แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีนวลเข้ามาในห้องนอน ส่องกระทบเปลือกตาของท็อปจนเขาต้องหยีตาหนี ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคืออาการปวดหนึบที่ขมับ แต่อาการที่หนักกว่าคือ ความทรงจำลางๆ ที่เริ่มไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพตัดต่อ
เสียงเพลงในผับ... แก้วบรั่นดี... คิมหันต์ดึงเขาขึ้นรถ... และ...
ท็อปสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เมื่อภาพริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงแวบเข้ามาในหัว เขารีบยกมือขึ้นแตะปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ สัมผัสร้อนผ่าวนั้นยังดูเหมือนจะติดอยู่ที่เดิมไม่จางหาย
เชี่ย... เมื่อคืนกูพูดท้าทายอะไรออกไปวะเนี่ย
เขารีบหันไปมองเตียงข้างๆ เห็นคิมหันต์ไม่อยู่แล้ว เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงพอดี ท็อปรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมถึงคอ พยายามปรับสีหน้าให้ดู "นิ่ง" ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา
ประตูห้องน้ำเปิดออก คิมหันต์ เดินออกมาในสภาพผ้าขนหนูพันเอวผืนเดียว หยดน้ำเกาะตามแผงอกกว้างดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท็อปตื่นแล้ว แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ปรับสีหน้าให้เย็นชาและเป็นปกติที่สุดเท่าที่นักแสดงตัวท็อปจะทำได้
"ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ จะได้ลงไปซ้อมบท" คิมหันต์พูดเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน
"เออ... รู้แล้ว" ท็อปตอบกลับห้วนๆ พยายามไม่มองแผงอกอีกฝ่าย "เมื่อคืน... กูจำอะไรไม่ค่อยได้ว่ะ กูทำตัวแย่มากป่ะ?"
คิมหันต์ที่กำลังจะหยิบเสื้อเชิ้ตมาชะงักไปนิด แผ่นหลังแกร่งดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันมามองท็อปด้วยสายตาว่างเปล่า
"มึงก็แค่เมาแล้วปากดีเหมือนเดิม ไม่มีอะไรพิเศษ" คิมหันต์ตอบพลางติดกระดุมเสื้ออย่างคล่องแคล่ว "รีบๆ ไปเหอะ อย่าให้คนอื่นต้องรอ"
ท็อปรีบคว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้คิมหันต์ที่พอยืนอยู่ลำพังก็ต้องถอนหายใจยาวออกมา มือที่ติดกระดุมเสื้อสั่นเล็กน้อยจนเขาต้องกำหมัดแน่น
ใครบอกว่าไม่มีอะไรพิเศษ... จูบเมื่อคืนมันเกือบจะทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่
ที่โต๊ะอาหารชั้นล่าง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่มีนักแสดงสมทบและทีมงานร่วมโต๊ะด้วยดูปกติดี ยกเว้นแต่คู่พระ-นายที่นั่งตรงข้ามกัน
"อ้าวท็อป ทำไมวันนี้ดูหน้าแดงๆ วะ ไม่สบายเปล่า?" นักแสดงสมทบรุ่นน้องทักขึ้น
"อ๋อ... เมื่อคืนหนักไปหน่อยว่ะ ร้อนๆ หนาวๆ นิดหน่อย" ท็อปก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปาก ไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร โดยเฉพาะคิมหันต์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม
คิมหันต์เองก็ไม่ต่างกัน เขาพยายามโฟกัสกับไอแพดในมือ แต่พอกลิ่นแชมพูของท็อปที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จลอยมาแตะจมูก ภาพเมื่อคืนก็วนกลับมาฉายซ้ำ จนเขาเผลอกัดหลอดกาแฟจนบุบ
"วันนี้ซ้อมบทฉากรักในห้องสมุดนะ" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับตะโกนบอก "มีฉากที่ต้องใกล้ชิดกันมากๆ ด้วย เตรียมตัวให้พร้อมนะทั้งคู่!"
ท็อปถึงกับสำลักข้าว ส่วนคิมหันต์เกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ
เอาแล้วไง... แค่จะมองหน้ากันยังทำตัวไม่ถูก แล้วต้องไปเข้าฉากคลอเคลียกัน... วันนี้กูจะรอดไหมเนี่ย!
ณ ห้องสมุดในบ้านพัก (ฉากซ้อม)
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบเชียบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงสั่งการของทีมงาน ท็อปในชุดนักศึกษาดูหล่อสะอาดตา ส่วนคิมหันต์ในลุคพี่ว้ากมาดเข้มยืนซ้อนหลังท็อปอยู่ตรงชั้นวางหนังสือ
ตามบท... คิมหันต์ต้องเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มที่ท็อปเอื้อมไม่ถึง แล้วก้มลงมากระซิบที่ข้างหูในระยะประชิด จนจมูกแทบจะชนแก้มกัน
"คัท! ท็อป! มึงหลบตาคิมหันต์ทำไมวะ?" ผู้กำกับตะโกนเสียงดัง "มึงต้องเป็นเมะที่ใจกล้าดิ มึงต้องจ้องตาสู้เขา ไม่ใช่ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้!"
"ขอโทษครับพี่... ผมขออีกที" ท็อปสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา
เทคที่ 5...
คิมหันต์ขยับเข้าใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของคิมหันต์ที่ท็อปเพิ่งได้กลิ่นชัดๆ เมื่อคืนลอยมาแตะจมูก สัมผัสร้อนผ่าวที่ริมฝีปากจากเหตุการณ์จริงมันซ้อนทับขึ้นมา จนท็อปสะดุ้งถอยหลังจนชนชั้นวางหนังสือเสียงดังปึก!
"ท็อป! มึงเป็นอะไรเนี่ย? เสียเวลาคนอื่นเขาหมดแล้วนะ!" เสียงตำหนิจากทีมงานเริ่มทำให้ท็อปรู้สึกกดดันและเสียหน้า
คิมหันต์มองท่าทางเลิ่กลั่กของท็อปแล้วก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดถึงเรื่องอะไร เขาเองก็เสียอาการไม่ต่างกัน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพที่สะสมมานาน เขาจึงต้องกดความรู้สึกนั้นไว้ใต้ใบหน้านิ่งเฉย
คิมหันต์เดินเข้าไปหาท็อปที่ยืนก้มหน้านิ่ง เขาโน้มตัวลงไปใกล้ๆ จนคนอื่นๆ นึกว่ากำลังซ้อมบทต่อ แต่คิมหันต์กลับกระซิบด้วยน้ำเสียงยั่วโมโหที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ฉากจูบนี่มึงทำซะกูปากเปื่อยเลยนะ... ติดใจจูบกูหรือไงถึงแกล้งเล่นไม่ผ่านสักที?"
ท็อปเงยหน้าขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโมโหที่โดนจี้จุด "มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้คิมหันต์! ใครจะไปติดใจมึง!"
"ถ้าไม่ติดใจ ก็หุบปากแล้วเล่นให้มันผ่าน" คิมหันต์แสยะยิ้มท้าทาย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของท็อป "หรือต้องให้กูช่วย 'ทบทวน' สัมผัสเมื่อคืนให้ มึงถึงจะจำได้ว่าต้องทำหน้ายังไง?"
"มึง!..." ท็อปกัดฟันกรอด ความโกรธเริ่มพุ่งปรี๊ดจนชนะความเขินอาย "เออ! มาดิ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าพระเอกตัวท็อปอย่างมึงจะแน่สักแค่ไหน!"
ความกวนประสาทและแรงอาฆาตของท็อปกลับมาทำงานอีกครั้ง เขาจ้องตาคิมหันต์กลับอย่างไม่ลดละ เคมีแห่งการเอาชนะปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนผู้กำกับที่มองผ่านจอมอนิเตอร์ถึงกับร้องออกมา
"นั่นแหละ! สายตาแบบนั้นแหละที่กูต้องการ! เอาล่ะ... เริ่มถ่ายจริง!"
ท็อปทำได้ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาไม่หลบตา ไม่ตัวสั่น แต่กลับจ้องมองคิมหันต์ด้วยสายตาที่ท้าทายและดึงดูดไปพร้อมๆ กัน คิมหันต์เองก็แปลกใจที่พอท็อปโกรธแล้วกลับยิ่งดูมีเสน่ห์จนเขาเผลอใจสั่นไปแวบหนึ่ง
เมื่อผู้กำกับสั่ง "แอ็กชัน!" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ท็อปสลัดความประหม่าทิ้งไป เขาใช้ความโกรธที่โดนคิมหันต์สบประมาทมาเป็นแรงผลักดันให้เข้าถึงบทบาท ‘ทิม’ นายเอกสายเมะที่ไม่เคยยอมสยบให้ใคร
คิมหันต์ในบท ‘ภาคย์’ ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของท็อปชนกับชั้นหนังสือไม้ มือหนายันชั้นวางขนาบข้างลำตัวท็อปไว้ กักขังอีกฝ่ายไว้ในพันธนาการอย่างสมบูรณ์
ตามบท... ทั้งคู่ต้องจ้องตากันอย่างดุเดือดก่อนที่คิมหันต์จะก้มลงไปจูบเพื่อระงับความปากดีของนายเอก แต่ท็อปกลับ เล่นนอกบท ด้วยการโน้มคอคิมหันต์ลงมาหาตัวเองก่อน สายตาที่จ้องมองไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่เป็นความท้าทายที่ร้อนแรง
“ถ้าอยากมาก... ก็จัดให้จบๆ ไปดิ” ท็อปพูดประโยคนอกบทด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาฉ่ำวาวสะท้อนแสงไฟในสตูดิโอ
คิมหันต์ชะงักไปเสี้ยววินาทีกับความใจกล้าของคนตรงหน้า แต่สัญชาตญาณพระเอกตัวท็อปทำให้เขาโต้กลับทันควัน เขาบดเบียดริมฝีปากลงไปทันที จูบครั้งนี้ไม่มีความรุนแรงเหมือนเมื่อคืน แต่มันแฝงไปด้วย นัยยะของความโหยหา ที่ทั้งคู่ต่างพยายามปฏิเสธมาตลอด
สัมผัสที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเริ่มเปลี่ยนจากการแสดงเป็นการเข้าถึงห้วงอารมณ์ลึกๆ ท็อปเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอย่างลืมตัว ลิ้นร้อนๆเผลอแตะกันเบาๆ เป็นจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ท็อปหลับตาลงรับความรู้สึกที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง รสชาติของจูบนี้มันหวานล้ำและลึกซึ้งกว่าบทที่เขียนไว้ในกระดาษหลายเท่า
คิมหันต์เองก็เผลอตัว ใช้มือลูบไล้ที่ท้ายทอยของท็อปอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เนียนละเอียดทำเอาเขาแทบคลั่ง จนเกือบจะลืมไปว่ามีกล้องนับสิบตัวกำลังจับภาพพวกเขาอยู่
“คัท!!! เพอร์เฟกต์! สุดยอดมาก!”
เสียงตะโกนของผู้กำกับทำให้ทั้งคู่สะดุ้งโหยงรีบผละออกจากกันทันที ท็อปหน้าแดงก่ำรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก แก้เก้อด้วยการมองไปทางอื่น ส่วนคิมหันต์ก้มหน้าขยับปกเสื้อเชิ้ต พยายามซ่อนสายตาที่ยังคงสั่นไหว
“เทคเดียวผ่านฉลุย! เคมีมึงสองคนมันของจริงว่ะ!” ผู้กำกับเดินเข้ามาตบบ่าทั้งคู่ด้วยความสะใจ “จูบเมื่อกี้มันไม่ใช่แค่การแสดงนะ แต่มันเหมือนคนสองคนที่แอบรักกันจริงๆ เลยว่ะ!”
ท็อปไม่กล้าแม้แต่จะขอบคุณ เขาเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องสมุดทันที ทิ้งให้คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความร้อนผ่าวที่ริมฝีปากยังไม่จางหายไป และเขารู้ดีว่าจูบเมื่อกี้... เขากับท็อปไม่ได้แค่แสดง แต่มันคือการ ‘นอกบท’ ที่เริ่มออกมาจากข้างในใจที่เริ่มสับสน