คืนวันเสาร์ ณ ผับกึ่งบาร์สไตล์อินดี้

1604 Words
แสงไฟสลัวสีส้มเหลืองและกลิ่นอายของดนตรีสดคือพื้นที่ปลอดภัยของ ท็อป มาตลอดหลายปี แม้ตอนนี้เขาจะก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในฐานะ ‘นายเอก’ ของซีรีส์วายฟอร์มยักษ์ แต่หัวใจของเขายังคงเต้นแรงทุกครั้งที่ได้จับไมโครโฟน ท็อปร้องเพลงที่นี่ทุกวันเสาร์ เสียงทุ้มกังวานแต่แฝงไปด้วยอารมณ์เหงาลึกๆ ของเขาทำให้ลูกค้าประจำหลงรัก ท็อปมีความสุขกับตรงนี้... ตรงที่ไม่มีใครมาตราหน้าว่าเขาเป็น ‘เด็กเส้น’ หรือ ‘คนเกาะกระแสใครดัง’ แต่คืนนี้... บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปเมื่อมี ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ นั่งจ้องเขาเขม็งอยู่ที่โต๊ะมุมมืด คิมหันต์ นั่งกอดอก ใส่หมวกแก๊ปและผ้าปิดจมูกอำพรางใบหน้า แต่รัศมีพระเอกตัวท็อปและท่าทางแผ่รังสีอำมหิตนั้นกลับปิดไม่มิด “มึงจะตามกูมาทำไมวะเนี่ยคิมหันต์! กูก็บอกแล้วว่ามาทำงาน!” ท็อปกระซิบด่าลอดไรฟันตอนที่เดินลงมาพักเบรก “มึงลืมกฎของค่ายหรือไง?” คิมหันต์พูดเสียงเย็นลอดใต้ผ้าปิดปาก “มึงไปไหน กูต้องไปด้วย ถ้ามึงมาแอบนัดเจอใคร หรือทำอะไรให้เสียภาพลักษณ์ซีรีส์ กูเนี่ยแหละจะซวยไปด้วย” “ภาพลักษณ์บ้าบออะไร! กูมาแสดงความสามารถกู มึงดูดิ... คนพวกนี้เขามาฟังเสียงกู ไม่ได้มาดูว่ากูจะไปจิ้นกับใคร!” ท็อปยักไหล่กวนๆ “มึงนั่งเฝ้าไปเหอะไอ้คุณพระเอก ระวังอย่าให้ใครจับได้ล่ะว่าแอบย่องมาผับกับ ‘คู่จิ้น’ คนใหม่ เดี๋ยววินจะไลฟ์สดร้องไห้อีกรอบนะมึง” คิมหันต์กำหมัดแน่น “มึงอย่ากวนประสาทท็อป! ขึ้นไปร้องของมึงให้เสร็จ แล้วรีบกลับบ้าน!” ท็อปไม่สนใจ เขาเดินกลับขึ้นบนเวทีเล็กๆ แสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาที่ตัวเขา ท็อปหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มร้องเพลงสากลจังหวะป็อปแจ๊สที่โชว์พลังเสียงและเทคนิคการร้องชั้นสูง เสียงของท็อปสะกดทุกคนในผับได้ในทันที... รวมถึงคิมหันต์ด้วย คิมหันต์ที่ตอนแรกกะจะมานั่งเฝ้าด้วยความรำคาญ กลับค่อยๆ คลายมือที่กำแน่นออก เขามองร่างสูงขาวบนเวทีที่ดูมีความสุขและเปล่งประกายอย่างประหลาด ท็อปในตอนนี้ดูต่างจาก ‘ไอ้เด็กกวนตีน’ ในห้องนอนอย่างสิ้นเชิง ‘มึงมีของจริงนี่หว่า...’ คิมหันต์คิดในใจอย่างลืมตัว ในขณะที่ท็อปกำลังร้องเพลงอย่างเพลิดเพลิน เขาก็เหลือบเห็นกลุ่มวัยรุ่นโต๊ะหนึ่งที่เริ่มหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปคิมหันต์ ท็อปใจหายวูบ เขาไม่ได้กลัวตัวเองเสียชื่อเสียง แต่เขากลัวว่าคิมหันต์จะซวยเพราะตามเขามา ท็อปเปลี่ยนจังหวะเพลงกะทันหัน แล้วพูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “ขอบคุณทุกคนที่มาฟังนะครับ! วันนี้มี ‘เพื่อน’ ผมมาให้กำลังใจด้วย แต่อย่าไปรบกวนเขาเลยนะครับ เขาขี้อาย... ฟังเพลงผมต่อดีกว่า!” ท็อปขยิบตาให้คิมหันต์หนึ่งทีเป็นการกวนประสาทและส่งสัญญาณให้ระวังตัวไปพร้อมๆ กัน คิมหันต์ดึงหมวกลงต่ำกว่าเดิมพร้อมสบถเบาๆ “ไอ้ตัวแสบ... มึงหาเรื่องให้กูแท้ๆ” แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น คิมหันต์กลับรู้สึกว่าการอยู่กับท็อปในที่แบบนี้... มันกลับทำให้เขาได้เห็น ‘ความจริง’ ของอีกฝ่ายมากกว่าบทบาทในซีรีส์เสียอีก ณ ผับอินดี้ (ช่วงดึก) บรรยากาศในผับเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อใกล้จบโชว์ของท็อป ทันทีที่เขาเดินลงจากเวที ลูกค้าสาวระดับ VIP รายใหญ่ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของร้านก็เรียกท็อปไปที่โต๊ะ เธอวางปึกแบงก์พันเป็นฟ่อนไว้บนโต๊ะ พร้อมกับยื่นแก้วบรั่นดีเพียวๆ ให้ "ร้องเพราะมากค่ะน้องท็อป แก้วนี้พี่ให้ทิปพิเศษ แต่ต้องดื่มให้หมดนะ" เธอโปรยยิ้มทรงเสน่ห์พลางขยับเข้าใกล้จนแทบจะชิดตัว ท็อปอึกอัก แม้เขาจะดีลกับที่ร้านไว้ชัดเจนว่า 'ขายเสียง ไม่ขายตัว' กอดหอมไม่ได้ ได้แค่จับมือขอบคุณตามมารยาท แต่สถานการณ์นี้เขาเลี่ยงได้ยากเพราะความเกรงใจ "ขอบคุณครับพี่ แต่แก้วนี้มันแรงไปหน่อย..." ท็อปพยายามปฏิเสธนิ่มๆ แต่สาว VIP กลับคว้ามือเขาไปจับไว้แน่น คิมหันต์ที่นั่งคุมเชิงอยู่ไม่ไกล เห็นท่าไม่ดีจึงลุกพรวดเดินเข้าไปแทรกกลางวงทันที "ขอโทษนะครับ พอดีเพื่อนผมต้องกลับไปพักผ่อนแล้ว" คิมหันต์พูดเสียงเข้มจัด คว้าแก้วจากมือท็อปมาดื่มรวดเดียวจนหมดเพื่อตัดปัญหา "แก้วนี้ผมดื่มแทนให้ ถือว่าจบนะครับ" เขาไม่รอคำตอบ คิมหันต์คว้าข้อมือท็อปแล้วลากออกจากร้านทันที ทิ้งให้กลุ่มลูกค้ามองตามด้วยความงง บนรถระหว่างทางกลับบ้าน ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียวๆ ที่ท็อปแอบดื่มไปก่อนหน้านี้บวกกับความเหนื่อยเริ่มทำงาน ท็อปที่เคยปากเก่ง กวนประสาท ตอนนี้กลับนั่งคอพับคออ่อน หน้าแดงระเรื่อไปถึงใบหู "ไอ้คิมหันต์... มึงขับรถช้าๆ ดิ๊... โลกหมุนว่ะ" ท็อปพึมพำเสียงยานคาง เขาขยับตัวเข้าหาคิมหันต์ที่กำลังขับรถอยู่ แล้วเอาหัวซบลงที่ไหล่แกร่งของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ "เฮ้ย! มึงอยู่นิ่งๆ ดิ๊ท็อป กูกำลังขับรถ!" คิมหันต์พยายามผลักออก แต่ท็อปกลับกอดแขนเขาไว้แน่น "อื้อออ... ไม่เอา... แขนมึงอุ่นดีจัง" ท็อปเงยหน้าขึ้นมองคิมหันต์ด้วยสายตาฉ่ำปรือ ใบหน้าหล่อเหลาดูละมุนขึ้นผิดหูผิดตา "มึงรู้ป่ะ... จริงๆ มึงก็เท่ดีนะ... แต่ปากเสียชะมัด" คิมหันต์ใจกระตุกวูบ เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของท็อปมาก่อน มุมที่ไม่มีหนามแหลมคมคอยทิ่มแทง มีแต่ความอ่อนโยนและขี้อ้อนเหมือนเด็กๆ ห้องนอน คิมหันต์แบกร่างของท็อปที่กึ่งหลับกึ่งตื่นเข้ามาในห้องนอน เขาค่อยๆ วางคนตัวสูงขาวลงบนเตียงของเจ้าตัว แต่ท็อปกลับไม่ยอมปล่อยมือจากคอของเขา "ถึงเตียงมึงแล้วท็อป ปล่อยกู" คิมหันต์พยายามแกะมือออก "มึงจะไปไหน... อยู่คุยกับกูก่อนดิวะ..." ท็อปดึงคอคิมหันต์ลงมาหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี คิมหันต์เสียหลักถลาลงไปทับร่างของท็อปจนหน้าเกือบชิดกัน ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะยันตัวขึ้น ท็อปที่กำลังเบลอเพราะฤทธิ์เหล้าก็ผงกหัวขึ้นมาเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่ชนกันเข้าอย่างจัง! มันไม่ใช่จูบที่ดูดดื่ม แต่มันคือนุ่มนวลและนิ่งค้างไปหลายวินาที กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และสัมผัสที่อบอุ่นทำให้หัวใจของคิมหันต์เต้นรัวเหมือนกลองรบ เขารู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ ของท็อปที่รดพวงแก้ม คิมหันต์รีบผละออกอย่างรวดเร็ว หายใจหอบถี่ เขามองไปที่ท็อปที่ตอนนี้หลับปุ๋ยไปแล้วทิ้งให้เขาต้องยืนอึ้งอยู่คนเดียวกลางห้อง "มึง... มึงทำอะไรลงไปวะท็อป" คิมหันต์พึมพำพลางแตะริมฝีปากตัวเอง จูบนี้ไม่ได้อยู่ในบท... และมันดันทำให้ความเกลียดขี้หน้าที่เคยมี เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง คิมหันต์พยายามจะผละตัวออกจากร่างที่นุ่มนิ่มและเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของท็อป แต่คนเมากลับไม่ยอมรามือ ท็อปหรี่ตาที่ฉ่ำปรือมองคิมหันต์พลางหัวเราะหึในลำคออย่างผู้ชนะ "มึงเป็นอะไรไอ้คิมหันต์..." ท็อปพึมพำเสียงพร่า แขนยังคงโอบรอบคออีกฝ่ายไว้แน่น "อย่าบอกนะว่าแค่จูบ...มึงก็ทำไม่ได้?" คิมหันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าคนที่กำลังท้าทายเขาอย่างไม่กลัวตาย "ในเรื่อง...มึงต้องจูบกับกูทั้งเรื่องนะเว้ย" ท็อปแสยะยิ้มกวนประสาทแบบที่คิมหันต์เกลียด "หรือว่ามึง...มึงเขินกูเหรอ? พระเอกตัวท็อปเขินมือใหม่อย่างกูเหรอวะ?" คำพูดสบประมาทนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ คิมหันต์ที่หงุดหงิดจากทั้งเรื่องวินและเรื่องที่ผับเป็นทุนเดิม แถมยังมีฤทธิ์แอลกอฮอล์จากบรั่นดีเพียวๆ ที่เขาดื่มแทนท็อปเริ่มสูบฉีดไปทั่วร่าง ทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลง "กูจะเขินมึงเรื่องอะไร!" คิมหันต์คำรามเสียงต่ำก่อนจะกระชากลำตัวของท็อปให้แนบชิดขึ้นมาอีกจนไร้ช่องว่าง เขาใช้มือหนาบีบคางของท็อปให้แหงนรับสัมผัส ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนครั้งแรก แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบและความต้องการที่จะเอาชนะ คิมหันต์ขบเม้มริมฝีปากของท็อปอย่างหนักหน่วงจนท็อปครางอื้ออึงในลำคอด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายเอาจริง เพียงครู่เดียวที่ไฟแค้นและความสับสนปะทุขึ้น คิมหันต์ก็เป็นฝ่ายผละออกแล้วผลักร่างของท็อปให้ล้มลงไปบนเตียงอย่างแรง "จำไว้...คนอย่างกูไม่เคยเขินมึง" คิมหันต์หอบหายใจถี่ จ้องมองท็อปที่นั่งอึ้งอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่วาวโรจน์ "แล้วถ้ามึงยังไม่หยุดปากดี...มึงจะเจอหนักกว่าจูบแน่!" คิมหันต์หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้ท็อปที่สติเริ่มกลับมาเพราะความตกใจ นั่งแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังรู้สึกร้อนผ่าวและสั่นระริก ท่ามกลางความเงียบในห้องนอน... หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD