ตอนที่ 14 ฝากคำพูด

2588 Words
“ไม่ทราบว่าคุณรู้หรือปล่าวครับ ว่าไทน์วอล์กเกอร์ผู้ส่งสายเลือดจะสามารถรับรู้ได้ถึงสายเลือดของตัวเองได้น่ะครับ” คำพูดของดีแลน ทำให้หัวใจของฉันเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ “นายจะบอกว่าเขารู้ถึงตัวตนของฉันอย่างงั้นหรอ” “ในร่างจริงของคุณในคืนนั้นมีสายเลือดท่านของดาร์กลอร์ดไหลเวียนอยู่ จากผลังของเขาเกรงว่าเขาอาจจะรับรู้แล้วนะครับ” งั้นที่วันนั้นฉันเจอท่านพ่อก็แปลว่า เขาจงใจมาเจอฉัน..งั้นหรอ “ตั้งแต่ที่ฉันกลายร่างครั้งแรก เขาก็รู้แล้วงั้นหรอ” “ก็ไม่แน่นะครับ เพราะครั้งแรกที่ผมตรวจเลือดของคุณคุณอ่อนแอมาก แม้แต่สายเลือดก็จางมาก แต่วันต่อมาหลังจากที่คุณได้ดื่มเลือดเข้าไปแล้ว สายเลือดของคุณก็เข้มขึ้น ขนาดตอนนี้ในร่างของคุณรอยซ์ยังมีสายเลือดของคุณปนอยู่เลยครับ” งั้นที่ฉันไปที่ปราสาทด้วยร่างนี้ เขาก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าฉันคือเซเวียร์ วันนั้นที่ปราสาทท่านพ่อกลับไม่ได้พูดถึงขึ้นมา ท่านพ่ออาจจะรู้ว่าฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นในฐานะองค์ชายอีกสินะ ถึงเลือกที่จะมาเจอฉันที่อยู่ในฐานะของรอยซ์ ถึงว่าทำไมท่านพ่อถึงได้ใจดีขนาดนั้น ที่แท้…ท่านพ่อก็รู้แล้วว่าเป็นฉัน แต่หากท่านพ่อบอกฉันจริงๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทักทายท่านพ่อว่ายังไงดี 1 อาทิตย์ต่อมา ในห้องพักไนท์คีฟเปอร์ {ควินน์} “ฉันทำเรื่องให้นายพักงานได้นะ”ผมพูดขณะช่วยเซเวียร์แต่งตัวอยู่ในห้อง “ไม่เป็นไร ฉันอยากจะทำอะไรบ้าง ฉันอยู่เฉยๆมาร้อยกว่าปีแล้วนะ ให้ฉันได้ทำอะไรบ้างเถอะ” เซเวียร์ยิ้มมาให้ผม ทำให้ผมใจอ่อน “งั้นก็ระวังตัวด้วย อย่าออกไปนอนข้างนอกอีกนะ รอบนี้ไม่มีฉันไปด้วยจะทำแบบนั้นอีกไม่ได้” “ฉันรู้แล้ว นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” เซเวียร์หยิบดาบของเขาขึ้นมาสะพาย ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม วันนี้เป็นวันที่เซเวียร์ต้องออกไปทำภาระกิจโดยที่ไม่มีผมไปด้วย แม้ว่าผมจะกำชับลูคัสว่าห้ามยุ่งกับรอยซ์อีก แต่ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เซเวียร์เป็นกล้าหาญและต่อสู่เก่งกว่ารอยซ์ ผมเชื่อว่ามอนสเตอร์ทำอะไรเขาไม่ได้แน่ ผมกลัวเรื่องไม่คาดฝันมากกว่า ผมอยากจะห้ามเขาไว้ แต่ถ้าผมทำแบบนั้นมันจะต่างอะไรกับตอนที่เขาอยู่ที่ปราสาทละ ผมต้องเชื่อใจในตัวของเซเวียร์ “มาแล้ว” ออสตินพูดขึ้นขณะเห็นผมเดินออกจากลิฟท์มาพร้อมกับเซเวียร์ มีสมาชิกกลุ่มของเซเวียร์ยืนรออยู่ที่หน้าตึก “แค่นี้ต้องออกมาส่งด้วยตัวเองเลยเรอะ เป็นเด็กสามขวบหรือไง” ลูคัสแสยะยิ้มพูดขึ้น พร้อมกับมองมาที่เซเวียร์ มันทำให้ผมรู้สึกหงุดงิดขึ้นมาเลย “ถ้านายไม่อยากพักงานเหมือนเดือนที่แล้วก็หุบปากไปซะ” ผมพูดพร้อมกับเหลือบมองลูคัสแค่หางตา ถึงหมอนี่จะปากเสียแต่ก็พอพึ่งพาได้ “เหอะ!” ลูคัสกอดอกพร้อมกับซะบัดหน้าก่อนจะออกเดินไปที่รถ ไนท์มีอายุยืนยาวแต่ร่างกายไม่แก่ ไม่นึกว่าหมอนี่สมองก็ยังเป็นไปด้วย “นายกลับไปทำงานเหอะ ฉันไปก่อนล่ะ” เซเวียร์หันมาพูดกับผมก่อนจะก้าวเดินออกไป “อือ ระวังตัวด้วย” “รู้แล้วๆ” เซเวียร์หันมายิ้มให้ผม ผมมองตามหลังเซเวียร์จนรถขับออกไป หรือผมจะตามเซเวียร์ไปดีนะ “นายหยุดความคิดของนายเลยนะ นายมีงานต้องทำ ไม่ใช่เอามาโยนให้ฉันทำอยู่คนเดียวแบบนี้” อลันที่มาจากข้างหลังพูดขึ้น ผมรับรู้ถึงการมาของเขาแล้วแต่ผมแค่ไม่ได้สนใจ “นายอ่านความคิดได้หรือไง” “หน้านายออกขนาดนี้ คนไม่มีผลังยังก็ดูออกเลย ถ้านายห่วงขนาดนั้นจะให้เขาไปทำไมล่ะ” “เมื่อก่อนที่แล้วเขาอยู่แต่ในปราสาท ตอนนี้ก็ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตตามที่ใจเขาต้องการเถอะ” ผมเล่าเรื่องของเซเวียร์ให้อลันรู้ เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทของผม เซเวียร์เองก็บอกว่าถ้าปิดเขาต่อไป มีแต่จะทำให้เขาตามซักไซ้ไม่เลิก “เฮ้ออ สงสารพวกนายชะมัด คนรักต้องมาอยู่ในร่างของน้อยชาย จะทำอะไรๆด้วยกันก็ไม่ได้ น่าสงสารๆ” ถึงอลันจะไม่ใช่คนปากโป้ง แต่ก็ติดที่ปากเสียนี่แหละ “นายอยากพักงานนี่ ฉันจะสนองให้นายเอง!!” ผมแสยะยิ้มพูดพร้อมกับใช้ดวงตาสีแดงมองต่ำไปที่อลัน “ฉันนึกได้ว่ามีงานต้องทำ งั้นฉันรีบไปทำงานก่อนนะ” แล้วอลันก็วิ่งออกไปอย่างเร็ว ที่อลันพูดก็ไม่ผิด แต่สำหรับผม แม้ว่าเรื่องร่างกายของเซเวียร์จะมีปัญหาต่อความสัมพันธ์ของเราอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผม การมีชีวิตอยู่ของเซเวียร์ต่างหากที่สำคัญกว่า ณ.หมู่บ้านเล็กๆชานเมือง {เซเวียร์} ฉันทำภาระกิจมากได้อาทิตย์นึงแล้ว ทำให้ฉันได้รู้จักคนที่ชื่อว่าลูคัสมากขึ้น แม้ว่าเขาจะปากเสีย ชอบหาเรื่อง แต่เขาก็สั่งงานได้ดี ดูแลคนในทีมทั่วถึง เรื่องงานไม่มีปัญหาอะไรเลย อาร์เชอร์ก็บอกว่าเวลารอยซ์โดนลูคัสแกล้งก็จะด่ากลับไปแบบไม่กลัว แต่ลูคัสก็ไม่เคยทำให้รอยซ์ได้รับบาดเจ็บจริงๆ แล้วตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่ที่ฐานนี้ เขาก็มักจะใช้สายตามองจิกมาที่ฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรรุนแรง ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจเขามาก