บทที่ 3 เสนอตัว 4

1000 Words
ด่านแรกผ่านได้แล้ว เฉินเถาฮวาย่อกายขอบคุณ “ขอบพระทัยเพคะพี่สาม” “หม่อมฉันขอตามไปด้วยคนได้หรือไม่เพคะ” ซูเจี้ยน บุตรีของรองแม่ทัพซูอายุแค่สิบห้า เข้าวังมาตั้งแต่เล็กๆ โดยถูกเลี้ยงดูมาพร้อมกับเฉินเถาฮวาและได้รับมอบหมายทำหน้าที่คนสนิท นิสัยของนางชอบเรื่องสนุกสนานน่าตื่นเต้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเข้าคู่ติดตามองค์หญิงหย่งอานไปไหนไปกันเสมอ วันนี้ซูเจี้ยนได้เจอหน้าองค์ชาย ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักก็พลอยสดใสเพราะแอบชอบองค์ชายสามแต่ไม่กล้าเปิดเผย ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจและเฝ้าชื่นชมเท่านั้นเอง “พี่สาม... ข้าได้ยินว่าทัพแคว้นหลี่ยกทัพมาถึงสี่ทาง จริงหรือไม่” “ใช่แล้ว เรากำลังจะหาทางรับมือในวันนี้นี่แหละ” “แล้วท่านพี่คิดเห็นประการใด” เฉินเถาฮวาเดินก้าวสั้นๆ ดูอรชรอ้อนแอ้นราวกับกิ่งหลิวต้องลม ท่วงท่าคล่องแคล่วดุจเรือลอยบนนาวา ดูแวบเดียวก็รู้ว่านางมีฝีมือไม่ธรรมดา นางเป็นเด็กมีพรสวรรค์ อ่านหนังสือผ่านตาเพียงครั้งเดียวก็จำได้ทุกอักษรไม่มีตกหล่น อ่านทั้งบทกวีและลำนำเพลง แต่ที่จะโปรดปรานที่สุดก็คือกลยุทธ์สงคราม ร่างบอบบางถือง้าวเดินตามหลังพี่ชาย กระโดดขึ้นหลังม้าคนละตัวและวิ่งควบออกจากวัง ภาพที่ปรากฎจึงดูขัดแย้งที่หญิงสาวตัวนิดเดียวแต่ถือง้าวหนักอึ้งอย่างสง่าผ่าเผยไม่แพ้ชายอกสามศอก ดวงตาคู่งามมองตรงไปข้างหน้าโดยมีเป้าหมายอะไรบางอย่างในใจ คนอ่านใจผู้อื่นได้ทะลุปรุโปร่งอย่างเอี้ยนซื่อจิ้นอมยิ้ม ไม่พูดอะไร “เรื่องที่เจ้าคิด ลองขอพี่ใหญ่ของเจ้าดู ถ้าเขาเห็นด้วย ข้าก็ไม่คัดค้าน” “นั่นแหละที่ยากเพคะ” ที่ค่ายบัญชาการนอกเมืองมีการเกณฑ์พลเรือนมาฝึกฝนเตรียมพร้อมรับศึก ฝึกใช้ดาบและทวนคัดเลือกเข้าหน่วยรบ หลายคนเป็นเพียงเด็กรุ่นๆ บางคนก็แก่ชรา เฉินเถาฮวากวาดตามองแล้วนิ่งเงียบ เอี้ยนซื่อจิ้นเหลือบตาดูสีหน้าน้องสาวแค่แวบเดียวก็รู้ทัน “เจ้าคิดจะออกเสียงคัดค้านสงครามอีกล่ะสิ เสียใจด้วยนะ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราอยากยุติสงครามแล้วอีกฝ่ายจะยอมหยุดตาม” “ข้าเข้าใจแล้ว” “แต่แววตาไม่ได้เป็นอย่างที่พูดนะ เรื่องหัวสมองของเจ้าข้ายอมรับ หากเจ้ายังละทิ้งอารมณ์อ่อนไหวของผู้หญิงไม่ได้ หน้าที่กุนซือที่เจ้าปรารถนาก็ยากจะทำได้” “ข้าไม่ได้อยากจะเป็นกุนซือสักหน่อยเพคะ” “แล้วเจ้าอยากเป็นอะไร บอกมาสิ เจ้าปฏิเสธการดูตัวและไม่ยอมแต่งงานตามรับสั่งของเสด็จพ่อ เป้าหมายของเจ้าคืออะไร บอกมา ไม่งั้นข้าไม่ให้เจ้าเข้าไปข้างใน” ร่างบอบบางไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้วจึงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าต้องการไปแคว้นหลี่” คำตอบของหญิงสาวทำเอาองค์ชายสามสำลักทันที “เจ้าคิดจะแต่งให้หลี่อ๋องงั้นรึ” “เปล่าเพคะ ข้าต้องการเตะก้นคน ตั้งแต่ตอนนั้น...กว่าข้าจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในค่ายทหารอีกก็เสียเวลาไปร่วมสิบปี ข้าคิดว่าตอนนี้ก็ได้เวลาเหมาะสมแล้ว” “เตะก้นคนเนี่ยนะ... เจ้าจะเตะใคร” เฉินเถาฮวาโยนง้าวคืนให้พี่ชาย เอี้ยนซื่อจิ้นจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถามแต่เฉินเถาฮวาควบม้าจากไปพร้อมซูเจี้ยนเสียแล้ว เขาจึงเกาคออย่างสงสัยเพราะตั้งแต่เล็กจนโต วิชากุลสตรีเฉินเถาฮวาไม่เคยแตะ เรียนรู้แค่พอเป็นพิธี จิตใจกลับฝักใฝ่จดจ่ออยู่แต่กับตำราพิชัยสงคราม “เฮ้อ ชักจะเพี้ยนขึ้นทุกปี” ร่างสูงใหญ่กระทุ้งสีข้างม้าให้วิ่งตามไป เจ้าดอกท้อน้อยอยากจะไปเตะคนที่แคว้นหลี่จนถึงขนาดลงแรงหนักขนาดนี้ คิดๆ ดูแล้วคงไม่พ้นคู่แค้นเก่าเมื่อสิบปีก่อน เอี้ยนซื่อจิ้นจึงเดาได้ไม่ยากว่าจะต้องเป็นคนผู้นั้นแน่นอน “ฮวาเอ๋อร์...” เอี้ยนซื่อจิ้นควบม้าตามตอแยน้องสาวเพื่อดูปฏิกิริยา “ข้าได้ข่าวว่าพระอนุชาของหลี่อ๋องรูปงามมาก แต่น้อยกว่าข้านะ ข้าเคยประมือกับเขาในสนามรบมาหลายครั้ง ฝีมือก็พอใช้ได้ แต่ยังห่างชั้นจากข้าอีกเยอะ” “พี่สามของข้าเก่งที่สุด” นางปรบมือแปะๆ อย่างเย็นชา “โบราณกล่าวไว้ว่าแก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย ถ้าศึกนี้เจอกันอีก ข้าจะเตะก้นเจ้านั่นให้แทนก็ได้” ร่างบอบบางลงจากหลังม้าและกำลังจะก้าวเดิน พอได้ฟังคำเจรจาของพี่ชาย เรียวขาเล็กๆ พลันหยุดกึก ชายกระโปรงพลิ้วสะบัด เอี้ยนซื่อจิ้นจึงนึกกระหยิ่มในใจว่าในที่สุดก็ถึงวันที่น้องสาวโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แต่เฉินเถาฮวาหันหน้ากลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ก้นของเขา พี่สามห้ามยุ่ง คนที่จะเตะก้นผู้ชายคนนั้นได้คือข้าคนเดียวเท่านั้น” ร่างบอบบางพูดจบก็ก้าวเดินต่อ ปล่อยให้พี่สามยืนงง ปกติแล้วถ้าแกล้งพูดถึงชายรูปงามต่อหน้าหญิงสาว ร้อยทั้งร้อยล้วนออกอาการหน้าแดงไม่ก็ยิ้มเขิน แต่เฉินเถาฮวากลับต้องการเตะก้นคนผู้นั้น นิสัยของนางช่างแข็งกร้าวจนไม่เหมือนผู้หญิงเลยสักนิด เขาส่ายหน้า ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยว่าคิดอะไรอยู่ แต่พอเดินตามหลังน้องไปไม่กี่ก้าว ฝีเท้าของชายหนุ่มก็ชะงัก... หรือว่านี่จะเป็นวิธีจีบผู้ชายของเจ้าดอกท้อวะ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD