สองวันหลังจากการแคสติ้งที่จบลงด้วยการทะเลาะเดือดระหว่างนักแสดง ท็อป (27 ปี) นั่งอยู่หน้าผู้จัดการส่วนตัวของเขาอย่างสงบ
"ฉันว่าเธอทำใจเรื่องบทตัวประกอบนั่นไปได้เลยนะท็อป" ผู้จัดการพูดด้วยน้ำเสียงเครียด ๆ
ท็อปพยักหน้าอย่างปลงตก "ผมรู้ครับ ผมคงไปหาเรื่องพระเอกตัวท็อปมากเกินไป"
ผู้จัดการยิ้มออกมาเล็กน้อย "เปล่า... เธอไม่ได้แค่ได้บท แต่เธอได้บท 'นายเอก' หลักของเรื่องว่ะ!"
ท็อปเบิกตากว้าง "ห้ะ! ล้อเล่นหรือเปล่าครับ!?"
"ฉันก็คิดว่าล้อเล่นตอนที่ได้รับสายจากผู้กำกับนะ" ผู้จัดการทำท่าทางเหมือนขนลุก "เขาบอกว่า 'เคมีกวนประสาท' ระหว่างเธอกับคุณคิมหันต์มันแรงมาก แรงจนน่าสนใจกว่าเคมีหวาน ๆ ในบทเก่า เขาเลยเปลี่ยนใจดันเธอมาเป็นนายเอกคู่กับคิมหันต์เลย"
ท็อปถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง "คู่กับไอ้... คุณคิมหันต์เนี่ยนะ? แล้วบทมันเป็นยังไงครับ? บท... เคะ x เคะ นั่นเหรอ?"
"ใช่! ซีรีส์วายเรื่องใหม่ 'รักนอกบท' ที่เป็นคอนเซ็ปต์ 'เมะ x เมะ' ตามบท ไงล่ะ! เธอจะได้รับบท 'ทิม' ที่เป็นนายเอก ส่วนคิมหันต์รับบท 'ภาคย์' พระเอก ซึ่งในเรื่องทั้งคู่ต่างก็แมนทั้งคู่และเป็น 'เมะ' ชนกัน เธอจะต้องรับบทเป็นคนสูงขาวที่ดูขี้เล่นแต่เอาจริงก็ไม่ยอมใคร... สรุปง่าย ๆ คือ เธอต้องเล่นเป็น นายเอก และต้องคู่กับคิมหันต์ที่รับบทเป็น พระเอก ผู้จัดการยิ้มอย่างดีใจ "นี่คือโอกาสทองของเธอเลยนะท็อป!"
ท็อปไม่ได้รู้สึกดีใจเท่าไหร่ เขานึกถึงใบหน้าหยิ่งผยองของคิมหันต์เมื่อสองวันก่อน แค่คิดว่าต้องมาทำงานใกล้ชิดกับไอ้บ้านั่นทุกวันก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
ชิบหายแล้วกู...
วันอ่านบทครั้งแรก (Script Reading)
ห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยทีมงานและนักแสดง ท็อปนั่งลงตรงข้ามกับคิมหันต์โดยมีโต๊ะยาวคั่นกลาง บรรยากาศเงียบและตึงเครียดเพราะทุกคนรู้ดีว่าสองคนนี้มีปัญหากันตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
คิมหันต์นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหล่อ ๆ สีหน้าของเขาเย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาไม่มองท็อปแม้แต่น้อย แต่ท็อปรู้สึกถึงรังสีความไม่พอใจที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย
ท็อปเป็นคนอัธยาศัยดี แต่กับคิมหันต์... เขาตั้งใจที่จะกวนประสาทอย่างเต็มที่ เพราะรู้สึกเกลียดขี้หน้าไอ้พระเอกมาดเยอะคนนี้เหลือเกิน
ขณะที่ทีมงานกำลังแจกบทฉบับปรับปรุง ท็อปก็ยื่นมือไปหยิบปากกาบนโต๊ะที่คิมหันต์วางไว้
"เฮ้ย! มึงจะเอาปากกากูไปไหนวะ?" คิมหันต์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำและเย็นจัด
ท็อปยิ้มกวน ๆ แล้วเอาปากกาด้ามหรูของคิมหันต์ไปหมุนเล่น
"โทษทีว่ะ! เห็นมันสวยดีเลยอยากเล่นด้วย" ท็อปแกล้งทำปากกาหลุดมือเกือบจะตกพื้น ก่อนจะรีบคว้าไว้ได้ "หวุดหวิด! ปากกามึงแพงปะวะ? ถ้าตกไปกูจะได้ไม่รู้สึกผิดมาก"
คิมหันต์จ้องท็อปเขม็ง "คืนมากูเดี๋ยวนี้!"
"แหม... ใจร้อนจังวะ" ท็อปยักไหล่ ก่อนจะโยนปากกากลับไปให้คิมหันต์อย่างไม่ตั้งใจ ทำให้มันตกกระทบลงบนเอกสารบทของคิมหันต์เสียงดัง
"มึงนี่... กวนตีนไม่เลิกเลยนะ!" คิมหันต์พูดเสียงดังพอที่นักแสดงคนอื่นจะได้ยิน เขาไม่สามารถควบคุมความนิ่งของตัวเองไว้ได้อีกแล้ว
"อ้าว! กูก็กวนตีนตามบทที่มึงเคยบอกกูไว้ไง?" ท็อปยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ "ไหนมึงบอกว่าบทเพื่อนพระเอกมันต้องกวนตีนหน่อย? ตอนนี้กูได้เป็นนายเอกแล้ว... กูก็ต้องกวนตีนมึงให้หนักกว่าเดิมปะวะ?"
คิมหันต์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"ท็อป!"
"พี่คิม! คุณท็อป! ใจเย็นก่อนครับ" ผู้กำกับที่นั่งอยู่หัวโต๊ะรีบปรามเสียงหลง "เรามาอ่านบทกันก่อนนะครับ! จำไว้นะครับว่าในเรื่องนี้ ตัวละครของพวกคุณคือ เมะชนเมะ ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นขอให้อินตามบท! แต่อย่าตีกันจริงนะครับ!"
คิมหันต์หายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ เขากดตัวเองให้นั่งลงอย่างช้า ๆ
"กูขอเตือนมึงไว้เลยนะ" คิมหันต์กระซิบเสียงเย็นจัด "อย่าคิดว่าได้บทแล้วจะทำอะไรก็ได้ กูจะทำให้นายเอกอย่างมึงเจอของจริง"
ท็อปไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย เขายิ้มท้าทายกลับไป
"กูรออยู่แล้ว! อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้พระเอกตัวท็อปอย่างมึงมันจะเล่นนอกบทได้ดีแค่ไหน"
การอ่านบทดำเนินไปอย่างทุลักทุเล บท เมะ x เมะ ที่ควรจะเต็มไปด้วยการปะทะฝีปากอย่างมีชั้นเชิง กลายเป็นสงครามเย็นตลอดทั้งวัน ทุกคนรู้ดีว่าซีรีส์เรื่องนี้จะต้องดังเปรี้ยงแน่นอน... ไม่ใช่เพราะเคมีรัก แต่เป็นเคมีแค้น ที่พร้อมจะปะทุอยู่ตลอดเวลา