ก็เลยผ่านมาได้อย่างราบรื่น รอบนี้ได้มาอยู่ฐานแถวชานเมือง เป็นหมุ่บ้านเล็กๆติดกับอ่างเก็บน้ำ ที่นี่บรรยากาศดีมาก มีทั้งต้นไม้ภูเขาและอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่พอสมควร ฉันก็ได้จัดการกับพวกมอนเตอร์หนูแมวเหมือนเดิม เพราะทางที่ติดกับป่า เป็นพื้นที่ของลูคัส จึงไม่มีมอนสเตอร์ตัวใหญ่ออกมาจากป่ามาแถวนี้เลย “เอ๊ะ ทำไมมีไนท์มาอยู่แถวนี้” ฉันสัมผัสถึงกลิ่นอายของไนท์วอล์กเกอร์อยู่แถวนี้ แต่ไม่ไช่กลิ่นอายของคีฟเปอร์ในกลุ่มเลยฉันกระโดดไปบนหลังคาของบ้านเรือนอย่างเงียบๆ เพื่อมุ่งไปทางที่ฉันได้กลิ่นอายเมื่อครู่ ฉันตามมาจนถึงข้างอ่างเก็บน้ำของเมือง ฉันเดินตามถนนที่มีราวกั้นเป็นทางยาว พยายามสัมผัสหากลิ่นอายเมื่อครู่ แต่ทำไมอยู่ๆมันก็จางหายไปล่ะ ตุ๊บ!! เหมือนมีอะไรบางอย่างตกอยู่ข้างหลังฉัน ฉันรีบหันไป พบชายหนุ่มผมสีฟ้า ที่มีฟันแหลมออกมาที่มุมปาก เขาเป็นไทน์วอล์กเกอร์ที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ฉันไม่รับรู้ถึงกลิ่นอายของเขาเลย เหมือนกับควินน์ตอนนั้น งั้นเขาก็เป็นไทน์คิงงั้นหรอ!! “ตามมาจริงๆด้วย” ชายคนนั้นแสยะยิ้มที่มุมปากพูด “นายเป็นใคร ทำไมมาอยู่แถวนี้” “ทายสิ” เขาพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาหาฉัน ฉันจึงถอยออกมาหนึ่งก้าว “อย่ามาเล่นลิ้น” “จะว่าไป นายก็รู้จักฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้มาทำเป็นเหินห่างแบบนี้ล่ะ ฉันน้อยใจนะเนี้ย” เขาเดินวนรอบตัวฉันพร้อมกับพูด “ฉันจำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จักคนอย่างนาย” “นั่นสินะ ก็นายไม่ใช่รอยซ์นี่นา ไม่รู้จักก็ไม่แปลก” เขาหยุดตรงหน้าฉันพร้อมกับจ้องมาที่ฉันอย่างจับผิด เขารู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ใช่รอยซ์ หรือเขาแค่ต้องการปั่นฉันเท่านั้น “ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด ถ้าไม่มีอะไรฉันไปก่อนล่ะ” เขาอาจจะเป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมไนท์คีฟเปอร์ก็ได้ เพราะเขตที่ฉันอยู่ตอนนี้ติดกับเขตของทีมอื่นพอดี “จะไปจริงๆหรอ องค์ชาย…” ฉันชะงักเท้าทันทีที่เขาพูดขึ้น ทำไมเขาถึงรู้ตัวตนของฉัน หรือว่าผลังเขาจะพิเศษ “นายหมายความว่ายังไง” ฉันหันหน้าไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง “อย่าทำหน้าดุนักสิ ปกติรอยซ์เป็นคนยิ้มเก่งออกจะตาย” เขายังคงยิ้มหยอกล้อใส่ฉัน “นายต้องการอะไรกันแน่” “ก็แค่แวะมาทักทาย ไม่นึกว่า จะได้มาเจอองค์ชายผู้สูงศักดิ์ออกมาทำงานเป็นไนท์คีฟเปอร์แบบนี้ เห็นว่าแปลกดีน่ะ แถมยังเป็นองค์ชายที่ตายไปร้อยปีก่อน ฉันตกใจมากเลย ถึงต้องรีบตามมาดูให้เห็นกับตานี่ไง” “นายรู้ได้ยังไง” “ผลังของฉันเป็นสายผลังจิต ฉันสามารถมองเห็นวิญญาณได้ ครั้งแรกเลยนะเนี้ย ที่มองเห็นวิญญาณที่เป็นไนท์เหมือนกัน เพราะปกติไนท์วอล์เกอร์จะไม่มีวิญญาณยังไงล่ะ” นั่นมันผลังอะไรกัน แล้วทำไมถึงมีแค่ฉันที่มีวิญญาณล่ะ “แล้วนายยังรู้อะไรอีก” “อยู่ที่ว่า…องค์ชายอยากจะรู้อะไร” หมอนี่กำลังกวนประสาทฉัน จะให้มันปั่นหัวไม่ได้ “ขืนนายปากพล่อย ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่” ฉันจ้องเขม็งไปที่ชายท่านดยุคด้วยสิ ถ้าเขาถามฉันก็จำเป็นต้องตอบไปตามความจริง” แอรอนเป็นคนส่งเขามางั้นหรอ นี่เขายังไม่ล่มเลิกความคิดสินะ ฉันก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเข้าประชิดตัวเขา พร้อมกับชักดาบออกมาพาดที่แก้มของเขา “ขืนนายพูดแม้แต่คำเดียวฉันตัดลิ้นนายซะ!” “อย่าทำผมเลยคร้าบบบ ฉันเลยมาถามความเห็นองค์ชายก่อนนี่ไง เห็นมั้ย..ฉันไม่ใช่คนเลวหรอก” ฉันยังคงไม่วางดาบลง “พูดมา…ว่าต้องการอะไร” “ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก องค์ชายช่วย.. เอาดาบออกก่อนได้มั้ย กลัวหน้าหล่อๆของฉันจะมีแผลน่ะ ยังไงก็หนีองค์ชายไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว” ฉันเก็บดาบแล้วถอยออกมาจากเขาหนึ่งก้าว ถ้าต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆฉันอาจจะไม่ชนะก็ได้ แล้วยังอาจจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอีกด้วย “ทีนี้ก็บอกเรื่องที่นายรู้มาให้หมด” “อ่าาาา ฉันหิวมากเลย เลี้ยงข้าวฉันหน่อยสิ” “ข้าวหรอ นายก็เป็นไนท์ ไม่มีเลือดกินหรือไง” “ต้องมีอยู่แล้วสิ.. แต่ฉันชอบกินข้าวมากว่า” “ฉันไม่ได้พกเงินมาหรอกนะ” “งั้นครั้งนี้ฉันเลี้ยงองค์ชายก่อน ครั้งหน้าค่อยเลี้ยงคืน โอเคไหม” แล้วฉันก็ต้องตามหมอนี่เพราะอยากรู้เรื่องที่เขาพูดถึงแอรอน และเรื่องของวิณญาณนั่นด้วย เขาพาฉันมาที่ร้านสะดวกซื้อเปิด24ชม.ที่อยู่ใกล้ๆ เราเข้าไปในร้านทั้งชุดของไนท์คีฟเปอร์พนักงานร้านก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือหวาดกลัว ทั้งที่รู้ว่าเราเป็นไนท์วอล์เกอร์ เขาซื้อบะหมี่ถ้วยส่วนฉันเอาแค่น้ำผลไม้หนึ่งขวด แล้วเราก็ออกมานั่งกินที่เก้าอี้ข้างราวของอ่างเก็บน้ำ “ทำไมคนที่นี่ไม่มีท่าทางกลัวพวกเราเลย กลับดูมิตรด้วยซ้ำ” ฉันถามขึ้น “ก็ที่นี่เป็นเขตนอกเมืองติดชายป่า มอนสเตอร์ย่อมมีมากว่าในเมือง ถ้าไม่มีเหล่าไนท์คีฟเปอร์คอยกำจัดให้ พวกเขาคงไม่ได้ใช้ชีวิตสงบสุขแบบนี้หรอก” “ทีนี้บอกมา นายเป็นใครกันแน่” “ฉันชื่อเรย์น่ะ..เป็นไนท์คิงสายผลังจิต และเป็นหัวหน้าทีมไนท์คีฟเปอร์ พี่ชายคุณเป็นคนส่งผมมาสืบเรื่องของคุณ ง่ำ..” เขาตอบฉันขณะที่คีบบะหมี่เข้าปากด้วย ดีนะที่เลือกวางดาบเมื่อกี้ “แล้วทำไมนายถึงมาหาฉัน แล้วเอาเรื่องที่ฉันอยู่ในร่างรอยซ์ไปแจ้งพี่ชายฉันเลยล่ะ” “ควินน์ขอมาน่ะ เขาบอกให้มาถามความเห็นองค์ชายก่อน รู้จักกับพวกเขาไม่มีเรื่องดีเลยจริงๆ ขัดใจใครก็ไม่ได้สักคน” เรย์บ่นก่อนจะจ้วงบะหมี่เข้าปาก ควินน์ทำเรื่องแบบนี้ด้วยสินะ เขาช่างคิดเผื่อฉันจริงๆ “เลิกเรียกฉันว่าองค์ชายสักที เรียกฉันว่ารอยซ์” แม้ว่าตอนนี้จะอยู่กันแค่สองคน แต่กันไว้ก่อนดีกว่า “อาฮ่ะ รอยซ์ ว่าแต่คุณจะให้ฉันตอบท่านดยุคว่ายังไง” นั่นสินะ ถึงจะยังไม่อยากให้ใครรู้เพิ่ม แต่ขืนปิดเรื่องนี้ต่อไปเขาก็คงไม่เลิกสืบอยู่ดี ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายที่ดีกับฉันมามันทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อเขา ณ.ปราสาท {แอรอน} “สวัสดีครับ ท่านดยุค” เรย์ที่ผมส่งไปพิสูจตัวตนของเซเวียร์เข้ามาในห้องทำงานของผมหลังจากที่เขาพึ่งกลับจากการทำภาระกิจ “เชิญทำตัวตามสบาย” ตอนนี้หัวใจผมมันเต้นแรงเพราะผมคาดหวังจากคำตอบของเรย์มาก “ผมขอโทษครับ ผมโดนคุณรอยซ์จับได้ครับ” อย่างนี้สินะเรย์ถึงมีสีหน้าไม่มั่นใจตอนเข้ามา “ไม่เป็นไร” รอยซ์ยังไม่ใช่คนที่มีไหวพริบดีขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นคนๆนั้นไม่แน่ “เขาฝากผมมาบอกคุณว่า ‘เขาสบายดีครับ แล้วยังมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน’ เขาว่าอย่างงั้นครับ” ถึงผมจะแน่ใจอยู่แล้วว่ารอยซ์ก็คือเซเวียร์ แต่คำพูดนี้มันทำให้ผมยิ่มออกมาอย่างห้ามไม่ได้เลย ความสุขกำลังเออล้นขึ้นมาในใจของผม “ยอมรับแล้วสินะ” “งั้นเรื่องนี้ ต้องรายงานท่านดาร์กลอร์ดด้วยไหมครับ” “ไม่ต้องหรอก ให้เขาเป็นคนบอกเอง” “ครับ” “เรื่องนี้ห้ามให้ใครรู้เป็นอันขาด” “ครับ ท่านดยุค” เรย์โค้งเคารพผม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป แม้ผมจะไม่รู้ว่าทำไมเซเวียร์ที่จากไปกว่าร้อยปีมาอยู่ร่างของรอยซ์ได้ยังไง แต่ผมก็ดีใจมาก ที่ได้เจอกันอีกครั้ง ความสุขที่เซเวียร์พูดถึง คงจะเป็นความปรารถนาของเขาที่เขาไม่เคยได้ทำสินะ แล้วคำพูดของเขาก็แผงความหมายว่า เขาไม่อยากกลับมาเป็นองค์ชายแล้ว และอยากใช้ชีวิตแบบนั้นต่อไป งั้นผมก็คงจะทำอะไรไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องไปเจอเซเวียร์ด้วยตัวเองสักครั้งแล้วล่ะ ก๊อก! ก็อก! (เสียงคนเคาะประตู)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD