ตอนที่ 13 ความหวังดี

2634 Words
“ฉัน…ก็ชอบนาย ชอบ..มานานมากแล้ว” ฉันตัดสินใจพูดออกไป ในที่สุดฉันก็ได้บอกความในใจออกไปสักที แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะรู้แล้วก็เถอะ ได้พูดออกไปจากปาก ฉันถึงจะรู้สึกว่ามันดีกว่า “นี่….”ควินน์มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าที่ตกใจ “นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะทำ…มาตลอด คือการสารภาพกับนายต่อหน้า ว่าฉันชอบนา…อุ๊บ!”จู่ๆควินน์ก็เอามือขึ้นมาจับที่ท้ายทอยของฉันพร้อมกับดึงฉันเข้าไปจูบ ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของฉันอย่างนุ่มนวล ลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขากำลังรดอยู่ที่แก้มของฉัน และเสียงหัวใจของเขาสองคนที่ดังขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่จูบดำเนินต่อไป เหมือนว่าความรู้สึกของทั้งสองคนเริ่มรวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะชอบฉันหรือแค่อารมณ์ชั่วคราว ฉันก็จะไม่เคยเสียใจที่ได้ชอบเขา เขายังคงเป็นความปรารถนาเดียวของฉันตลอดไป {ควินน์} “แฮ่ก..แฮ่ก” เราจูบกันนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ทันที่ที่ผมถอนริมฝีปากออก เซเวียร์ก็หายใจหอบออกมา ก่อนจะมองมาที่ผมด้วยความเขินอาย แก้มแดงๆและสีหน้าที่อ่อนแรงของเขามันช่างยั่วใจผมจริงๆ “นายนี่จริงๆเลย…ฉันอยากจะห้ามใจตัวเองให้ได้มากกว่านี้ แต่นายก็ยังทำให้ฉันอดใจไม่ไหว” ผมใช้นิ้วโป้งเช็ดของเหลวที่เลอะริมฝีปากของเซเวียร์ช้าๆ หัวใจของผมเต้นแรงเมื่อเห็นใบหน้าของเขาในตอนนี้ “หมายความว่าไง” ผมเลือนมือขึ้นไปลูบที่แก้มของเซเวียร์อย่างทะนุถนอม “หมายความว่า..”ผมเงยหน้าขึ้นแล้วจูบไปที่หน้าผากของเซเวียร์หนึ่งที ก่อนจะหันมาสบตากับเซเวียร์อีกครั้ง “ฉันก็ชอบนาย…ชอบมานานแล้วด้วย” ผมบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป เพราะผมไม่อยากพลาดโอกาศอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจะรักษาเขาไว้ข้างกายอย่างดี “นี่…นายไม่ได้หลอกฉันเพราะฉันใกล้ตายหรอกใช่ไหม” สายตาของเซเวียร์บ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด ทำให้ผมขำขึ้นมาในลำคอ “แล้วนายคิดว่าฉันจูบนายทำไมล่ะ ฉันไม่ใช่คนที่จะจูบใครพร่ำเพื่อนะ หรือนายไม่รู้เลยจริงๆ” ผมมองไปที่เซเวียร์พร้อมกับยิ้มบางๆที่มุมปาก ดวงตาของเขาฉายแววความตกใจขึ้นมาก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบตาผม ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้จริงๆสินะ “นึกว่านายแค่เกิดอารมณ์…ชั่วคราว” เซเวียร์พูดโดยไม่มองหน้าผม แต่แก้มและหูของเขากลับแดงขึ้นเรื่อยๆ “นายเห็นฉันเป็นคนยังไงกัน นายเป็นคนบอกชอบฉันก่อนนะ นายไม่รู้จักคนที่นายชอบเลยหรอ” ผมขำขึ้นมาเบาๆ “ก็ฉันไม่แน่ใจนี่ เมื่อก่อนเราแทบไม่เคยคุยกัน แล้วคืนนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้คุยกับนาย ก่อนฉันจะ..”ผมรีบประกบปากปผมเข้ากับริมฝีปากของเซเวียร์ลงไป เพราะผมไม่อยากให้เขาพูดถึงเรื่องเก่า ที่ผมคิดมาตลอดว่านั้นคือความผิดพลาด ที่ผมไม่ทำความรู้จักกับเขาให้เร็วกว่านี้ แล้วพาเขาออกมาจากโลกที่มีแต่หนังสือของเขา “ครั้งนี้ ฉันจะไม่ทำพลาดแบบนั้นอีกแล้ว” ผมถอนริมฝีปากออกมาพูดครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะโน้มตัวลงไปใช้ริมฝีปากของผมกดริมฝีปากของเซเวียร์ จนเขาค่อยๆหงายหลังลงไป ผมใช้มือประคองคอเซเวียร์ เพื่อให้เขาเอนตัวนอนลงช้าๆ ในตอนนี้ความรู้สึกของเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ผมรับรู้ถึงความสุขที่ได้รับจากเซเวียร์ แม้ว่าเวลาของเซเวียร์จะน้อยลง ผมก็จะทำให้ทุกวันของเขามีความสุขที่สุดเท่าที่ผมจะทำให้เซเวียร์ได้ {เซเวียร์} “ฉันพึ่งดื่มไปเองนะ จะให้ดื่มอีกแล้วหรอ” ฉันกับควินน์ขึ้นมาที่ห้อง ควินน์ก็เอาเลือดใส่แก้วมาให้ฉัน ฉันพึ่งดื่มไปยังไม่ครบหนึ่งวันเลย ไนท์วอล์กเกอร์ดื่มเลือดแค่วันละแก้วก็ถือว่าเยอะแล้ว “ใช่ นายต้องบำรุงร่างกายเยอะๆ ดีแลนบอกไง” ควินน์ยังคงยื่นแก้วเลือดมาให้ฉัน “แต่ฉันยังไม่หิว” “นายจะดื่มเองหรือว่าให้ฉันใช้…ปาก ป้อนให้ดีล่ะ” ควินน์โน้มตัวลงมาหาฉันพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “ฉะ…ฉันดื่มเอง” ฉันรับแก้วเลือดมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เราพึ่งจะจูบอย่างดูดดื่มที่สวนไปเมื่อกี้ ฉันยังไม่หายเขินเลย “อย่างงี้สิ ค่อยน่ารักหน่อย” ควินน์ยิ้มมาให้ฉัน “จริงสิ ตอนฉันรอนายอยู่ที่ห้องทำงาน แอรอนมาหาน่ะ เขาฝากบอกว่าให้นายไปหาที่ปราศาท” ฉันพูดพร้อมยื่นแก้วที่หมดแล้วส่งให้ควินน์ “งั้นหรอ” ควินน์รับแก้วไปแล้วเอาไปวางที่โต๊ะใกล้ๆ “นายจะไปหาแอรอนเมื่อไหร่” “ทำไม…อยากจะไปด้วยหรือไง” ควินน์เดินมานั่งลงที่เตียงของฉัน “ก็…อยากรู้ว่าท่านพ่อเป็นยังไงบ้างน่ะ เขาดีกับฉันมาก ตั้งแต่ท่านพ่อได้เป็นดาร์กลอร์ด ก็ไม่ค่อยมีข่าวอะไรเกี่ยวกับท่านพ่อเลย เพราะงั้น…ฉันเลยอยากเห็นเขาสักครั้ง แค่ไกลๆก็ยังดี” “งั้นรอนายกลายร่าง เราค่อยไปด้วยกัน” ควินน์ยิ่มอบอุ่นพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างไม่วางตา “นาย…มองฉันทำไม” มันทำให้ฉันรู้สึกเขินขึ้นมา “ครั้งหนึ่ง..ฉันไม่กล้าอาจเอื้อมในตัวนาย แต่ตอนนี้องค์ชายเซเวียร์มาอยู่ต่อหน้าฉันแล้ว เหมือนฝันไปเลย” ควิน์เอามือขึ้นมาจับที่แก้มของฉันแล้วลูบเบาๆ “ฉันเองก็นึกว่าฝัน…เสียดาย เวลาของฉัน เหลือน้อยเกินไป” แต่สำหรับฉัน ได้แค่นี้ก็ถือว่ามากพอแล้ว “ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่ข้างๆจนวินาทีสุดท้ายของนายเอง” ควินน์ยื่นใบหน้าเข้ามา แล้วจุมพิตที่หน้าฝากของฉันเบาๆ ก่อนจะลงมาที่แก้มของฉัน แล้วควินน์ก็ค่อยๆเลือนลงมาที่ริมฝีปากของฉัน ฉันหลับตาลงเพื่อรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดที่เขาส่งมา ไม่ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่อีกวันหรืออีกปี ขอแค่ได้อยู่กับควินน์แบบนี้มันก็เพียงพอแล้ว หลายวันต่อมา ณ.ปราสาท ฉันเดินตามหลังควินน์มาตามทางเดินในปราสาท ทุกอย่างที่นี่ยังคงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ฉันมาในฐานะน้องชายของควินน์ ข้ารับใช้ที่เดินผ่านมาเจอพวกเราต่างก็โค้งเคารพ แต่คราวนี้ฉันไม่เจอสายตาที่แย่ๆพวกนั้นเลย “นายไปรอฉันที่ห้องสมุดก่อนนะ ฉันขอไปหาแอรอนก่อน”ควินน์พูดขณะที่เราเดินมาจนถึงทางแยก ที่อีกทางเป็นทางไปห้องสมุด อีกทางเป็นทางไปห้องของท่านดยุค ซึ่งตอนนี้ก็คือแอรอน “ได้” ฉันพูดแค่นั้นแล้วเราก็แยกกันเดินไปคนละทาง ณ.ห้องสมุดในปราสาท ฉันเดินมาถึงห้องสมุด ห้องที่ฉันเคยชอบ กลิ่นของที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยมาก มันเป็นทั้งที่ๆฉันมีความสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน ฉันเดินมาที่ชั้นหนังสือที่ฉันอ่าน ทุกอย่างในห้องนี้ยังคงเหมือนเดิม ที่ไม่เหมือนเดิมคือฉัน…ที่เข้ามาที่นี่ด้วยรูปร่างหน้าตาของรอยซ์ “รอยซ์มาหรอ” เสียงทุ่มดังขึ้นที่หน้าประตู หัวใจฉันแทบจะหยุดเต้นทันที เพราะนั่นคือเสียงของท่านพ่อ ชายที่ให้ชีวิตใหม่กับฉัน และคอยปกป้องฉัน แม้ว่าฉันจะไม่มีค่าอะไรเลย “ครับท่านดาร์กลอร์ก” ฉันตั้งสติตัวเองแล้วหันไปทำความเคารพท่านพ่อ ยังไงตอนนี้ฉันก็อยู่ในร่างของรอยซ์ฉันจะทำแบบเดิมไม่ได้ “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…สบายดีอยู่ใช่ไหม” ท่านพ่อเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือหนังสืออยู่ในมือ “ผมสบายดีครับ” ฉันตอบท่านพ่ออย่างนอบน้อม “อย่างงั้นก็ดี” ท่านพ่อเดินมาหยุดตรงหน้าของฉัน พร้อมยิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มที่อบอุ่นมาให้ฉันเสมอ ไม่คิดว่าหลังจากที่ฉันตายไป ฉันจะมีโอกาศได้เห็นรอยยิ้มนี้อีกครั้ง “ท่านสบายดีไหมครับ” ท่านพ่อเดินผ่านฉันเขาไปที่ชั้นหนังสือไม่ไกลจากที่ฉันยืนนัก “ก็ยังสบายดีอยู่” ท่านพ่อเอาหนังสือในมือเสียบเข้าไปที่ชั้นแล้วหันมาหาฉัน “ดีแล้วครับ” แค่ได้เห็นท่านพ่อยังดูแข็งแรงดี ฉันก็พอใจแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้มาเจอแถมยังได้พูดคุยกันอีกด้วย เพราะปกติเขาจะงานยุ่งมาก ขนาดอยู่ในปราสาทเดียวกัน น้อยครั้งที่จะได้เจอท่านพ่อ “เวลาเปลี่ยนไปนายเองก็ดูสุขขุมขึ้นเยอะเลยนะ” เขายิ้มพร้อมมองสำรวจร่างกายของฉัน คงเพราะปกติรอยซ์จะเป็นคนร่าเริง ไม่ค่อยชอบพิธีรีตอง เลยไม่ค่อยรู้มารยาทสักเท่าไหร่ละมั้ง “คงงั้นมั้งครับ” ฉันยิ้มเขินๆออกไปเล็กน้อย เหมือนที่รอยซ์เคยทำ “ถ้าพอมีเวลาว่างก็มานอนที่นี่บ้างก็ได้นะ ในห้องของเซเวียร์น่ะ ทุกอย่าง…ฉันยังเก็บไว้ให้เขาเหมือนเดิม” ท่านพ่อ…ยังเก็บห้องฉันเอาไว้งั้นหรอ น่าจะเก็บของออกแล้วปิดไปแล้วสิ ทำไมยังรักษาเอาไว้ “แต่เขา…ไม่อยู่แล้วนะครับ” ฉันรู้สึกจุกขึ้นมาเหมือนน้ำตามันกำลังจะไหล แต่ฉันต้องฮึบเอาไว้ให้ได้ “ไม่ว่าเขาจะอยู่หรือไม่ ฉันก็จะยังเก็บเอาไว้อย่างนั้น เพื่อไม่ให้มันว่างเกินไป นายก็มาพักที่นี่บ้างก็ได้ ฉันยินดีต้อนรับเสมอ” “ครับ ขอบคุณครับ” เขาคงจะเห็นว่าฉันสนิทกับรอยซ์เลยใจดีด้วยสินะ “ดีใจที่ได้เจอกันนะ ฉันไปก่อนล่ะ” แล้วท่านพ่อก็เดินออกจากห้องสมุดไป ฉันเดินมาที่ห้องของฉันในปราสาท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องสมุดนัก ฉันลังเลอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง แล้วฉันก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง เป็นอย่างที่ท่านพ่อพูดจริงๆ ทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม แม้กระทั่งหนังสือ เล่มสุดท้ายที่ฉันอ่านก็ยังวางอยู่ที่เดิม ทั้งห้องสะอาดเหมือนตอนที่ฉันเคยอยู่ แปลว่ามีคนเข้ามาทำความสะอาดทุกวัน ฉันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาข้างในอก ทั้งคำพูดและการกระทำของท่านพ่อ มันทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ออกมา เขายังคงดีกับฉันเสมอ แม้กระทั้งในเวลาที่ฉันไม่อยู่แล้ว เขายังดีกับฉันขนาดนี้ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิด ผิดที่ไม่ได้บอกเขาตรงๆว่าฉัน…ก็คือเซเวียร์ “ผมขอโทษนะครับ….ผมขอโทษ” ฉันคุกเขาลงข้างเตียง พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาที่อัดอั้นไหลออกมาอาบแก้ม ฉันฟุบหน้าลงที่เตียง กลิ่นของผ้าห่มที่ยังคงเหมือนกับตอนที่ฉันเคยใช้ มันยิ่งทำให้ฉันเสียใจมากขึ้น “ฮืออออ ผมเอง…ผมคือ เซเวียร์ ฮืออออ” บนห้องทำงานของไททัส ชายที่มีอายุ400ปี แต่ใบหน้ายังคงดูหนุ่ม กำลังทอดมองไปยังหน้าต่างห้องนอนของลูกชายที่จากไปแล้ว ผ่านทางกระจกของห้อง เขากำลังมองดูชายหนุ่มที่ทำลังฟุบหน้าร้องไห้อยู่ที่เตียง ด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่เอ่อนองขึ้นมาที่ขอบตาด้วยความดีใจ ถ้าเป็นคนอื่นเห็นคงจะคิดว่ารอยซ์ที่เป็นเพื่อนสนิทของเซเวียร์ กำลังร้องไห้เพราะคิดถึงเพื่อน แต่ไม่ใช่กับชายผู้นี้ เขารับรู้ได้ถึงสายเลือดของเขาเองที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างคนๆนั้น เขาพึ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเป็นคืนวันที่จันทร์เต็มดวงที่ผ่านมา เขาได้ตามกลิ่นอายไปจนเจอเข้ากับเซเวียร์ในร่างปกติขณะอยู่กับควินน์ที่ห้องนอนของรอยซ์ เขามองออกทันทีว่าทั้งสองคนรักกันอย่างลึกซึ้ง เขาจึงกลับมายังปราศาทพร้อมกับความดีใจที่ได้เห็นลูกชายผู้เป็นที่รักกลับมาอีกครั้ง พอเขารู้ว่าแอรอนนัดเจอกับควินน์ที่นี่ เขาจึงเครียงานทั้งหมดเพื่อรอดูการปรากฎตัวของลูกชายอีกครั้ง แม้ว่าเซเวียร์จะอยู่ในร่างของรอยซ์ เขาก็มองออกทันทีว่านี่คือลูกชายของเขา ทั้งคำพูดและการวางตัว ต่างจากรอยซ์โดยสิ้นเชิง แล้วยังดวงตาที่มองมาที่เขา มันคือสายตาที่เขาคิดถึงมานานนับร้อยปี เขาจึงเดาได้ว่า เซเวียร์อาจจะคืนร่างจริงเฉพาะคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น แต่ไททัสก็ยังเลือกที่จะไม่พูดออกไป เขาคิดว่า เป็นอย่างนี้ก็ดี เซเวียร์จะได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ใจต้องการ ไม่ต้องโดนขังอยู่ในกรงทองแห่งนี้อีก การกลับมาเป็นองค์ชาย มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เซเวียร์ปรารถนาก็ได้ แม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่หาความจริง ขอเพียงชีวิตนี้ลูกของเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็เพียงพอ หลายวันต่อมา ณ.สำนักงานไนท์คีฟเปอร์ “คือว่า..ผมต้องเรียกคุณยังไงดีครับ” ทันทีที่ฉันเข้ามาดีแลนเหมือนทำอะไรไม่ถูก หลังจากที่ฉันวัดผลังเสร็จก็ได้มาหาดีแลนที่ห้องตรวจของเขา นั่นเป็นเพราะสถานะเก่าของฉัน “ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างรอยซ์ เพราะงั้น…ก็เรียกฉันว่ารอยซ์เถอะ” “ได้ครับ….ตอนนี้ร่างกายของคุณแข็งแรงดีมากเลยครับ ทั้งๆที่เป็นร่างที่หมดอายุไขแล้ว ผมพึ่งเคยเจอเลยครับ ส่วนผลตรวจของร่างจริง พบว่าเปลี่ยนไปทั้งหมดครับ ผมได้ลองเอาดีเอนเอของคุณรอยซ์ที่เจาะไปก่อนหน้านี้ มาทำการเปรียบเทียบกันแล้ว ไม่พบการตรงหันเลยครับ เหมือนว่าจะเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง” ดีแลนพูดยาวหลังจากตรวจร่างกายให้ฉันเสร็จ “อย่างงั้นหรอ แล้วฉัน..จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่” “เท่าที่ดูผลตรวจ ก็คงจะยังไม่ใช่เร็วๆนี้ครับ วันนั้นที่ผมพูดไป เพราะร่างจริงของคุณอ่อนแอมาก พอได้มาตรวจวันนี้ผมจึงสังเกตุเห็นว่า ถ้าร่างจริงของคุณแข็งแรง ร่างนี้ก็จะแข็งแรงตามไปด้วยครับ” “งั้นก็ดีครับ” ฉันรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเลยที่ได้ยินแบบนี้ ทั้งที่ร่างกายนี้ไม่ใช่ของฉันร้อยเปอร์เซ็น แต่ฉันก็ดีใจที่จะได้อยู่กับควินน์ให้นานอีกหน่อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD