ตอนที่ 12 กลายร่าง

2653 Words
ในรถ.. “ควินน์ ฉัน….ปวด…” เซเวียร์ร้องออกมาขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของผม ที่กำลังนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ผมมองไปที่เซเวียร์ด้วยความเจ็บปวด กว่าฟ้าจะมืดต้องใช้เวลาอีกสักพัก ระหว่างนี้ผมต้องทนเห็นเซเวียร์ทรมานใจผมก็พลอยทรมานไปด้วย “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมคุณรอยซ์ถึงมีอาการแบบนั้น” ดีแลนพูดขึ้นขณะขับรถพาผมไปยังคฤหาส “ฉันไม่ได้อยากให้ใครรู้เรื่องนี้” ที่ผมให้ดีแลนมาด้วยเพราะว่าเขารู้เรื่องเกี่ยวกับการเพทย์เป็นอย่างดี เขาอาจจะช่วยดูอาการและหาทางบรรเทาอาการของเซเวียร์ได้ “ผมจะไม่บอกใครเด็ดขาดครับ” และเขาเป็นคนที่ผมช่วยชีวิตไว้ ผมเชื่อว่าเขาจะไม่ทรยศผมแน่ “วันจันทร์เต็มดวง…รอยซ์จะมีอาการแบบนี้ จนกว่า….รูปร่างหน้าตาของเขาจะเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์ เขาถึงจะหายจากการทรมาน” ผมเล่าอาการให้ดีแลนฟัง “ฟังดูแล้ว อาการเหมือนกับการกลายร่างเป็นมอนสเตอร์เลยนะครับ” อาการของไทน์ที่ได้รับรังสีเยอะเกิดไปจนคุมตัวเองไม่ได้ ท้ายที่สุดก็จะกลายร่างเป็นมอนสเตอร์ ซึ่งจะมีอาการเหมือนกับเซเวียร์ในตอนนี้ไม่มีผิด แต่เซเวียร์มันกลับเป็นการกลายร่างอีกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน “เดี๋ยวนายก็รู้เอง” ผมพูดได้แค่นั้นเพราะผมไม่รู้ว่าเซเวียร์พร้อมที่จะให้คนอื่นนอกเหนือจากผม รู้เรื่องของเขาหรือยัง ถึงผมจะไว้ใจดีแลน แต่ใช่ว่าเซเวียร์จะไว้ใจเขาด้วย ณ.คฤหาส ทันทีที่เรามาถึงคฤหาส ผมก็พาเซเวียร์ขึ้นมาที่ห้อง “อร้าาา….!!” เสียงร้องของเซเวียร์ทำให้ผมรู้สึกเจ็บใจที่เห็นเขาเป็นแบบนี้แต่ผมกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ผมนั่งอยู่บนเตียงแล้วกอดเขาไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้ผมเป็นห่วงเซเวียร์มาก ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะขอเป็นคนที่ทรมานแทน “ผมจะฉีดยาลดอาการปวดให้ก่อนนะครับ” ดีแลนจับแขนของเซเวียร์ไว้แล้วฉีดยาเข้าไปข้างในร่างกายของเซเวียร์ ทันทีที่ยาไหลเข้าสู่ร่างกาย จากร่างกายที่เกร็งเพราะความเจ็บปวดก็ค่อยๆคลายลง “นี่…?” ดีแลนทักขึ้นทันทีที่เห็นผมของเซเวียร์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว ผมรีบหันไปมองที่หน้าต่างตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เซเวียร์กำลังจะกลายร่าง…! “นายออกไปก่อน” ผมหันไปสั่งดีแลน ตอนนี้ดีแลนกำลังตกใจในสิ่งที่เห็น แต่เขาก็หันหลังแล้วเดินอกไปจากห้องแต่โดยดีพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อย “อึก..ฉัน..ทรมาน..มาก” เสียงของเซเวียร์อ่อนแรงลง ผมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด เพื่อให้เซเวียร์รู้สึกปลอดภัย อาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง นี่คือสิ่งที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้ ผ่านไปไม่นานเซเวียร์ก็กลายร่างโดยสมบูรณ์ ผมค่อยๆคลายอ้อมแขนออก แล้วมองสำรวจตามร่างกายเซเวียร์ว่ามีตรงไหนผิดปกติหรือไม่ “นาย..มองอะไร?” เซเวียร์ขยับตัวออกจากผมเล็กน้อย พร้อมกับกอดแขนตัวเองไว้ ผมหันมาสบตาเซเวียร์ที่กำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาระแวง นี่เขาคิดว่าผมจะทำอะไร? “ฉันแค่ดูว่าร่างกายนายผิดปกติตรงไหนหรือเปล่า แล้วนายคิดว่าฉัน…มองนายทำไม…” ผมโน้มตัวไปหาเซเวียร์ ใบหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ดวงตาของเขาสั่นระริกด้วยความประหม่า “ฉันไม่ได้…คิดอะไร” เซเวียร์ตอบก่อนที่เขาจะหันไปอีกทางเพื่อหลบสายตาผม ผมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมผมกลับรู้สึกดีใจที่เซเวียร์กลับมาอยู่ร่างเดิม ทำให้ผมมองเขาได้ชัดขึ้น “งั้นตอนนี้นายก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนแล้วใช่ไหม?” “ใช่” “ถ้าฉันจะให้ดีแลนเข้ามาดูอาการให้ นายคิดยังไง” ตอนนี้ผมต้องการรู้ว่าการที่ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปแบบนี้จะส่งผลเสียอะไรต่อร่างรอยซ์หรือไม่ แล้วร่างกายของเซเวียร์ในตอนนี้ผิดปกติตรงไหนหรือเปล่าด้วย “ถ้านายไว้ใจเขา ฉันก็ไม่ติดอะไร” เซเวียร์เปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหลังพิงหัวเตียง ยังไงมารยาทในการวางตัวของเซเวียร์ก็ยังคงเหมือนเดิม ผมจึงดึงผ่าห่มมาคลุมที่ขาให้เขา “นายเข้ามาได้!”ผมพูดบอกดีแลนที่อยู่นอกประตู แกร็ก..! ทันทีที่ดีแลนเข้าประตูมาแล้วเห็นเข้ากับเซเวียร์ ที่ตอนนี้อยู่ในรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป เขาถึงกับตกตะลึง “องค์ชายเซเวียร์…” ดีแลนพูดเสียงเบา สีหน้าของเขาตกใจค้างไปครู่หนึ่ง “ทำไมนายรู้ว่าฉันเป็นใคร” เซเวียร์ถามออกไปด้วยความสงสัย ทำให้ดีแลนที่ตกตะลึงอยู่สะดุ้งตัวตื่น ก่อนจะรีบโค้งทำความเคารพเซเวียร์ “ผมเคยเห็นรูปขององค์ชายที่ห้องโถงในปราสาทครับ ทุกคนที่เคยเข้าไปจะได้เห็นรูปนั้น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่ครับ” ดีแลนตอบ “รูป..ของฉันงั้นหรอ” เซเวียร์หันมาสบตาผม “หลังจากนายจากไป ท่านดาร์กลอร์ดก็ได้ให้คนวาดภาพของนายแล้วแขวนเอาไว้กลางห้องโถงในปราสาท เพื่อลำลึกถึงลูกชายผู้เป็นที่รัก” ดวงตาของเซเวียร์สั่นเครือ ก่อนจะก้มหน้าลง “ผ่านมาร้อยปีแล้ว… มันก็เป็นแค่อดีตเท่านั่น” เซเวียร์เงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม ที่ซ้อนความเศร้าเอาไว้ “งั้นก็ให้ดีแลนดูอาการสักหน่อย” ผมหันไปพยักหน้าให้ดีแลนเข้ามาตรวจเซเวียร์ “ผมขออนุญาตินะครับ” ดีแลนพูดกับเซเวียร์ด้วยท่าทางนอบน้อบ เซเวียร์ก็ยื่นแขนออกมาให้ดีแลนตรวจ “อาการเป็นไงบ้าง” ผมถามขึ้นหลังจากที่ดีแลนตรวจและเจาะเลือดของเซเวียร์เรียบร้อย “เท่าที่ผมตรวจดูคร่าวๆ องค์ชายควรจะดื่มเลือดเพื่อช่วยให้ร่างนี้มีแรงสักหน่อยนะครับ ร่างกายนี้กับร่างกายของคุณรอยซ์ก่อนหน้านี้ต่างกันมาก ทุกอย่างในร่างกายเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผมต้องการเวลาศึกษาอีกนิดหน่อยครับ” “ต้องรบกวนด้วย” เซเวียร์พูดกับดีแลน แต่สีหน้ากลับดูกังวนอย่างเห็นได้ชัด “ผมยังสับสนอยู่นิดหน่อยเมื่อกี้ก่อนจะกลายร่าง คนที่อยู่ในร่างคุณรอยซ์ คือคุณรอยซ์เอง หรือว่า…องค์ชายครับ” “ฉันอยู่ในร่างนี้มาเกือบ3เดือนแล้ว” “แล้วตอนที่อยู่ในร่างของคุณรอยซ์ คุณมีอาการแปลกๆอะไรอีกไหมครับ” “ก็..ไม่ได้มีอาการอะไรแปลก และฉันก็ใช้ความสามารถของรอย์ได้ทั้งหมด แค่อยากให้รอยซ์กลับมาแค่นั้น เหมือนฉันมาอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่…” มีความเศร้าอยู่ในแววตาของเซเวียร์ “คือว่า…ร่างกายของคุณรอยซ์หมดอายุไขแล้ว ผมเกรงว่า….”ดีแลยอำอึ้ง “นายหมายความว่ายังไง” ผมพูดขึ้น คำพูดของดีแลนทำให้ใจผมไม่สงบเลย “ครั้งก่อนที่ผมตรวจร่างกายให้ ผมก็รู้แล้วว่าร่างกายของคุณรอยซ์หมดอายุไขไปแล้ว ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคุณรอยซ์ถึงยังไปไหนมาไหนได้ปกติ ผมแค่เกรงว่า ร่างของคุณรอยซ์อาจจะอยู่ได้ไม่นานครับ” “รอยซ์…ได้จากไปแล้วจริงๆหรอ” เซเวียร์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ “การที่ร่างกายหมดอายุไข ก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่แล้วครับ แต่กรณีขององค์ชายผมก็พึ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ผมเคยได้ยินว่า มนุษย์มีความเชื่อเรื่องวิณญาณเข้าร่าง เป็นไปได้ว่า วิณญาณของคุณเซเวียร์ได้เข้ามาอยู่ในร่างของคุณรอยซ์ที่หมดอายุไขแล้ว จึงทำให้ร่างกายยังมีการทำงานต่อก็ได้ครับ แต่ผมคงต้องตรวจผลเลือดของร่างนี้ดูก่อนครับ” “เดิมทีฉัน….ก็ตายไปแล้ว ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงได้มาตื่นในร่างของรอยซ์ได้อีก” “แล้วเซเวียร์จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่” ผมถามดีแลน “ผมไม่แน่ใจครับ อาจจะอยู่ไปเรื่อยๆ หรืออาจจะวันนี้พรุ่งนี้ ผมอาจจะต้องมาตรวจองค์ชายบ่อยๆ เพื่อความแน่ใจอีกทีครับ” “ฉัน..เข้าใจแล้ว” ผมเหมือนถูกก้อนหินลูกใหญ่หล่นลงมาทับหัวใจผมเอาไว้ ครั้งนี้ ผมอาจจะเสียทั้งรอยซ์ ทั้งเซเวียร์ไปพร้อมกัน พอรู้แบบนั้น ในหัวผมก็ขาวโพลนไปหมด ผมอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อยื้อเวลาไว้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีไหน ที่จะสามารถทำแบบนั้นได้ ทั้งๆที่ผมรู้อยู่แล้ว ว่าทั้งสองคนได้จากผมไปแล้ว แต่ผมก็ไม่อาจทำใจได้เลย {เซเวียร์} หลังจากที่ดีแลนกลับไป ควินน์ก็เอาเลือดมาให้ฉันดื่ม เขาอยู่เป็นเพื่อนฉันจนฉันเผลอหลับไป พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว ฉันลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง พร้อมทอดสายตามองไปที่ดวงจันทร์ที่อยู่นอกหน้าต่าง น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ มันก็ไหลออกมาช้าๆ ภายในค่ำคืนที่เงียบงันนี้ คำพูดของดีแลนเป็นการยืนยันเรื่องการจากไปของรอยซ์ แต่ฉันยังคงรับไม่ได้ ทั้งที่ฉันเองก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็ตาม แกร็ก!! (เสียงประตูเปิด) ฉันยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่แก้มเพราะรู้ว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร ฉันไม่อยากให้เขาเป็นห่วงแค่นี้ เขาเองก็คงเสียใจมากพอแล้ว ควินน์เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง ฉันหลบสายตาของเขา ฉันไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของฉันเลย มับ! จู่ๆควินน์ก็จับข้อมือของฉันขึ้น ทำให้ฉันต้องหันไปมองเขาอย่างตกใจ และเขากำลังจ้องมาที่ฉันพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้หน้าของฉัน “ไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งหรอก คิดว่าเข็ดน้ำตาออกแล้วฉันจะดูไม่ออกงั้นหรอ” ควินน์ยกมืออีกข้างขึ้นมาแล้วใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ขนตาของฉันออก เขาเหลือบสายตามองของเหลวใสๆที่ติดอยู่ที่นิ้วโป้งของเขา ก่อนจะเหลือบสายตามาสบตากับฉันอีกครั้ง ฉันจึงหันหน้าหลบสายตาของควินน์ เพราะฉันรู้สึกระอายใจต่อเขา ที่มาอยู่ในร่างของรอยซ์แบบนี้ มันไม่แฟร์กับเขาเลย “เป็นอะไรไป…รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือปล่าว” “เปล่า” “งั้น…เราไปเดินเล่นที่สวนกัน” ควินน์เลื่อนมือที่จับข้อมือฉันเปลี่ยนเป็นจับมือของฉันแทน “ถ้าข้ารับใช้เห็นฉัน….?” หากฉันออกไปเดินในร่างนี้ ต้องมีคนจำได้แน่ ฉันเองก็ไม่สมควรมีตัวตนอีกแล้วแท้ๆ “ฉันให้พวกเขากลับไปหมดแล้ว ตอนนี้ทั้งคฤหาส..มีเราแค่สองคน”ควินน์ดึงมือฉันเล็กน้อย ฉันจึงก้าวขาลงมาจากเตียง ที่เขาหายไปเมื่อกี้ก็เพื่อออกไปจัดการเรื่องข้ารับใช้งั้นหรอ เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ควินน์พาฉันมายังแปลงดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าขาว ที่กำลังบานสะพรั่งภายในสวนแห่งนี้ ฉันเคยมาเดินเล่นตอนอยู่ในร่างของรอยซ์แล้วหลายครั้ง “หลังจากที่นายเสียไป รอยซ์ก็เศร้ามาก เขาทำใจไม่ได้อยู่หลายเดือน จนวันหนึ่งเขาก็ปลูดดอกนี้ด้วยตัวเอง เขาบอกว่าสีฟ้ากับสีขาวเป็นสีประจำตัวขอนาย เขาจึงปลูกมันเพื่อลำลึกถึงนาย ถ้ามองมาจากห้องของรอยซ์ ก็จะเห็นตรงนี้พอดี เขาอยากให้นายได้มาอยู่ในที่ๆเขาเคยอยู่ และได้ใช้ชีวิตเหมือนที่เขาเคยใช้ เพราะฉะนั้น นายก็จงทำตามความปรารถนาของรอยซ์ต่อไป ไม่ต้องคิดมาก ฉันไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้จักปล่อยวาง รอยซ์เองก็คงไม่อยากเห็นนายต้องเสียใจแบบนี้” ควินน์เอามือขึ้นมาจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ พร้อมกับสบตาฉัน คำพูดของควินน์ทำให้ความอัดอั้นที่อยู่ในอกของฉันประทุออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลเป็นสาย ฉันไม่มีคำไหนจะพูดต่อความปรารถนาดีของรอยซ์ที่มีต่อฉัน มีเพียงคำว่าขอบคุณที่ฉันอยากจะมอบให้กับเขา “ฉัน….จะทำได้ยังไง” “นายแค่ใช้ชีวิตที่เหลือให้ดี ไม่ว่าจะอยู่ได้อีกหนึ่งวัน หรือร้อยปี ฉันก็จะอยู่กับนายเอง เราก็จะอยู่ด้วยกัน” ควินน์กำลังยิ้มอย่างอบอุ่นมาให้ฉัน แต่ทำไมฉันกับรู้สึก แน่นขึ้นมาที่อก พร้อมกับพรั่งพรูน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย มันทั้งดีใจ ทั้งสับสนในเวลาเดียวกัน “อึก…ฉัน…คิดถึงรอยซ์ ฮืออออ” ทันทีที่ฉันพูดจบ ควินน์ก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ เขาใช้ฝ่ามือตบที่แผ่นหลังของฉันเบาๆ หน้าอกที่อบอุ่นของเขากำลังปลอบประโลมความรู้สึกของฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย และฉันก็มีความหวังขึ้นมา หลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก ฉันกับควินน์ก็นั่งลงที่พื้นหญ้าตรงหน้าแปลงดอกไฮเดรนเยียของรอยซ์ ฉันกำลังมองไปที่ดอกที่กำลังแบ่งบาน จิตรการถึงถาพที่รอยซ์กำลังลงมือปลูกด้วยตัวเอง ฉันยิ้มที่มุมปากออกมาบางๆ เพราะรอยซ์เป็นคนชอบยิ้ม เขาเองก็คงอยากจะเห็นรอยยิ้มของฉันเหมือนกัน “ฉันพึ่งรู้ว่าองค์ชายจะขี้แยขนาดนี้ ดูสิ ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” ควินน์ที่นั่งอยู่ข้างๆเอามือขึ้นมาแตะที่ใต้ตาของฉันเบาๆ ฉันมองไปที่ดวงตาของเขาที่กำลังต้องแสงจันทร์ มันเป็นประกายและสวยงามมาก “นายจ้องขนาดนี้ จะกินฉันหรือไง” ควินน์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน จนฉันต้องเอนตัวหลบเขาเล็กน้อย ทำไมเขาชอบเล่นกับใจฉันจังเลยนะ “ฉันเห็นว่าตานายสวย ก็เลยมอง” ฉันหันหน้าไปอีกทาง รู้สึกเขินขึ้นมายังไงไม่รู้ “แค่มองเท่านั้นหรอ…” ควินน์เอามือมาจับปลายคางของฉันให้หันไปสบตากับเขาอีกครั้ง “นายจะทำอะไร” “ถ้าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของนาย นายมีอะไรอยากจะทำอีกไหม ฉันจะพานายไปทำทุกอย่างที่นายต้องการเอง” ฉันมองไปยังดวงตาของเขา พร้อมกับถามตัวเองในใจ เรื่องที่อยากจะทำงั้นหรอ…เมื่อชาติที่แล้ว ฉันก็มีอยู่เรื่องนึง ที่ฉันไม่มีความกล้าที่จะทำมันเลย “ฉัน…ชอบนาย ชอบ..มานานมากแล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD