บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 2

1282 Words
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย” เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ “ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมากหากข้าใช้เจ้าเปิดทางตีฝ่า... บอกข้ามา เจ้าลงทุนลงแรงปีนขึ้นมาที่เนินเขานี่ทำไม” “นายกองมือใหม่อย่างท่านจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เฉินเถาฮวาหน้าบึ้ง แก้มยุ้ยๆ แดงก่ำ “ทำไมพวกแคว้นหลี่ถึงชอบรุกรานแคว้นเอี้ยนนัก!” “เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร” หลี่เซวียนหลงแกล้งย้อน ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มพูดคำก็นายกองมือใหม่ สองคำก็นายกองมือใหม่ หลี่เซวียนหลงจึงแกล้งหมุนตัวเด็กหญิง แล้วปล่อยให้เชือกคลายเกลียว หมุนร่างเฉินเถาฮวาติ้วๆ จากนั้นก็แกล้งวางผลผิงกั่ว[1]บนศีรษะของเด็กน้อย “ท่านจะทำอะไร” “ข้าเป็นคนขี้เบื่อ... ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อเสมอ เรื่องที่ข้าชอบคือ...” ร่างสูงองอาจเหนี่ยวศรสุดสายโดยไม่ต้องเล็ง เกาทัณฑ์พุ่งทะลุผิงกั่วแม่นราวกับจับวาง เฉินเถาฮวาก็แน่ ไม่แม้แต่กะพริบตาหวาดกลัวหรือร้องไห้แต่อย่างใด ยังกล้าร้องด่าว่าฝีมือแค่นี้กระจอกเหลือเกิน ชายหนุ่มหน้าตาคมสันจึงหัวเราะออกมา “กำลังขวัญดี! แล้วถ้าลองแบบนี้เล่า” หลี่เซวียนหลงพบว่าการแกล้งเด็กเป็นเรื่องสนุกยิ่งนัก องค์ชายแคว้นหลี่ผูกผ้าปิดตา เฉินเถาฮวาจึงเริ่มหน้าเปลี่ยนสี เพราะเขาปิดตาแล้วยังเอี้ยวหันหลังยิงอีกต่างหาก “ฝีมือของข้าไม่ค่อยนิ่ง อย่ากระดุกกระดิกล่ะ” องค์ชายผู้สูงศักดิ์น้าวสายเกาทัณฑ์จนสุดแล้วยิงออกไปอย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครมองทัน ท่วงท่าองอาจห้าวหาญทำให้ลูกธนูพุ่งไปไกลและแผลงอานุภาพเฉียบขาด ตรงดิ่งแหวกอากาศดุจสายฟ้าฟาด ปักผ่ากลางลูกศรอันแรกที่เสียบคาผลผิงกั่ว ผ่าเป็นสองเสี่ยงอย่างแม่นยำ เฉียดศีรษะของนางไปนิดเดียว ต่อให้เฉินเถาฮวาใจเด็ดแค่ไหนก็ยังต้องร้องโวยวาย “คราวนี้ข้าจะปิดตาแล้วก็กระโดดตีลังกากลับหลังนะ” “กรี๊ด!! ไอ้บ้า! ไอ้คนเลวทรามต่ำช้า! พี่จ๋าช่วยข้าด้วย” เสียงร้องของน้องสาวทำให้เอี้ยนซ่านฉีเดือดดาล จู้จื่อรับทราบข้อความจากอีกฝ่ายจึงรีบเข้ามากราบทูลรายงาน “องค์ชาย! ทางฝ่ายแม่ทัพเอี้ยนซ่านฉียื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ” “สั่งให้มันถอยทัพกลับเข้าไปในเมือง ไม่อย่างนั้นข้าจะใช้ศีรษะของอาหมวยนี่แทนผิงกั่ว” “พ่ะย่ะค่ะ” จุดประสงค์ของหลี่เซวียนหลงเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะนำทหารตีฝ่าถอยกลับไปสมทบทัพหลวงของพี่ชาย แต่ตัวแปรอย่างองค์หญิงหน้าหมวยเอื้อให้เขาพลิกกลับมาได้เปรียบ ดังนั้นหลี่เซวียนหลงจึงตกลงใจถ่วงเวลารอพี่ชาย จะได้ร่วมกันทุ่มกำลังจู่โจมตีเมืองยุทธศาสตร์แห่งนี้ให้สำเร็จ “ว่าไงล่ะเรา” ร่างสูงสง่าหันกลับไปหาเด็กหญิง เห็นแก้มแดงๆ เหมือนลูกท้อก็อดเอื้อมมือไปบีบเล่นไม่ได้ ถ้าอาหมวยคนนี้เป็นเด็กผู้ชายล่ะก็ เขาก็อาจจะสนใจลักตัวกลับไปแคว้นหลี่ แต่ในเมื่อเป็นผู้หญิงก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร รกวัง “ข้าชื่นชมที่เจ้ากล้าหาญบุกขึ้นมาเพื่อเจรจาสงบศึกกับข้า แต่เจ้าลืมเตรียมทางถอยให้ตัวเอง หนำซ้ำยังทำให้พี่ชายเจ้าเดือดร้อน สมองน้อยจนน่าสงสารจริงๆ นะ” เฉินเถาฮวาสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมตอบก็แปลว่าเขาเดาถูก เด็กก็ยังเป็นเด็กจริงๆ คิดตื้นๆ หลี่เซวียนหลงจึงเปิดฉากอบรมสั่งสอนขนานใหญ่ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำด้วย “เจ้าอาจจะเก่งกล้าคิดการใหญ่เกินตัว คิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกลัว ขอบอกเลยว่าคนที่คิดอย่างเจ้าล้วนตายก่อนวัยอันควรทั้งสิ้น” “ฟังดูเหมือนท่านพูดถึงตัวเอง” เฉินเถาฮวาเอียงคอและย้อนเถียง องค์ชายผู้สูงศักดิ์พยายามไม่ใส่ใจ ข่มแรงเดือดและพูดต่อไปว่า “หากทำสำเร็จจริง เจ้าคิดหรือว่าจะหนีรอดจากทหารที่เหลือของข้าได้ การบุ่มบ่ามเข้ามาในค่ายของศัตรูจนถูกจับเป็นตัวประกัน มันไม่เรียกว่ากลยุทธ์หรอกนะอาหมวยน้อย เขาเรียกว่าโง่” “ท่านอายุมากกว่าข้าสักกี่ปีกันเชียว เราสองคนมันก็เด็กไร้เดียงสาพอกันนั่นแหละ” คราวนี้องค์หญิงน้อยตาแดงก่ำ เม้มปากแน่น “ท่านไม่มีพ่อไม่มีแม่รึไง ทหารของท่านไม่มีครอบครัวใช่หรือไม่” “แล้วมันเกี่ยวอะไร?” “พวกท่านก็ดีแต่คิดจะฆ่าฟัน ไม่คิดดูบ้างหรือว่ารบกันแต่ละครั้ง มันไม่ได้สูญเสียแค่ชีวิตทหาร แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังก็ตายตามไปด้วย พวกท่านเดินไปตามท้องถนนที่แคว้นหลี่ เจอพวกเด็กกำพร้าข้างถนนแล้วรู้สึกอะไรบ้าง ท่านอาจจะคิดว่าข้าโง่ที่มาที่นี่คนเดียว แต่ข้าก็ไม่อยากเป็นคนฉลาดที่สั่งคนให้ไปตายอย่างท่านหรอกนะ” เด็กน้อยพูดกระท่อนกระแท่นแต่เด็ดเดี่ยว เหล่าทหารแคว้นหลี่ฟังแล้วต่างนิ่งเงียบ หลี่เซวียนหลงกอดอกฟังเช่นกันก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจ้องตา เขกหน้าผากเด็กไปหนึ่งทีแบบเต็มแรง “ถ้าเจ้ายังมีความคิดเช่นนี้ เจ้าก็กลับบ้านไปซะ อย่าอวดดีเสนอหน้ามาที่สนามรบอีก เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าควรจะไปฝึกหัดปักเย็บผ้าเถอะไป ชิ่วๆ” “เอ๊ะ!” “ใครขอให้เด็กอย่างเจ้าเล่นบทวีรสตรี ถ้าคิดจะเป็นทหาร คิดจะข้องเกี่ยวกับสงคราม แต่ออกรบโดยไม่เตรียมตัวเตรียมใจก็ไม่ต้องออกมา กลับบ้านไป เรื่องง่ายๆ แค่นี้เจ้ายังไม่เข้าใจแล้วจะมาเรียกร้องหาเหตุผลอะไรจากข้า การออกรบเป็นศักดิ์ศรีของทหารทุกคน ผืนแผ่นดินที่เจ้าเหยียบ สายน้ำที่เจ้าดื่ม อาหารที่เจ้ากิน มันไม่ได้เสกลงมาจากฟ้า แต่มีพวกข้ารวมทั้งพี่ชายของเจ้านี่แหละที่เสียเลือดเนื้อฟันผ่าและปกปักรักษา จำเอาไว้” องค์หญิงหย่งอานเป็นฝ่ายเงียบ นางมิได้ร้องไห้กระซิกแต่กลับมีแววตากล้าแข็งขึ้น นั่นทำให้หลี่เซวียนหลงรู้สึกดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด รู้ทันทีว่าองค์หญิงผู้นี้ไม่ได้เติบโตในวังเป็นแน่ และคงจะเผชิญความทรมานสาหัสมาไม่ใช่น้อย ดวงตาคู่งามถึงได้คมกริบฉายประกายดุจเพชรเช่นนั้น เด็กน้อยคิดตามที่หลี่เซวียนหลงพูด ก่อนจะหัวเราะและย้อนเกล็ดหลี่เซวียนหลงอย่างเจ็บแสบ “ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย” เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน [1] แอปเปิ้ล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD