และแล้วก็มาถึง ฐานของไนท์คีฟเปอร์ตั้งอยู่ในป่าสนทึบ เป็นเหมือนคฤหาสขนาดเล็ก ที่นี่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองประมาณนึง ตอนมาถึงฉันก็ได้เจอกับคีฟเปอร์ทีมที่ประจำอยู่ที่นี่ หัวหน้าทั้งสองทีมส่งงานกัน แล้วทีมนั้นก็เอารถที่เราขับมาเมื่อกี้ขับออกไป เพื่อจะกลับไปที่เมืองไนท์วอล์กเกอร์
ควินน์บอกว่าเราจะออกทำภาระกิจเมื่อฟ้ามืด ให้ทุกคนพักผ่อนกันก่อน ห้องของฉันอยู่ติดกับควินน์ ตอนนี้เขาออกไปสำรวจอาณาเขตที่พวกเราต้องลาดตระเวณ เมื่อเสร็จแล้วเขาจะกลับมานอน จึงให้ฉันพักผ่อนก่อน แต่ฉันก็นอนไม่หลับอยู่ดี ฉันเลยเดินลงมาที่ชั้นล่างที่เป็นห้องโถงกว้างๆ มีโซฟาและเก้าอี้ให้นั่ง แล้วมีแผนที่อยู่ตรงกลางโต๊ะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
“ทำไมนายมาอยู่ตรงนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นทางบันใด ฉันหันไปมองพบเป็นออสติน ในมือของเขาถือแก้วอยู่ด้วย
“รอควินน์” ฉันเดินตรงไปที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง แล้วนั่งลง พร้อมมองออกไปข้างนอกที่เป็นทางเข้าของที่นี่ รอบๆก็มีเพียงป่าสนทึบๆเท่านั้น
“งั้นหรอ”
ฉันไม่ได้หันไปมองเขา ได้ยินเสียงเขาเดินไปเปิดตู้แล้วหยิบอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นของเหลวเทใส่แก้ว แล้วก็เหมือนว่าเขากำลังเดินตรงมาที่ฉัน
“เอาแอลกอฮอล์หน่อยไหม” เขาเดินมายืนพิงขอบหน้าต่างตรงหน้าของฉัน พร้อมกับแก้วที่มีของเหลวสีส้มทองอยู่ในมือ นั่นคงเป็นเหล้าสินะ ไนท์วอล์กเกอร์ดื่มแอลกอฮอล์ไปก็ไม่เมาอยู่ดี เพราะร่างกายสามารถเผาผลานแอลกอฮอล์รวดเร็วกว่าคนปกติ
“ไม่ล่ะ”
“เมื่อก่อนนายชื่นชมพี่ชายนายมากไม่ใช่หรอ ทำไมตอนนี้นายปฏิบัติกับพี่นายแปลกไปล่ะ”
“หมายถึงอะไร”
“ก็คำพูด..ท่าทาง…แล้วก็สายตา…” ออสตินโน้มตัวลงมาสบตาฉันเหมือนเขากำลังค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตาของฉัน แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันประหม่าเลย
“ฉันไม่มีคำตอบจะให้นาย” เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วยืนตัวขึ้นกลับไปท่าเดิม ก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นมาจิบ
“นายมักจะเรียกหัวหน้าว่าพี่ ไม่เคยเรียกเขาด้วยชื่อเลยสักครั้ง นายชื่นชมในตัวพี่ของนายมาก ไม่เคยโกรธ น้อยใจ หรือว่าประชดพี่นายเลย แล้วนายน่ะ..เป็นคนสนใสร่าเริง แถมพูดมาก ส่วนตอนนี้ นอกจากหน้าตา อย่างอื่นก็ไม่เหมือนคนเดิมเลย” ที่ออสตินพูดมาไม่ผิด เพราะฉันกับรอยซ์นิสัยต่างกันมาก แต่ถ้าจะให้ฉันทำตัวแบบรอยซ์ ฉันก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี
“แล้วแต่นายจะคิด”
“ปกติฉันก็สนใจนายอยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันสนใจในตัวนายมากขึ้นไปอีก…” ออสตินยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบพร้อมกับมองมาที่ฉัน แล้วยิ้มบางๆที่มุมปาก ทั้งท่าทางและสายตาที่เขามองมาที่ฉันที่อยู่ในร่างของรอยซ์ ฉันก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ดูแล้ว..ออสตินคงจะชอบรอยซ์อยู่สินะ แต่พวกเขาคงไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นด้วยกันหรอกมั้ง เพราะรอยซ์ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องแบบนี้เลยด้วย
“....” ฉันเลือกที่จะไม่พูดต่อ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง หวังว่าจะเห็นควินน์เดินเข้ามา แม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็เถอะ แต่ฉันก็จะรอเขาอยู่ตรงนี้
{ออสติน}
ผมเดินมานั่งที่โซฟา ดูเหมือนว่ารอยซ์จะไม่ค่อยอยากให้ผมอยู่ตรงนั้นด้วยเท่าไหร่ รอยซ์ในตอนนี้ ไม่เหมือนรอยซ์ที่ผมเคยรู้จักเลย ผมรู้ตั้งแต่เห็นเขาออกมาจากลิฟท์เมื่อเช้า การเดินของเขาไม่เหมือนเดิม ท่าทางและการวางตัว ดูเหมือนชนชั้นสูง ที่ได้รับการอบรมณ์มาเป็นอย่างดี และระยะห่างที่เขาจะมีให้กับทุกคน แม้กระทั้งพี่ชายของเขาเอง และสิ่งที่ผมมั่นใจว่ารอยซ์คนนี้ ไม่ใช่รอยซ์คนก่อน คือสายตา สายตาที่เย็นชา มั่นใจ และดูสูงส่งนั้น ทันทีที่ได้สบตากับเขาผมรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาเลย รอยซ์ที่ผมรู้จัก ไม่เคยมีสายตาแบบนี้มาก่อน
ผมนั่งอยู่ตรงนี้เงียบๆ ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่าอยากอยู่เป็นเพื่อนรอยซ์ขึ้นมา เขาเอาแต่นั่งเฉยๆ สายตามองออกไปยังนอกหน้าต่าง เขาดูตั้งอกตั้งใจรอควินน์มาก มันก็ทำให้ผมแปลกใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาจำอะไรไม่ได้ เลยมีแค่ควินน์คนเดียวที่เขารู้จักและไว้ใจ ถ้าผมที่ตื่นมาแล้วไม่มีความทรงจำเลย ผมจะรู้สึกอย่างไรนะ…
“ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้” ผ่านไปสักพักควินน์ก็เดินเข้ามาในบ้าน เขาไม่ได้สังเกตเห็นผมที่นั่งอยู่ตรงนี้ เขาเดินตรงไปหารอยซ์ที่พล๊อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม เขาเอื้อมมือไปจับที่แก้มของรอยซ์เบาๆ
“นี่…ตื่นสิ” ควินน์ตบไปที่แก้มนั้นเบาๆ เบามากๆ ถ้าเป็นผมเองก็คงจะไม่รู้สึกอะไรเหมือนกัน
“ให้ตายสิ…” ควินน์พูดพร้อมถอนหายใจ ก่อนจะค่อยๆเอาแขนของเขาสอดไปที่ใต้ขาของรอยซ์ทั้งสองข้าง แล้วช้อนตัวรอยซ์ขึ้น
“นาย…มาแล้วหรอ” รอยซ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนจะยกแขนขึ้นไปกอดคอควินน์เอาไว้ แล้วเอาหน้าซบลงที่หน้าอกของควินน์ด้วยความงัวเงีย
“โทษที ฉันมาช้า” ควินน์ยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างอบอุ่น แล้วอุ้มรอยซ์เดินไปทางบันใด ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นบันใด ควินน์ก็หันมาหาผมที่นั่งอยู่มุมมืดที่โซฟา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงแวบหนึ่ง นั่นเขากำลังบอกว่าเขารู้ว่าผมแอบมองพวกเขาอยู่ ก่อนจะอุ้มรอยซ์เดินขึ้นบันใดไป
ทั้งๆที่การกระทำของเขาสองคนก็เป็นสิ่งที่พี่น้องทั่วไปทำกัน แต่ทำไมผมกลับรู้สึกแปลกๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า ผมไม่เคยเห็นพวกเขาตอนอยู่ด้วยกัน ส่วนรอยซ์ก็เสียความจำ เขาอาจจะมีความกลัวกับสิ่งที่กำลังเจออยู่ ก็เป็นไปได้
{เซเวียร์}
พวกเรามารวมตัวกันที่โซฟาในห้องโถง ทุกคนแต่งตัวด้วยเสื้อแขนยาวกุมคอสีดำกับกางเกงคาร์โก้และรองเท้าเซฟตี้ พร้อมกับติดอาวุธที่ทุกคนถนัดไว้ที่ตัว ควินน์ ออสตินและเกรย์ใช้มีดสั้น อาร์เชอร์ใช้ปืนเก็บเสียง ฉันเลือกเป็นดาบยาว เพราะรู้สึกว่ามันใช้ถนัดมือมากกว่า แต่อาร์เชอร์บอกว่าเมื่อก่อนรอยซ์ใช้ปืนเก็บเสียง เพราะรอยซ์กลัวการต่อสู้ระยะประชิด แต่ฉันกลับรู้สึกว่าดาบยาวเหมาะกับฉันมากกว่า
การต่อสู้กับมอนสเตอร์ จะใช้แต่ผลังไม่ได้ หากผลังหมดขึ้นมาก็จะสลบไปเหมือนก่อนหน้านี้ เลยต้องมีอาวุธเพื่อช่วยใช้ในการต่อสู้ด้วย เพื่อลดการใช้ผลังมากจนเกินไป
“ได้เวลาแล้ว เริ่มทำภาระกิจได้” ควินน์พูดจบทุกคนที่นั่งและยืนอยู่ในห้องนี้ก็เดินออกมาข้างนอก ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว
ฟรึบ!! ฟรึบ!!
อาร์เชอร์กับเกรย์กระโดดสูงมาก พวกเขาขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งกลางต้นสน พวกเราจะมุ่งหน้าไปที่เมืองด้วยการกระโดดงั้นหรอ ถึงฉันจะเป็นไนท์วอล์กเกอร์เหมือนกัน แต่ฉันยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย แล้วถ้าฉันกระโดดลงผิดจุดล่ะ ฉันไม่ตกต้นไม้รึไง ขายหน้าแย่
“มานี่สิ…” ควินน์เดินมาข้างฉันแล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวฉันไว้ เขาคงรู้ว่าฉันกำลังกังวนสินะ ฉันหันไปสบตาควินน์หรือว่าเขาจะพาฉันกระโดดขึ้นไปงั้นหรอ
“อยู่นิ่งๆนะ” ฟรึบ!! แล้วควินน์พาฉันกระโดดขึ้น ฉันมองข้างล่างเราขึ้นมาสูงมาก พอหันมองไปข้างหน้าก็เห็นกิ่งของต้นสนกำลังใกล้เขามา ก่อนที่ควินน์กับฉันจะใช้เท้าเหยียบไปที่กิ่งนั้นแล้วย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดแรงกระแทกก่อนจะยืนขึ้น ตอนนี้ฉันกำลังอยู่สูงจากพื้นมาก แต่ฉันไม่รู้สึกกลัวเลย มันรู้สึกสนุกและคุ้นเคยมาก
“เป็นไงบ้าง” ควินน์หันมาสบตาฉันอีกครั้ง ขณะที่มือของเขายังคงจับที่เอวฉันอยู่ ฉันมองกลับไปด้วยสายตาที่มั่นใจ ฉันเองก็เชื่อว่าฉันจะทำได้ ความรู้สึกข้างในมันกำลังบอกฉันแบบนั้น
“นายเลือกจุดที่นายจะกระโดดไป แล้วก็ออกแรงกระโดดไปที่จุดนั้น ทำได้ใช่ไหม” ควินน์ย้ำฉันอีกครอบ สายตาของเขาดูกังวนนิดหน่อย ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่บนกิ่งไม้รอฉันอยู่ ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นตัวถ่วงคนอื่น ฉันต้องทำให้ได้
“ฉันพอจำได้ว่าทำยังไง” ควินน์ปล่อยมือออกจากเอวฉัน ฉันมองไปที่กิ่งไม้ข้างหน้าที่อยู่ถัดจากต้นนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ไม่ไกลมาก
ฟรึบ!! ฉันย่อตัวแล้วกระโดดขึ้น ฉันรู้สึกว่าตัวฉันเบามาก แล้วพอใกล้จะถึงกิ่งนั้น ฉันก็เทน้ำหนักลงไปแล้วใช้เท้าเหยียบลงพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อย แล้วฉันก็สามารถยืนอยู่บนกิ่งนั้นได้ง่ายๆ เหมือนทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
“งั้นก็เดินทางต่อได้” สิ้นเสียงควินน์ทุกคนก็กระโดดไปข้างหน้า จากต้นนี้ ไปต้นนั้น และต้นต่อๆไป ฉันค่อยๆรู้สึกคุ้นชินกับมัน จนรู้สึกว่าทำได้คล่องขึ้นมาก แล้วฉันยังรู้สึกเป็นอิสระมากด้วย เหมือนนกที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า ที่ครั้งหนึ่งฉันเคยได้แต่อิจฉาในอิสระของพวกมัน แล้ววันนี้ฉันก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของนกเหล่านั้นแล้ว
“ตรงนั้นมีการเคลื่อนไหว” ออสตินที่อยู่รั้งท้ายพูดขึ้นขณะที่เราหยุดอยู่ที่ต้นไม้ที่มองเห็นเมืองอยู่ข้างหน้า เขากำลังมองไปยังทางขวาของพวกเรา ซึ่งเป็นชายป่าทึบ ฉันใช้สัมผัสลองตรวจดู พบว่ามีการเคลือนไหวจริงๆ เหมือนจะมีอะไรบางอย่างตัวค่อนข้างใหญ่ ประมาณ2 ตัวกำลังมุ่งหน้าไปที่เมือง
“นายไปจัดการกับฉัน คนอื่นเข้าไปในเมืองก่อนได้เลย” ควินน์พูดกับออสติน แล้วหันมาสั่งพวกเรา ก่อนจะกระโดดไปทางเป้าหมายพร้อมออสติน
“งั้นเราก็ไปกันเถอะ” อาร์เชอร์พูดแล้วกระโดดนำไปก่อน ฉันกับเกรย์ก็กระโดดตามหลังไป
ฟรึบ!! แกร็ก!!!
“เอ๊ะ…..!!” ฉันกระโดดมาเรื่อยๆจนมาที่กิ่งไม้สีน้ำตาลแล้วจู่ๆมันก็หักลง ตอนนี้ฉันอยู่ห่างจากพื้นสูงมากด้วย ฉันกำลังจะร่วงลงกับพื้นแล้ว…!!
มับ!! ตึก!
แขนของใครบางคนมาโอบฉันไว้ขณะที่ตัวฉันกำลังร่วงลงไปที่พื้น หน้าของฉันฟุบเข้ากับหน้าอกของเขาพอดี ก่อนที่เราจะลงถึงพื้นด้วยท่ายืนอย่างปลอดภัย
ฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังกอดตัวฉันไว้ เขาสวมผ้าปิดบังใบหน้าพร้อมกับสวมฮู๊ดมีปลายผมสีฟ้าโผล่ออกมาเล็กน้อย เขาคือเกรย์ ฉันสบตาเข้ากับเขาพอดี ดวงตาสีฟ้าอ่อนนั้นกำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาตกใจ แล้วเขาก็ค่อยๆคลายอ้อมแขนออกจากตัวฉันแล้วถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว
“ขอบใจนะ” ถ้าไม่ได้เขาฉันก็คงตกลงมาแล้ว และอาจจะได้รับบาดเจ็บด้วย
เกรย์มองไปทางอื่นแล้วพยักหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร อาร์เชอร์บอกว่าเขาพูดไม่ได้สินะ
ฉันมองไปที่กิ่งไม้ที่มันตกลงมาพร้อมฉันอย่างสงสัย ฉันไม่ได้สังเกตว่ามันเป็นกิ่งไม้ที่ตายแล้ว มิน่ามันถึงหัก แล้วทำให้ฉันตกลงมา
ผึบ!! ฉันสัมผัสได้ถึงการเคลือนไหว มันกำลังมาทางนี้ด้วยความเร็ว ฉันหันไปทางเป้าหมายเห็นเกรย์กำลังตั้งท่าเตรียมรับมืออยู่ ฉันจึงชักดาบออกมาจากฝัก แล้วจ้องไปทางที่ฉันสัมพัสได้
จู่ๆก็มีหมาป่าตัวใหญ่ที่มีดวงตาสีแดงกระโดดออกมาจากมุมมืดก่อนจะกระโจนใส่เกรย์จากด้านหน้า แล้วฉันก็รู้สึกได้ว่ามีอีกตัวมาทางด้วนหลังของฉัน ฉันรีบหันกลับไปเจอเข้ากับหมาป่าอีกตัวกำลังพุ่งมาที่ฉันด้วยความเร็ว ฉันต้องกระโดดหลบเพราะมันกำลังกระโจนใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันวิ่งตรงไปที่ต้นไม้ใกล้ๆแล้วมันก็วิ่งตามมา ฉันก้าวเท้าวิ่งขึ้นไปบนลำต้นของต้นไม้ก่อนจะตีลังกาลอยตัวขึ้นมาอยู่เหนือหัวของมัน ฉันหันปลายดาบลงพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับที่ด้ามดาบ แล้วทิ้งตัวลงไปที่หลังคอของมัน ก่อนจะใช้ดาบนั้นแทงเข้าที่คอของมันอย่างแรง จนครึ่งหนึ่งของดาบเข้าไปอยู่ในตัวของมัน แล้วมันก็ค่อยๆอ่อนแรงล้มลง ฉันชักดาบออกแล้วกระโดดม้วนตัวกลับมายืนที่พื้น
เมื่อแน่ใจว่ามอสเตอร์ตัวนี้ตายดีแล้วฉันก็หันไปหาเกรย์ เขากำลังสู้อยู่กับมอนสเตอร์หมาป่าอีกตัว ข้างๆมีศพของหมาป่านอนอยู่ แปลว่าเขาจัดการไปได้แล้วหนึ่งตัว
ทันใดนั้นเอง ก็มีหมาป่าอีกตัวพุ่งออกมาจากพุ่มไม้กำลังกระโจนเข้าไปหาเกรย์จากทางด้านหลัง ฉันรีบวิ่งไป แล้วพุ่งตัวสไลด์ไปที่ใต้ท้องของมัน แล้วใช้ดาบในมือฟันไปที่หน้าท้องของมันตามความยาวของลำตัว จนเลือดของมันกะเด็นมาโดนใบหน้าของฉัน แล้วฉันก็หมุนตัวออกมาจากใต้ร่างของมันก่อนที่มันจะล้มลงแล้วทับฉัน
“แฮ่ก แฮ่ก” ฉันดันตัวเองขึ้นมานั่งหายใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต่อสู้ และฆ่ามอนสเตอร์ ฉันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วจนหายใจแทบไม่ทัน
มับ!
จู่ๆเกรย์ก็เดินมาย่อตัวลงตรงหน้าฉันแล้วใช้มือข้างหนึ่งจับคางของฉันให้เงยขึ้น ฉันตกใจ แต่นั้นทำให้ฉันเห็นใบหน้าของเขา เพราะตอนนี้ไม่มีผ้าปิดใบหน้าไว้ เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก ใบหน้าขาวเนียน เข้ากับดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขามากเลย