลืมคิดถึงความสุขของเขาไป ในเมื่อครั้งนี้เขาได้มีโอกาศกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แกก็อย่าไปตามตอแยเขาเลย ให้ชีวิตนี้เขามีแต่รอยยิ้มที่มีความสุขไปตลอดเถอะ”
“ท่านพ่อรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรอครับ”
“คืนพระจันทร์เต็มดวงที่ผ่านมา เขาก็คืนร่างเดิม มันเลยทำให้ฉันรับรู้ถึงสายเลือดของฉันในตัวของเขา แล้วฉันยังรู้ว่าเขากับควินน์มีใจให้กันอีกด้วย” ควินน์อย่างงั้นหรอ จริงสิ ก่อนหน้านี้คำพูดของควินน์ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังถึงการมีตัวตนของเซเวียร์อยู่แล้ว เมื่อก่อนผมก็มองออก ว่าเซเวียร์ชอบควินน์อยู่ไม่น้อย แต่ทั้งสองคนไม่เคยคุยกันหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย พวกเขาคงจะทรมานมากทีเดียว
“งั้นก็แปลว่าเขาพึ่งจะกลับมาได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ผมก็สงสัยอยู่ว่าทำไมรอยซ์ที่น่าจะหมดอายุไขแล้ว ยังมีชีวิตอยู่ได้อีก”
“นั้นแหละปัญหา ร่างกายนั้นไม่ใช่ของเซเวียร์ แกรงว่าเขาอาจจะอยู่ได้ไม่นาน”
“ถ้าอย่างงั้น…มีทางไหนที่จะทำให้เขาอยู่ได้นานอีกหน่อยไหมครับ”
“การที่เขากลับมาอีกครั้งได้ ก็ถือว่าปฏิหาริย์มากแล้ว ถ้าเขาได้ใช้ชีวิตนี้อย่างมีความสุข ไม่ว่าเขาจะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่มันก็มีค่าไม่ใช่เหรอ เราก็ทำได้แค่คอยดู คอยเป็นห่วงห่างๆก็พอ เซเวียร์ไม่ใช่คนอ่อนแอ และเขาเองก็คงไม่ได้ต้องการให้เราทำอะไรเพื่อเขาด้วย ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ”
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
คำพูดของท่านพ่อทำให้ฉันคิดได้ ถึงผมจะรักเซเวียร์ แต่ก็ไม่ได้อยากจะให้เขากลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม อย่างที่ควินน์บอก ทั้งชีวิตของเซเวียร์ไม่เคยออกจากปราสาทเลย แม้แต่รอยยิ้มที่ผมเห็น ยังเป็นแค่สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความเศร้าในใจเท่านั้น ผมควรจะปล่อยให้เซเวียร์มีความสุขต่อไป…
ณ.หมู่บ้านเล็กๆชานเมือง
{เซเวียร์}
“รอยซ์ นายไปช่วยเกรย์หน่อย มีมอนสเตอร์ตัวใหญ่สองตัวกำลังไปทางหมอนั่น เขารับมือคนเดียวไม่ไหวแน่” เสียงของลูคัสดังเข้ามาในหัว เขาใช้โทรจิตมาสินะ ตรงที่ฉันเฝ้าอยู่ก็ไม่มีอะไรมาก เขาถึงเลือกให้ฉันไปช่วยเกรย์
“อืม”
“อืมอะไรเล่า! พูดครับเซ่! ฉันเป็นหัวหน้านายนะ”
“ฉันกำลังไป ไม่มีเวลามาคุยเล่นด้วยหรอก”
“ชิ!”
ฉันกระโดนมาถึงจุดที่เกรย์อยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นเขตบ้านเรือนที่ติดภูเขา แถมยังเป็นทางลาดชัน มอนเตอร์ที่ว่าคงจะออกมาจากป่าบนภูเขาสินะ ต้องรีบตามกลิ่นอายของเกรย์ไป
ทันทีที่ฉันมาถึงกลางป่า ก็เห็นเกรย์กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์หมีดำตัวใหญ่2ตัว ที่มีเหมือกไหลออกมาจากปาก ฉันรีบวิ่งเข้าไปใช้ดาบฟันไปที่ข้อเท้าของมันเพื่อแยกหมีตัวนึงออกมา เพื่อให้เขาจัดการกับหมีตัวนั้นได้สะดวก เกรย์หันมามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะหันไปจัดการหมีตัวนั้นต่อ
หมีตัวนี้ทั้งตัวใหญ่และสูงกว่าฉันมาก มันใช้อุ้งตีนทั้งสองข้างพยายามตะปบฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันใช้ความเร็ววิ่งไปรอบๆตัวของหมีแล้วใช้ดาบฟันไปทั่วตั้งตัว แต่มันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลย ทั้งๆที่มันมีแผลเยอะขนาดนี้แล้วแท้ๆ ฉันตัดสินใจวิ่งหนีมันเพื่อล่อให้มันวิ่งตาม เพราะมันโดนฉันพันที่ข้อเท้าเมื่อกี้อาจจะทำ
ให้มันล้มลงได้
ตุ๊บ!!!
ฉันวิ่งมาได้ไม่กี่ก้าว มันก็ล้มลงจริงๆ ฉันหันกลับไปเพื่อจะใช้ดาบในมือแทงที่ต้นคอของมัน แต่จู่ๆ…มันก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว! เหมือนมันแกล้งล้มเพื่อล่อฉัน มันกำลังจะตะปบฉัน!!! ฉันเข้ามาอยู่ต่อหน้ามันแล้วด้วย ฉันหนีไม่ทันแน่แล้ว! ฉันยกปลายดาบแทงขึ้นบนแล้วก้มหน้ารับแรงโจมตี แล้วมันก็โถมตัวลงมาทำให้คางของมันแทงเข้ากับดาบของฉันพอดี อุ้งเท้าที่มันจะตะปบฉันเมื่อกี้ไม่ทันถึงตัวฉันก็อ่อนแรงลงไปซะก่อน แต่… มันกำลังล้มลงมาแล้ว มันตัวใหญ่เกินไปฉันไม่สามารถออกไปจากตรงนี้ได้ทันอยู่ดี ฉันโดนทับแน่!!
ตุ๊บ!!!!
หนักมากฉันรู้สึกว่าร่างกายเหมือนจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ ความรู้สึกนี้ทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงตอนที่ฉันโดนตึกถล่มใส่ และมัน…ทรมานมาก!! ฉันมองไม่เห็นอะไรเลยมันมืดไปหมด เพราะฉันโดนหมีตัวนี้ทับเอาไว้ หายใจ…ไม่ออก…แล้ว….
“นี่นายยยย” เสียงใคร……
ณ.ฐานชานเมือง
“เมื่อไหร่หมอจะมาเนี้ย” นี่มัน..เสียงลูคัส
“หมอที่ใกล้ที่สุดกำลังมาครับ” เสียงอาร์เชอร์
“ผมน่าจะไปให้เร็วกว่านี้” เสียงออสติน
“บ้าเอ้ย ฉันไม่น่าให้หมอนี่ไปช่วยนายคนเดียวเลย” ลูคัส
“ดูจากร่างกายแล้วไม่น่าเป็นอะไรมากนะครับ”อาร์เชอร์
“ฉันก็ไม่มีผลังสำรวจภายในด้วยสิ ถ้าควินน์อยู่ด้วยก็คงดี” ลูคัส
ฉันได้ยินเสียงทุกคนพูดอยู่ใกล้ๆ นี่ฉันยังไม่ตายสินะ และเหมือนว่าพวกเขากำลังเป็นห่วงฉัน…งั้นหรอ
ตอนนี้ฉันรู้สึกแน่นหน้าอกมาก เหมือนจะหายใจได้ลำบากด้วย ทุกครั้งที่หายใจมันเจ็บไปหมดทั้งช่วงบนของร่างกาย ทรมานจัง
“เขา..ขยับแล้ว” อาร์เชอร์
“รอยซ์ นายได้ยินฉันไหม” ออสติน
“ขยับแล้วก็ตื่นขึ้นมาซักทีเซ่ ทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่ได้”ลูคัส
ฉันพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือหน้าของทุกคนที่กำลังล้อมฉันอยู่ นี่มัน…อะไรกัน
“ฟื้นแล้วๆ” อาร์เชอร์พูดพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ
“ในที่สุด….ก็ตื่นสักทีนะ” ออสตินถอนหายใจโล่งอกพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
“ฟื้นได้สักทีนะ” ลูคัสยืนกอดอกหันไปทางอื่น แต่ฉันเห็นแก้มของเขาขยับด้วยรอยยิ้ม ถึงจะปากเสียแต่ก็เป็นห่วงสินะ
“....”แต่เกรย์กลับมีสายตาสำนึกผิดซะงั้น หรือเขากำลังโทษตัวเองอยู่
“ฉะ….อ่ะ!!!” ฉันพยายามจะพูดแต่มันเจ็บขึ้นมาที่หน้าอกมากเลย พอร่างกายของฉันกระตุกเพราะความเจ็บปวดเมื่อกี้มันก็ยิ่งทำให้ส่วนอื่นของร่างกายเจ็บไปด้วย มันทำให้ฉันพูดไม่ได้เลย
“นายเป็นไงบ้าง! อย่าพึ่งพูดสิ กลัวไม่ได้พูดนักหรือไง!!” ลูคัสรีบหันมาทำหน้าดุใส่ฉัน
“ก็โดนหมีตัวใหญ่ขนาดนั้นทับทั้งตัวเลยนี่นา ร่างกายอาจจะบาดเจ็บภายในก็ได้”
“เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว อดทนหน่อยนะ” ออสตินยังคงมองมาที่ฉันด้วยความเป็นห่วง
นี่ฉันทำให้ร่างกายของรอยซ์ต้องบาดเจ็บขนาดนี้เลยหรอเนี้ย ถึงแม้ว่าไนท์วอล์กเกอร์จะไม่ตายง่ายๆ แต่ถ้าเจ็บหนักก็อาจจะต้องรอให้ร่างกายฟื้นฟูนานเป็นเดือนเลย ขอโทษนะรอยซ์ ฉันรักษาร่างกายนายได้ไม่ดี
ไม่นานหมอ หมอก็มาตรวจร่างกายของฉัน เขาบอกว่าฉันซี้โครงหัก2ซี่ ถึงว่าทำไมถึงเจ็บขนาดนี้ แต่เพราะร่างกายนี้เป็นเทียร์ไนท์ กระดูกจะประสานได้ในเวลา 1 สัปดาห์ ส่วนอวัยวะภายในไม่ได้เป็นอะไรมาก อาจจะยังใหม่อยู่เลยยังรู้สึกเจ็บมาก อีก 2 วันก็น่าจะหายปวด แล้วก็เป็นวันที่ทีมกลับพอดี ถึงเวลานั้นฉันก็อาจจะเดินได้ปกติแล้ว
ระหว่างที่ฉันออกทำภาระกิจไม่ได้ พื้นที่ของฉันก็เลยได้ลูคัสเป็นคนดูแลแทน ตอนที่ฉันนอนขยับไม่ได้ ตลอดทั้งวันทุกคนก็จะคอยผลัดเปลี่ยนกันมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน ฉันจะรู้สึกว่าได้พักก็ต่อเมื่อเกรย์เป็นคนมาเฝ้า เพราะคนอื่นก็จะคอยพูดเรื่องนู้นนี่นั้นให้ฉันฟัง ส่วนลูคัสก็จะเอาแต่บ่นฉัน เหมือนเขาจะถือโอกาศที่ฉันตอบโต้ไม่ได้นี้แกล้งฉันนั้นแหละ แต่พอฉันทำท่าเจ็บปวดขึ้นมาเขาก็จะมีสีหน้าเป็นกังวลทันที
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้รับการดูแล การใส่ใจ และการเป็นห่วงจากไนท์เหมือนกัน ฉันพึ่งรู้ว่าฉันก็มีค่าให้คนอื่นสนใจขนาดนี้ ไม่มีสายตาหยามเหยียดหรือว่าดูหมิน มีเพียงสายตาแห่งความเป็นห่วงและอ่อนโยน มันทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นมาอย่างประหลาด แม้ว่าคนที่พวกเขาเป็นห่วงจะเป็นรอยซ์ แต่มันก็ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ให้นานขึ้นไปอีก
วันต่อมา
“อ่ะ..ฉัน..” ฉันลองพูดดู เหมือนว่าจะพูดได้แล้ว ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนเมื่อวานเลย เกรย์ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่รีบลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่ข้างเตียง เหมือนว่าฉันจะทำให้เขาตกใจสินะ
“ฉันพูดได้แล้ว” เกรย์ถอนหายใจโล่ออกออกมา สีหน้าเขาดูเป็นห่วงฉันมาก
“....”จู่ๆเขาก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาดุ ก่อนจะหันไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม พร้อมกับหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
ถ้าฉันจำไม่ผิด วันนั้นที่ฉันโดนหมีนั่นทับ ฉันได้ยินเสียงเรียก เป็นเสียงที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน จะเป็นเสียงของเกรย์หรือเปล่านะ
“วันนั้นที่ฉันโดนหมีทับ มีคนอื่นอยู่ที่นั้นด้วยหรือเปล่า” ฉันลองถามออกไป เกรย์หันมามองฉันแวบนึง เขาส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนใจหนังสือต่อ
“งั้นหรอ…แต่ฉันได้ยินเสียงเรียก” ทันทีที่ฉันพูดจบ เขาก็มีอาการตกใจเล็กน้อย เป็นเสียงของเขาสินะ
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมนายไม่พูดเลย มันอาจจะเป็นความจำเป็นของนาย งั้นฉันจะไม่บอกใครแล้วกัน แต่ก็ขอบคุณนะ ที่ช่วยฉันออกมา” ออสตินบอกว่าตอนที่พวกเขาไปถึง ฉันก็ถูกช่วยออกมาจากร่างของหมีแล้ว แต่ฉันหายใจอ่อนแรงมาก แถมยังสลบไม่ได้สติ ฉันไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีไหนเอาหมีนั้นออกจากตัวฉัน แต่ฉันก็ต้องขอบคุณเขาแหละนะ
“...” เขาพยักหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก พอฉันมองหน้าเขาแล้วก็ทำให้ฉันนึกถึงคนที่ชื่อ เรย์วันนั้นขึ้นมาเลย ทั้งสองคนหน้าหน้าตาคล้ายกัน แถมยังมีสีผมสีเดียวกันอีก คงไม่ใช่พี่น้องกันหรอกมั้ง งั้นผลังก็อาจจะเหมือนกันด้วยหรือเปล่านะ ช่างเถอะ ยังไงเกรย์ก็ไม่ใช่คนที่ไม่ดีอะไร กังวลไปก็เท่านั้น
คืนนั้น..
ในที่สุดฉันก็ลุกนั่งสักที ไม่รู้ว่าจะเดินได้หรือเปล่า ยังรู้สึกเจ็บๆที่สีข้างอยู่ แต่ขาคงไม่เป็นไรมั้ง ฉันพยายามจะเอาเท้าแตะพื้น เพื่อจะลองยืนแต่ขามันสั่นๆ ทั้งที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บที่ขาเลยแท้ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหรือว่าฉันจะนอนเกินไปนะ
แกร็ก! (เสียงเปิดประตู)
ใครมาน่ะ คนอื่นออกไปทำภาระกิจกันหมดนี่นา ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉันก็เห็นร่างของคนที่คุ้นเคย…ควินน์
“ทำอะไรน่ะ” เขาคงเห็นว่าฉันกำลังนั่งพิงขอบเตียงอยู่สินะ
“ควินน์ นายมาได้ยังไง” ควินน์เดินมาหยุดตรงหน้าฉันพร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยสายตาดุ เหมือนเขาจะโกรธเลย
“ทำไมปล่อยให้ตัวเองเป็นถึงขนาดนี้” เขาถอนหายใจก่อนจะพูดออกมา สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นโล่งอกขึ้นมาทันที
“ฉันประมาทเองแหละ ขอโทษนะ..” จู่ๆควินน์ก็ดึงฉันเขาไปกอดไว้ เป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นมาก อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆจัง ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงมาก คงจะเป็นห่วงฉันไม่น้อยเลย
“มีอะไรต้องขอโทษ นายเป็นคนเจ็บแท้ๆ”
“ว่าแต่นายจะมาทำไมพรุ่งนี้ฉันก็กลับแล้ว” ฉันผละออกจากควินน์แล้วแหงนหน้าขึ้นมองหน้าของเขา
“ฉันเป็นห่วงนายไง ทันทีที่ฉันรู้ข่าวฉันก็รีบมาหาเลย ต้องโทษลูคัส ที่เขาบอกฉันช้า ฉันน่าจะมาให้เร็วกว่านี้แท้ๆ” ควินน์ยกมือขึ้นมาจับที่แก้มของฉันแล้วลูบอย่างอ่อนโยน
“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ไม่นานก็หายดี” เรื่องอาการของฉัน ควินน์คงจะรู้จากหมอแล้วแน่
“ถ้ากลับตอนนี้ นายไหวไหม”
“ฉันไม่อยากทำให้ทุกคนเป็นห่วงน่ะ ไหนๆพรุ่งนี้ทุกคนก็จะกลับแล้ว งั้นก็รอกลับพร้อมกันก็ได้นี่”
“เอางั้นก็ได้ ว่าแต่..นายกำลังจะทำอะไร ให้ฉันช่วยไหม”
“ฉันกำลังจะลองเดินน่ะ แต่ขามันสั่นๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร” ควินน์ก้มลงมองไปที่ขาของฉัน ด้วยดวงตาสีแดง นี่เขากำลังใช้ผลังสำรวจหาอาการบาดเจ็บภายในสินะ
“ก็ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บที่ขานะ งั้น…ฉันช่วยประคองนายเอง ไหนลองเดินตามฉันดู” ควินน์จับมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ แล้วเขาก็ค่อยๆเดินถอยหลังออกไป ฉันพยายามทรงตัวแล้วก้าวเท้าออกไป แต่จู่ๆมันก็ไม่มีแรงจนเหมือนจะล้มลงอีกแล้ว…
มับ!!
ควินน์เข้ามารับฉันเอาไว้ทัน นี่ฉันเป็นอะไรไปนะ ทำไมร่างกายฉันเป็นแบบนี้
“ไม่เป็นไรนะ”
“อืม” ฉันผละออกจากควินน์
“ฉันว่านายอย่าพึ่งฝืนเลย พักก่อนดีกว่า” ควินน์ประคองฉันนั่งลงที่เตียงพร้อมกับดันไหล่ของฉันเล็กน้อยเพื่อจะบอกให้ฉันนอนลง ฉันเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย คควินน์จับขาทั้งสองข้างที่ไม่มีแรงยกขึ้นมาวางบนเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มมาห่มให้ฉัน
“ฉันจะอยู่ข้างๆนายเอง” ควินน์นั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงแล้วดึงมือของฉันไปกุมเอาไว้ มือของเขาแม้จะไม่อุ่นเหมือนมือของมนุษย์ แต่ก็อุ่นมากสำหรับฉันในตอนนี้