{ควินน์}
ผมกำลังกลับมาจากการตรวจงานที่ฐานอื่น เพราะผมไม่ได้เข้ามาในเมืองมานานตั้งแต่ที่รอยซ์ป่วย จึงใช้โอกาศนี้มาออกตรวจสักหน่อย แต่อยู่ๆผมก็สัมผัสถึงกลิ่นอายของเซเวียร์ แถวนี้เป็นป่าสนทั้งนั้น ทำไมถึงมีกลิ่นอายของเขาอยู่แถวนี้ได้นะ เขาไม่ได้อยู่ที่ฐานหรอกหรอ นี่ก็สายมากแล้วด้วย เขาควรจะพักผ่อนไปแล้วสิ หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ผมตามกลิ่นอายนั้นไป จนเจอเข้ากับเซเวียร์ที่อยู่ในร่างของรอยซ์ กำลังขดตัวหลับอยู่ที่โคนต้นไม้ ผมตกใจมาก ทำไมเขามาหลับอยู่ที่นี่ได้ ผมรีบเข้าไปใช้ผลังตรวจหาบาดแผลและร่องรอยการบาดเจ็บ แต่ก็ไม่พบเลย เหมือนเค้าแค่นอนหลับไปเฉย ไม่ใช่ว่าเขานอนไม่หลับเลยออกมาตามหาผมหรอมั้ง
ผมจับตัวของเซเวียร์ขึ้นมาพิงตัวผมเขาหลับสนิทมาก คงจะเหนื่อยมากเลยสินะ แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ เซเวียร์ที่เป็นถึงองค์ชายจะมานอนหลับในที่แบบนี้ได้ยังไง หรือว่าที่ฐานจะมีอะไรที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่ที่นั่นกันนะ
ผมอุ้มเซเวียร์ที่หลับสนิทกลับมาที่ฐาน ทันทีที่ผมมาถึงผมก็รับรู้ถึงกลิ่นอายของแอรอน เขามาที่นี่ได้ยังไง เป็นไปได้ว่า ที่เซเวียร์ออกไปนอนอยู่ข้างนอก อาจจะมีต้นเหตุมาจากเขาก็ได้
ผมเดินเข้ามาในบ้าน เจอเข้ากับแอรอนที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟา เขามองมาที่เซเวียร์ที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของผมด้วยสายตาที่เจ็บปวด ผมเดินผ่านแอรอนขึ้นไปชั้นสองเพื่อพาเซเวียร์ขึ้นไปนอนที่ห้อง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาสองคนเจอกัน คำพูดของเซเวียร์ที่เรียกแอรอนว่าท่านพี่… คงทำให้เขาอยู่ไม่สุข เพราะนั่นคือคำพูดที่เซเวียร์มักจะใช้เรียกแอรอย และไม่มีใครเรียกแอรอนแบบนั้นอีกแล้วด้วย
ผมลงมาหาแอรอนที่ห้องโถงชั้นล่างเขายังอยู่ในท่าเดิม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจ เขาคงจะเริ่มรู้อะไรแล้วแน่ๆ เพราะความใกล้ชิดที่พวกเขามีให้กันเมื่อครั้งนั้น ยังไงมันก็คงจะทำให้เขามองออกได้ว่า คนที่อยู่ในร่างรอยซ์คือเซเวียร์
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมรอยซ์ไปหลับอยู่ในป่า” ผมพูดขึ้นขณะเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆแอรอน
“นายไม่มีอะไรจะบอกฉันหน่อยหรอ” แอรอนพูดแต่กลับไม่สบตาผม ผมรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เรื่องนี้ผมอยากให้เซเวียร์เป็นคนพูดเอง แล้วผมก็มีความเห็นแก่ตัว ยังไม่อยากให้เขารู้ตอนนี้
“นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลย ว่าทำไมน้องชายฉันถึงหนีจากที่นี่แล้วไปนอนในป่า” ผมรู้สึกว่าระหว่างที่ผมไม่อยู่ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ผมกับแอรอนเราโตมาด้วยกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นถึงดยุค ผมก็ไม่เคยกลัวเขาเลย เพราะหากว่าเขาทำอะไรไม่ถูกไม่ควร ผมก็จะเป็นคนคอยห้ามปรามเขาเอง
“ฉันรู้สึกว่าน้องนายไม่ใช่น้องนายคนเดิม” คำพูดนั้นของแอรอนทำให้ใจผมไม่สงบ ทั้งๆที่ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องดูออกแน่ แต่ก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้อยู่ดี
“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว” ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วทำตัวเป็นปกติ
“ทำไมรอยซ์เรียกฉันว่า….ท่านพี่” แอรอนดูเศร้าไปที่เขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แอรอนก็ไม่เคยลืมเซเวียร์ได้เลย
“ฉันก็ไม่รู้ นายไม่ลองถามน้องฉันตรงๆล่ะ ว่าแต่..นายคงไม่ได้ทำอะไรแย่ๆกับรอยซ์หรอกใช่มั้ย”
“ฉันก็แค่หยอกเล่นกับน้องนายนิดหน่อย แต่เขากลับตกใจแล้ววิ่งหนีออกไป ฉันว่าจะตามไปแล้ว แต่ก็กลัวว่าเขาจะยิ่งหนีไปไกล ฉันเลยได้แต่รออยุ่ตรงนี้”
“นายก็รู้ว่ารอยซ์จำอะไรไม่ได้ มันไม่แปลกหรอกนะที่เขาจะกลัวนาย เขาเป็นแค่เทียร์ไนท์ แต่นายเป็นถึงไนท์คิง แถมยังเป็นดยุคอีก นายว่างมากหรอ ถึงมีเวลามาแกล้งน้องฉันแบบนี้” ทั้งๆที่ตอนนี้เขาเป็นถึงดยุคแล้ว แต่ยังทำเรื่องที่ตัวเองจะต้องเสียใจลงไปอีก
“ฉันแค่รู้สึกว่าตั้งแต่รอยซ์เสียความจำ เขาดูเหมือน…. เซเวียร์ ทั้งท่าทาง สายตาและการพูด จนฉันสงบใจไม่ได้เลย ฉันถึงได้มาที่นี่เพื่อยืนยันอะไรนิดหน่อย” แอรอนก้มหน้าลง ดูเขาคงเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปจริงๆ ถึงแม้ตอนที่เขาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเขาจะดูน่าเกรงขามแค่ไหน จะมีแค่ตอนที่แอรอนอยู่กับผมที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้
“เวลาก็ผ่านมากว่าร้อยปี ตอนนี้นายก็เป็นท่านดยุคด้วย นายไม่ควรเอาเวลาทำงานของนายมาคิดเรื่องแบบนี้ อีกอย่างถ้านายได้เจอเซเวียร์จริงๆ นายคิดว่าเซเวียร์จะดีใจที่นายเอาแต่คิดถึงเขาแบบนี้มั้ย นายไม่รู้เลยหรอว่าเซเวียร์ต้องการอะไร จวบจนวาระสุดท้าย เซเวียร์ก็ไม่เคยก้าวเท้าออกมาจากปราศาทนั่นเลย นายคิดว่านั่นคือสิ่งที่เซเวียร์ต้องการงั้นหรอ” ผมรู้ว่าเรื่องนี้ไม่อาจปิดแอรอนไปได้ตลอด ผมจึงไม่ได้ปฏิเสธถึงการมีอยู่ของเซเวียร์ แต่ผมก็ไม่อาจบอกให้แอรอนรู้ตอนนี้ได้ ผมจึงเลือกที่จะพูดเป็นกลางๆและเพื่อเตือนสติของแอรอนไปด้วย
“ฉัน…ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย” แอรอนนั่งก้มหน้าพร้อมกับกุมมือไว้ การยึดติดที่แอรอนมีต่อเซเวียร์ มันกำลังทำให้เขาหน้ามืดตามัว
“นี่ก็จะเที่ยงวันแล้วนายพักผ่อนสักหน่อยแล้วค่อยไปเถอะ ฉันก็เหนื่อยมาทั้งคืนแล้วด้วย” ผมลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินขึ้นไปที่ห้อง หวังว่าเขาจะเลือกทางที่ถูกต้องได้ด้วยตัวเอง
“ฉันฝากขอโทษรอยซ์ด้วยนะ ฉันทำเกินไปจริงๆ ฉันไปก่อนล่ะ” ผมมองตามหลังแอรอนที่เดินออกประตูบ้านไป เขาดูเศร้ามาก แต่เขาจะรู้มั้ยนะว่าการหยอกเล่นของเขาอาจทำให้เซเวียร์ในร่างของรอยซ์ผิดหวังในตัวเขาก็ได้
หลังจากที่แอรอนจากไป ผมก็เข้ามาในห้องของเซเวียร์ เขากำลังนอนหลับสนิท ผมยืนอยู่ที่ข้างเตียงแล้วมองไปที่ใบหน้าของรอยซ์ที่ข้างในนั้นเป็นเซเวียร์ ตั้งแต่ที่ผมได้แชร์เรื่องราวและแบ่งปันความคิดกับเซเวียร์ ผมก็ใจเย็นลงมาก ไม่ได้มีความวิตกกังวลเหมือนก่อนหน้านี้ ผมมักจะคอยเป็นห่วงและดูแลเซเวียร์อยู่ไกลๆ และรอให้เขาจวนตัวจริงๆผมถึงจะยื่นมือเข้าไปช่วย เพราะผมรู้ว่าเซเวียร์ไม่ชอบการถูกคนจับจ้อง และเขาก็คงจะอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ดูจากที่เขาชอบฟังเรื่องราวต่างๆที่รอยซ์เล่าให้ฟัง แม้ว่ามันอาจจะเกินจริงไปบ้าง แต่เขาก็ดูจะสนุกและมักจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเสมอ รอยซ์ก็ปรารถนาอยากให้เซเวียร์ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ผมเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
“ควินน์หรอ” เซเวียร์ลืมตาขึ้นมาสบตากับผมพอดี
“ฉันเอง” ผมส่งยิ่มบางๆไปให้เซเวียร์
“นายพาฉันกลับมาหรอ” เซเวียร์มองไปรอบๆ ก่อนจะหันมาถามผมด้วยสีหน้าสงสัย
“ใช่…ทำไมถึงหนีออกไปนอนข้างนอกแบบนั้น รู้มั้ยว่ามันอันตราย ถ้าฉันไม่ไปเจอเข้าจะทำยังไง”
“ฉัน…ไม่อยากเจอแอรอน” ดวงตาของเซเวียร์สั่นด้วยความเสียใจและเจ็บปวด การกระทำของแอรอนคงทำให้เซเวียร์ผิดหวังจริงๆสินะ
“แอรอนฝากให้ฉันมาขอโทษนาย เขาแค่แกล้งนายเล่นเท่านั้น แอรอนไม่ใช่คนไม่ดีอะไร นายเองก็รู้เขาเป็นพี่ชายนายนะ” ผมเอื้อมมือขึ้นไปใช้นิ้วชี้ปัดผมที่มาปกคลุมที่ดวงตาของเซเวียร์เบาๆ
“ถึงอย่างนั้น ฉันก็ตกใจอยู่ดี”
“งั้นฉันจะไปนอนก่อนล่ะ นายก็เลิกคิดมากได้แล้ว พักผ่อนซะ” ผมขยี้ผมของเขาเบาๆ ตอนนี้ผมยอมรับแล้วว่าข้างในของเขาคือเซเวียร์ พอคิดได้แบบนั้นผมก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
“นาย…นอนที่นี่ไม่ได้หรอ” สายตาของเซเวียร์ที่มองมาที่ผม มันกำลังทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมเห็นใบหน้าของเซเวียร์ลอยขึ้นมาจากใบหน้าของรอยซ์ นั่นทำให้ผมไม่อาจปฏิเสธเขาได้เลย
“ได้สิ” พูดจบผมก็ก้าวขึ้นไปบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคุมขาของผมพร้อมกับเบียดเซเวียร์จนเขาต้องกระเถิบตัวไปด้านในอย่างเลี่ยงไม่ได้
“นี่นายจะนอนบนเตียงกับฉันหรอ!” เซเวียร์พูดด้วยสีหน้าตกใจ
“ใช่ไง” ผมตะแคงหันหน้าไปหาเซเวียร์ แล้ววางศรีษะลงที่หมอนใบเดียวกับเขา เพราะเตียงนี้มีอยู่หมอนใบเดียว แล้วผมก็กางแขนไปวางบนตัวของเขา เซเวียร์สะดุ้ง แล้วเกร็งจนตัวแข็งทื่อ
“ฉันหมายถึงนอนที่โซฟาน่ะ ไม่ใช่นอน…แบบนี้” ใบหน้าของเซเวียร์เปลี่ยนเป็นสีชมพู พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นเพราะไม่กล้าสบตาผม ท่าทางเขินของเขาน่ารักดี ทำให้ผมอยากจะแกล้งเขาอีก
“ฉันก็นอนกับรอยซ์แบบนี้บ่อยๆ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” ผมพูดพร้อมกับกระชับแขนไปที่เอวของเซเวียร์ ผมรู้สึกได้ว่าเซเวียร์สะดุ้งตัวอีกครั้ง
“แต่ฉันไม่ใช่…รอยซ์นะ…” เซเวียร์พูดเบาๆด้วยความเขิน ผมยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความพอใจ ยังไงรอยซ์ก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้กับผมอยู่แล้ว
“ฉันเหนื่อยมากเลยนะ เรานอนกันเถอะ” ผมเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้หัวของเขาแล้วหลับตาลง กลิ่นที่ผมของเขาตอนนี้เป็นกลิ่นของเซเวียร์ ไม่มีกลิ่นของรอยซ์หลงเหลือยู่เลย แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว อยากจะรั้งเซเวียร์ให้อยู่ข้างกายของผมแบบนี้ ไปจนกว่าอายุไขของเขาจะหมดลง
{เซเวียร์}
ในที่สุดฉันก็ได้กลับมาที่เมืองของไนท์วอล์กเกอร์ ฉันอยู่ที่ห้องทำงานของควินน์ในสำนักงาน ควินน์บอกมีงานด่วนให้ฉันรอเขาอยู่ที่นี่ ฉันรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ ถ้าจำไม่ผิดคืนนี้น่าจะเป็นคืนจันทร์เต็มดวงพอดี และฉันจะกลับไปร่างเป็นเซเวียร์อีกครั้ง
แกร็ก!
จู่ๆก็มีคนเปิดประตูเข้ามา ฉันที่นั่งอยู่ที่โซฟามองไปที่ประตูหวังว่าคนที่เข้ามาจะเป็นควินน์ แต่ไม่ใช่เลย กลับชายสูงโปร่งหน้าตาดีที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายของฉันในชาติที่แล้ว แอรอน กำลังเดินข้ามา เข้าตกใจเล็กน้อยตอนที่เราสบตากัน หรือเขาจะมาหาควินน์
“นายอยู่ที่นี่คนเดียวหรอ แล้วควินน์ล่ะ” เขาเดินตรงมาหาฉัน แต่ครั้งนี้เขาดูระมัดระวังตัวพอสมควร
“ผมก็ไม่ทราบครับ เห็นว่ามีธุระด่วน” หลังจากวันนั้นควินน์ก็ได้อธิบายเหตุผลที่แอรอนทำกับฉันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สมควรทำแบบนั้นกับรอยซ์อยู่ดี
“ฉันควรจะพูดขอโทษนายด้วยตัวเอง ฉันขอโทษเรื่องวันนั้นด้วยนะ” แอรอนโค้งตัวพร้อมกับเอามืออีกข้างทบที่หน้าอก นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาจริงใจในการขอโทษครั้งนี้
“ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ครับ ท่านเป็นถึงดยุค ถ้าคนอื่นรู้เข้า ผมคงโดนตัดคอแน่” ฉันรีบลุกขึ้นแล้วโค้งคืนแอรอนไป ฉันรับคำขอโทษจากเขาที่เป็นถึงดยุคไม่ไหวจริงๆ
“เซ…เวียร์…!?” จู่ๆแอรอนก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางตกใจ ฉันเองก็ตกใจมาก นี่เขากำลังเรียกชื่อของฉันงั้นหรอ หรือว่าเขารู้…..!
“ทำไมถึง…” ฉันเงยหน้าขึ้นมองไปที่แอรอนด้วยสายตาที่ตกใจ
“อ่อ พอดีคำพูดที่นายพูดเมื่อกี้เป็นคำที่เซเวียร์เคยพูดกับฉันน่ะ ทำให้ฉันนึกถึงเซเวียร์ขึ้นมา” แอรอนยิ้มอย่างอบอุ่นส่งมาให้ฉัน ฉันก็ได้แค่ยิ้มให้เขาเล็กน้อย
“ครับ” เขาทำให้ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อก่อนเวลาที่แอรอนทำอะไรผิดกับฉันเขามักจะขอโทษฉันแบบนี้ ส่วนฉันก็จะตอบเขาโดยการทำแบบเดียวกัน และจะพูดถึงเรื่องของการโดนตัดคอ ซื่งมันเป็นคำที่ฉันเอามาจากในนิทานโบราณ ซึ่งไม่ได้มีการทำแบบนั้นในชีวิตจริงเลย
“งั้นถ้าควินน์กลับมาบอกให้เขาไปหาฉันที่ปราศาทด้วยนะ”
“ได้ครับ” ฉันรับคำแล้วแอรอนก็เดินออกจากห้องไป ฉันถอนหายใจเบาๆ ฉันรู้ตัวว่าเรื่องที่ฉันอยู่ในร่างของรอยซ์ แอรอนจะต้องรู้เข้าสักวันแน่ แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ตอนนี้
{ควินน์}
ผมรีบวิ่งมาที่ห้องทำงาน เพราะผมไม่อยู่หลายวันจึงมีงานมากมายรอให้ผมมาจัดการ กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ตอนนี้ก็เกือบจะค่ำแล้ว คืนนี้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงด้วย ผมต้องรีบพาเซเวียร์กลับบ้านให้เร็วที่สุด
ทันทีที่ผมเข้ามาในห้อง เห็นเซเวียร์กำลังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนโซฟา เขาหันมามองผมด้วยสายตาที่บอกถึงความเจ็บปวด เหมือนว่าอาการของเขาจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
“โทษที ฉันพึ่งเสร็จงาน” ผมรีบวางเอกสารของทุกอย่างไว้ที่โต๊ะ แล้วรีบเข้าไปดูอาการของเซเวียร์ทันที
“ฉันรู้สึกไม่สบายตัวเลย” สีหน้าของเซเวียร์ตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ ผมต้องรีบพาเซเวียร์ออกจากที่นี่
“ฉันจะพานายกลับบ้าน” ผมช้อนตัวของเซเวียร์อุ้มขึ้น ตอนนี้เซเวียร์ตัวสั่นไปหมด ใบหน้าก็เริ่มเปลียนเป็นสีแดงเพราะความเจ็บปวด
“รอยซ์เป็นอะไรไป” อลันที่พึ่งมาถึงพูดขึ้นด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นรอยซ์มีอาการแบนี้มาก่อน
“นายช่วยตามดีแลนให้ฉันหน่อย ให้เขาไปเจอฉันที่รถตอนนี้ ด่วนเลย” ผมอุ้มเซเวียร์แล้วรีบเดินไปตามทาง
“ทำไมนายไม่พารอยซ์ไปที่ห้องตรวจของดีแลนเลยล่ะ เร็วกว่านายพารอยซ์ไปที่บ้านเยอะเลยนะ”
“ฉันสั่งนายก็ไปทำตามซะ!!” ผมแผ่ผลังกดดันออกไปเล็กน้อย พร้อมกับมองไปที่อลัน เพื่อให้เขารีบทำตามที่ผมสั่ง ผมจะให้เซเวียร์กลายร่างที่นี่ไม่ได้ ผมจำเป็นต้องรีบพาเซเวียร์กลับไปที่บ้านเท่านั้น
“ก็ได้ๆ” แต่อลันก็ไม่ได้กลัวผมเลย เขากลับทำสีหน้าเอือมใส่ผมก่อนจะรีบวิ่งไปทางห้องของดีแลน
“ควินน์… ฉันปวด….มากเลย” เซเวียร์พูดขึ้น ทำให้ผมยิ่งร้อนใจมากขึ้น ผมเอาแต่โทษตัวเอง ว่าทำไมผมไม่รีบมาหาเซเวียร์ให้เร็วกว่านี้ ถึงผมจะไม่สามารถทำให้เขาหายเจ็บปวดได้ก็เถอะ