จูบแรกนอกบท

1615 Words
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีนวลเข้ามาในห้องนอน ส่องกระทบเปลือกตาของท็อปจนเขาต้องหยีตาหนี ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคืออาการปวดหนึบที่ขมับ แต่อาการที่หนักกว่าคือ ความทรงจำลางๆ ที่เริ่มไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพตัดต่อ เสียงเพลงในผับ... แก้วบรั่นดี... คิมหันต์ดึงเขาขึ้นรถ... และ... ท็อปสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เมื่อภาพริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงแวบเข้ามาในหัว เขารีบยกมือขึ้นแตะปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ สัมผัสร้อนผ่าวนั้นยังดูเหมือนจะติดอยู่ที่เดิมไม่จางหาย เชี่ย... เมื่อคืนกูพูดท้าทายอะไรออกไปวะเนี่ย เขารีบหันไปมองเตียงข้างๆ เห็นคิมหันต์ไม่อยู่แล้ว เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงพอดี ท็อปรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมถึงคอ พยายามปรับสีหน้าให้ดู "นิ่ง" ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา ประตูห้องน้ำเปิดออก คิมหันต์ เดินออกมาในสภาพผ้าขนหนูพันเอวผืนเดียว หยดน้ำเกาะตามแผงอกกว้างดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท็อปตื่นแล้ว แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ปรับสีหน้าให้เย็นชาและเป็นปกติที่สุดเท่าที่นักแสดงตัวท็อปจะทำได้ "ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ จะได้ลงไปซ้อมบท" คิมหันต์พูดเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน "เออ... รู้แล้ว" ท็อปตอบกลับห้วนๆ พยายามไม่มองแผงอกอีกฝ่าย "เมื่อคืน... กูจำอะไรไม่ค่อยได้ว่ะ กูทำตัวแย่มากป่ะ?" คิมหันต์ที่กำลังจะหยิบเสื้อเชิ้ตมาชะงักไปนิด แผ่นหลังแกร่งดูเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันมามองท็อปด้วยสายตาว่างเปล่า "มึงก็แค่เมาแล้วปากดีเหมือนเดิม ไม่มีอะไรพิเศษ" คิมหันต์ตอบพลางติดกระดุมเสื้ออย่างคล่องแคล่ว "รีบๆ ไปเหอะ อย่าให้คนอื่นต้องรอ" ท็อปรีบคว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้คิมหันต์ที่พอยืนอยู่ลำพังก็ต้องถอนหายใจยาวออกมา มือที่ติดกระดุมเสื้อสั่นเล็กน้อยจนเขาต้องกำหมัดแน่น ใครบอกว่าไม่มีอะไรพิเศษ... จูบเมื่อคืนมันเกือบจะทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่ ที่โต๊ะอาหารชั้นล่าง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่มีนักแสดงสมทบและทีมงานร่วมโต๊ะด้วยดูปกติดี ยกเว้นแต่คู่พระ-นายที่นั่งตรงข้ามกัน "อ้าวท็อป ทำไมวันนี้ดูหน้าแดงๆ วะ ไม่สบายเปล่า?" นักแสดงสมทบรุ่นน้องทักขึ้น "อ๋อ... เมื่อคืนหนักไปหน่อยว่ะ ร้อนๆ หนาวๆ นิดหน่อย" ท็อปก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปาก ไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร โดยเฉพาะคิมหันต์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม คิมหันต์เองก็ไม่ต่างกัน เขาพยายามโฟกัสกับไอแพดในมือ แต่พอกลิ่นแชมพูของท็อปที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จลอยมาแตะจมูก ภาพเมื่อคืนก็วนกลับมาฉายซ้ำ จนเขาเผลอกัดหลอดกาแฟจนบุบ "วันนี้ซ้อมบทฉากรักในห้องสมุดนะ" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับตะโกนบอก "มีฉากที่ต้องใกล้ชิดกันมากๆ ด้วย เตรียมตัวให้พร้อมนะทั้งคู่!" ท็อปถึงกับสำลักข้าว ส่วนคิมหันต์เกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ เอาแล้วไง... แค่จะมองหน้ากันยังทำตัวไม่ถูก แล้วต้องไปเข้าฉากคลอเคลียกัน... วันนี้กูจะรอดไหมเนี่ย! ณ ห้องสมุดในบ้านพัก (ฉากซ้อม) บรรยากาศในห้องสมุดเงียบเชียบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงสั่งการของทีมงาน ท็อปในชุดนักศึกษาดูหล่อสะอาดตา ส่วนคิมหันต์ในลุคพี่ว้ากมาดเข้มยืนซ้อนหลังท็อปอยู่ตรงชั้นวางหนังสือ ตามบท... คิมหันต์ต้องเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มที่ท็อปเอื้อมไม่ถึง แล้วก้มลงมากระซิบที่ข้างหูในระยะประชิด จนจมูกแทบจะชนแก้มกัน "คัท! ท็อป! มึงหลบตาคิมหันต์ทำไมวะ?" ผู้กำกับตะโกนเสียงดัง "มึงต้องเป็นเมะที่ใจกล้าดิ มึงต้องจ้องตาสู้เขา ไม่ใช่ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้!" "ขอโทษครับพี่... ผมขออีกที" ท็อปสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เทคที่ 5... คิมหันต์ขยับเข้าใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของคิมหันต์ที่ท็อปเพิ่งได้กลิ่นชัดๆ เมื่อคืนลอยมาแตะจมูก สัมผัสร้อนผ่าวที่ริมฝีปากจากเหตุการณ์จริงมันซ้อนทับขึ้นมา จนท็อปสะดุ้งถอยหลังจนชนชั้นวางหนังสือเสียงดังปึก! "ท็อป! มึงเป็นอะไรเนี่ย? เสียเวลาคนอื่นเขาหมดแล้วนะ!" เสียงตำหนิจากทีมงานเริ่มทำให้ท็อปรู้สึกกดดันและเสียหน้า คิมหันต์มองท่าทางเลิ่กลั่กของท็อปแล้วก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดถึงเรื่องอะไร เขาเองก็เสียอาการไม่ต่างกัน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพที่สะสมมานาน เขาจึงต้องกดความรู้สึกนั้นไว้ใต้ใบหน้านิ่งเฉย คิมหันต์เดินเข้าไปหาท็อปที่ยืนก้มหน้านิ่ง เขาโน้มตัวลงไปใกล้ๆ จนคนอื่นๆ นึกว่ากำลังซ้อมบทต่อ แต่คิมหันต์กลับกระซิบด้วยน้ำเสียงยั่วโมโหที่ได้ยินกันแค่สองคน "ฉากจูบนี่มึงทำซะกูปากเปื่อยเลยนะ... ติดใจจูบกูหรือไงถึงแกล้งเล่นไม่ผ่านสักที?" ท็อปเงยหน้าขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโมโหที่โดนจี้จุด "มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้คิมหันต์! ใครจะไปติดใจมึง!" "ถ้าไม่ติดใจ ก็หุบปากแล้วเล่นให้มันผ่าน" คิมหันต์แสยะยิ้มท้าทาย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของท็อป "หรือต้องให้กูช่วย 'ทบทวน' สัมผัสเมื่อคืนให้ มึงถึงจะจำได้ว่าต้องทำหน้ายังไง?" "มึง!..." ท็อปกัดฟันกรอด ความโกรธเริ่มพุ่งปรี๊ดจนชนะความเขินอาย "เออ! มาดิ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าพระเอกตัวท็อปอย่างมึงจะแน่สักแค่ไหน!" ความกวนประสาทและแรงอาฆาตของท็อปกลับมาทำงานอีกครั้ง เขาจ้องตาคิมหันต์กลับอย่างไม่ลดละ เคมีแห่งการเอาชนะปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนผู้กำกับที่มองผ่านจอมอนิเตอร์ถึงกับร้องออกมา "นั่นแหละ! สายตาแบบนั้นแหละที่กูต้องการ! เอาล่ะ... เริ่มถ่ายจริง!" ท็อปทำได้ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาไม่หลบตา ไม่ตัวสั่น แต่กลับจ้องมองคิมหันต์ด้วยสายตาที่ท้าทายและดึงดูดไปพร้อมๆ กัน คิมหันต์เองก็แปลกใจที่พอท็อปโกรธแล้วกลับยิ่งดูมีเสน่ห์จนเขาเผลอใจสั่นไปแวบหนึ่ง เมื่อผู้กำกับสั่ง "แอ็กชัน!" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ท็อปสลัดความประหม่าทิ้งไป เขาใช้ความโกรธที่โดนคิมหันต์สบประมาทมาเป็นแรงผลักดันให้เข้าถึงบทบาท ‘ทิม’ นายเอกสายเมะที่ไม่เคยยอมสยบให้ใคร คิมหันต์ในบท ‘ภาคย์’ ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของท็อปชนกับชั้นหนังสือไม้ มือหนายันชั้นวางขนาบข้างลำตัวท็อปไว้ กักขังอีกฝ่ายไว้ในพันธนาการอย่างสมบูรณ์ ตามบท... ทั้งคู่ต้องจ้องตากันอย่างดุเดือดก่อนที่คิมหันต์จะก้มลงไปจูบเพื่อระงับความปากดีของนายเอก แต่ท็อปกลับ เล่นนอกบท ด้วยการโน้มคอคิมหันต์ลงมาหาตัวเองก่อน สายตาที่จ้องมองไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่เป็นความท้าทายที่ร้อนแรง “ถ้าอยากมาก... ก็จัดให้จบๆ ไปดิ” ท็อปพูดประโยคนอกบทด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาฉ่ำวาวสะท้อนแสงไฟในสตูดิโอ คิมหันต์ชะงักไปเสี้ยววินาทีกับความใจกล้าของคนตรงหน้า แต่สัญชาตญาณพระเอกตัวท็อปทำให้เขาโต้กลับทันควัน เขาบดเบียดริมฝีปากลงไปทันที จูบครั้งนี้ไม่มีความรุนแรงเหมือนเมื่อคืน แต่มันแฝงไปด้วย นัยยะของความโหยหา ที่ทั้งคู่ต่างพยายามปฏิเสธมาตลอด สัมผัสที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเริ่มเปลี่ยนจากการแสดงเป็นการเข้าถึงห้วงอารมณ์ลึกๆ ท็อปเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอย่างลืมตัว ลิ้นร้อนๆเผลอแตะกันเบาๆ เป็นจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ท็อปหลับตาลงรับความรู้สึกที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง รสชาติของจูบนี้มันหวานล้ำและลึกซึ้งกว่าบทที่เขียนไว้ในกระดาษหลายเท่า คิมหันต์เองก็เผลอตัว ใช้มือลูบไล้ที่ท้ายทอยของท็อปอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เนียนละเอียดทำเอาเขาแทบคลั่ง จนเกือบจะลืมไปว่ามีกล้องนับสิบตัวกำลังจับภาพพวกเขาอยู่ “คัท!!! เพอร์เฟกต์! สุดยอดมาก!” เสียงตะโกนของผู้กำกับทำให้ทั้งคู่สะดุ้งโหยงรีบผละออกจากกันทันที ท็อปหน้าแดงก่ำรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก แก้เก้อด้วยการมองไปทางอื่น ส่วนคิมหันต์ก้มหน้าขยับปกเสื้อเชิ้ต พยายามซ่อนสายตาที่ยังคงสั่นไหว “เทคเดียวผ่านฉลุย! เคมีมึงสองคนมันของจริงว่ะ!” ผู้กำกับเดินเข้ามาตบบ่าทั้งคู่ด้วยความสะใจ “จูบเมื่อกี้มันไม่ใช่แค่การแสดงนะ แต่มันเหมือนคนสองคนที่แอบรักกันจริงๆ เลยว่ะ!” ท็อปไม่กล้าแม้แต่จะขอบคุณ เขาเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องสมุดทันที ทิ้งให้คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความร้อนผ่าวที่ริมฝีปากยังไม่จางหายไป และเขารู้ดีว่าจูบเมื่อกี้... เขากับท็อปไม่ได้แค่แสดง แต่มันคือการ ‘นอกบท’ ที่เริ่มออกมาจากข้างในใจที่เริ่มสับสน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD