บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 3

1276 Words
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย” เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน “ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จักวางแผนนั่นเขาเรียกว่าพวกกะโหลกหนา ถ้าท่านคิดยื้อรอเวลาให้ทัพหลักของพี่ชายท่านตามมาสมทบ ผู้อื่นก็คิดได้เช่นกัน พี่ชายของข้าย่อมเตรียมการตีตลบหลังไว้แล้ว ตามความเห็นของข้า... แม่ทัพที่เก่งกล้าและฉลาด เขารู้จักหาวิธีเอาชนะศึกโดยที่สูญเสียน้อยที่สุด! จำเอาไว้!” หลี่เซวียนหลงจ้องหน้าเฉินเถาฮวาตาเขม็ง ตาจ้องตาไม่มีใครยอมใคร เด็กอะไรอวดดีจนน่าโมโห กล้าด่าเขาว่าเป็นแม่ทัพที่โง่และไร้ความสามารถ มือแกร่งจึงถอนศรเกาทัณฑ์ออกจากผลผิงกั่วอย่างหงุดหงิด ชักกระบี่คมวาวออกมาตรงหน้า “องค์...ชาย องค์ชาย นางยังเด็ก พูดจาอะไรไม่ระวังมารยาทไปบ้าง ท่านอย่าได้ลงมือลงไม้ต่อเด็กเลย” จู้จื่อพยายามห้ามปราม “ถอยไป” หลี่เซวียนหลงยืนตระหง่านพร้อมกระบี่คมกริบในมือ ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นเกรงแต่อย่างใด ชายหนุ่มจึงเงื้อกระบี่ขึ้นสูง ตัดเชือกที่ผูกโยงกับต้นไม้ในฉับเดียว ร่างเด็กหญิงตัวน้อยพลันร่วงลงมากองที่พื้นดังตุบ ก้นจ้ำเบ้าไปเต็มๆ หลี่เซวียนหลงยิ่งขมวดคิ้วมุ่นหนักขึ้นไปอีกเพราะเฉินเถาฮวาไม่มีแม้แต่เสียงร้องโอดโอย ถึกจนไม่น่ารักเลย “ข้านึกถึงข้อตกลงของบรรพชนระหว่างสองแคว้น” ปลายนิ้วกระด้างชี้หน้าเฉินเถาฮวา “องค์หญิงจะต้องถูกส่งตัวไปแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ของอีกฝ่าย ข้อตกลงนี้มีมาเนิ่นนานแล้วแต่ยังไม่บรรลุผล หากแคว้นหลี่ต้องเสียฟางหนิงไปเพื่อแลกให้เจ้ามา ข้านี่แหละจะออกหน้าคัดค้านให้ถึงที่สุด” เฉินเถาฮวายักไหล่ “นั่นมันเรื่องของท่าน แต่สำหรับข้านับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ข้าได้ยินว่าหลี่อ๋องรูปโฉมปานเทพสลัก หล่อเหลาองอาจ มีสมองกว่าองค์ชายโง่งมอย่างท่านไม่รู้กี่เท่า คิดดูสิ... หากข้าจะได้แต่งกับหลี่อ๋อง ตามฐานะข้าต้องได้เป็นชายาเอก เฮ้อ... สงครามไร้เหตุผลที่มีมานานก็จะจบสิ้นด้วย มีแต่ได้กับได้” แค่คิดว่าตนเองต้องคารวะอาหมวยผู้นี้ในฐานะพี่สะใภ้ หลี่เซวียนหลงก็รู้สึกหน้ามืดแล้ว “อย่าคิดฝันเลยเด็กน้อย ข้าจะฆ่าเจ้าซะก่อน” เฉินเถาฮวาได้ยินก็หัวเราะปากกว้าง “ก็ลองดูสิ ข้าไม่ขัดขืนหรอก ชีวิตของข้าเก็บตกจากความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ข้าไม่กลัวตายหรอก จะเสียดายก็แต่ชื่อเสียงของนายกองมือใหม่อย่างท่าน ออกนำทัพครั้งแรกก็ห้าวหาญชาญชัย ลงมือสังหารเด็กผู้หญิงไม่มีทางสู้ จารึกผลงานชั่วลูกชั่วหลาน นับถือๆๆ” “เจ้า!” หลี่เซวียนหลงเพิ่งจะลิ้มรสชาติความปวดหัวเพราะเด็กผู้หญิงก็คราวนี้ สันกรามของเขาขบแน่นก่อนจะคลายออกพลางเหยียดยิ้ม “ข้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้นเยอะ ถ้าแคว้นเอี้ยนส่งเจ้ามาแลกเปลี่ยนจริง อย่าหวังเลยว่าจะได้นั่งตำแหน่งชายาหลี่อ๋อง เพราะข้าจะเสนอตัวรับนางมารน้อยอย่างเจ้าเข้าจวนเอง” เด็กหญิงปรายตามองเขาเหมือนมองตัวประหลาด “ข้าไม่แต่งงานกับตัวโง่งมอย่างท่านหรอก” “อย่าสำคัญตัวผิดไป ข้าไม่ได้บอกว่าจะรับเจ้าเข้าจวนในฐานะชายาสักหน่อย พอดีว่าข้ากำลังมีปัญหาขาดคนงานดูแลสวน ถึกๆ ไร้สมองอย่างเจ้านี่แหละเหมาะมาก ข้ามั่นใจว่าจะสามารถทำให้เจ้าเอ่ยปากอยากตายได้ทุกวัน” เฉินเถาฮวาชำเลืองมองคนที่ประกาศปาวๆ ว่าจะรับนางเข้าจวนในฐานะคนรับใช้ จึงถอนหายใจแล้วทำหน้าเฉยเมย ประหนึ่งจะบอกให้รู้ว่าถ้านางกลัวตาย นางคงไม่มาที่นี่คนเดียวหรอก คำขู่ของเขาช่างไร้สาระเสียนี่กระไร เฉินเถาฮวาหยิบรองเท้าที่ห้อยคอตนเองมาสวมใส่อย่างใจเย็น ผิดไปจากที่เขาคาดเดาว่านางจะต้องกรีดร้องโวยวาย เพียงแค่ปฏิกิริยาเล็กๆ แค่นี้หลี่เซวียนหลงก็พลันรู้สึกพ่ายแพ้เสียแล้ว ร่างสูงสง่ากุมหน้าผากอยู่พักหนึ่ง ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมเขาถึงต้องเสนอตัวรับอาหมวยปากร้ายคนนี้เข้าจวนด้วยวะ “เอาล่ะ คุยกับเจ้าแล้วเสียเวลา ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอดู แต่ข้าทำนายได้ว่าใครแต่งกับเจ้าล้วนโชคร้ายทั้งสิ้น” มือหยาบกระด้างจากการจับต้องศัตราวุธคว้าคอเสื้อเด็กหญิง ก่อนจะมีคำสั่งแก่จู้จื่อ “แจ้งกลับไปว่าข้าจะถอนทัพกลับ ห้ามทัพแคว้นเอี้ยนติดตามมาเด็ดขาด” ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางฝุ่นฟุ้งตลบจากกีบม้านับพันและเสื้อเกราะสะท้อนแสงตะวันสว่างไสว เฉินเถาฮวาจะไม่มีวันลืมเสี้ยวพักตร์เคร่งขรึมเย็นชาของชายผู้นี้ เขาจับเด็กหญิงให้นั่งม้าตัวเดียวกัน มือแกร่งรัดเอวเล็กจ้อยไว้และควบม้ากระโจนข้ามผ่านแนวป่าเขาห่างไกลออกไปจากเขตอิทธิพลของแคว้นเอี้ยนเรื่อยๆ ร่างน้อยนั่งนิ่ง มือจับแผงคอม้าไว้อย่างมั่นคง สายตามองตรงไปข้างหน้า หลี่เซวียนหลงเหลือบตาดูเป็นระยะ นึกสงสัยว่าเด็กคนนี้เยือกเย็นเกินตัวหรือกำลังกลัวจนพูดอะไรไม่ออกกันแน่ บางครั้งเขาก็รู้สึกว่ากำลังคุยอยู่กับนางพญา แต่วูบต่อมานางกลับกลายเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว และเอาแต่ทะเลาะชี้หน้ากันไปมาว่าใครโง่กว่าใคร เขาเองก็ดันเผลอหยอกล้อไร้สาระอยู่กับนางไปเสียนี่ บุรุษหนุ่มกำลังคิดเพลินๆ สายตาดำขลับพลันเข้มขึ้น ก่อนเอียงศีรษะเล็กน้อยเพื่อหลบวิถีเกาทัณฑ์ของทหารแคว้นเอี้ยนได้ฉิวเฉียด ทัพเอี้ยนปรากฎขึ้นที่ขอบฟ้า ฝุ่นทรายคละคลุ้งเป็นม่านทะมึนจากทหารม้านับหมื่น ดาบทุกเล่มหันตรงมายังทัพศัตรู ควบม้าโห่ร้องตามหลังมาติดๆ “เร่งฝีเท้าเร็วเข้า ข้าจะอยู่รั้งท้ายเอง จู้จื่อ เจ้าไปนำทัพข้างหน้า” “แต่ว่าองค์ชาย...” “ไป!” จู้จื่อสบตาอย่างลำบากใจก่อนจะควบม้าขึ้นแทนที่ตำแหน่งองค์ชาย ส่วนเจ้าตัวกับทหารองครักษ์บางส่วนวิ่งสวนแนววิถีเกาทัณฑ์กลับไปคุ้มกันทหารราบที่วิ่งรั้งท้าย ยกโล่ขึ้นกำบังห่าเกาทัณฑ์และยิงสวนกลับไป “เกาะไว้ให้ดีๆ พี่ชายเจ้าส่งคนมาเล่นกับข้าแล้ว ขนาดเจ้าเป็นตัวประกันอยู่ เขาก็ไม่ห่วงเจ้าเลยสักนิด ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง” “หากข้าเป็นพี่รอง ข้าก็ทำเหมือนกัน เพียงแต่จะไม่ปล่อยให้ท่านขี่ม้าวิ่งหางจุกตูดแบบนี้หรอกนะ ข้าจะเผาท่านตั้งแต่อยู่บนเนินแล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD