บทที่ 2 ไปอยู่กับข้า 3

1465 Words
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว เวลาพวกพี่ๆ ฝึกซ้อมเพลงดาบเพลงทวน เด็กหญิงก็จะแอบดูและทำตามเก้ๆ กังๆ เอี้ยนซ่านฉีรู้เข้าจึงยอมให้ฝึกทวนอยู่ข้างๆ และดูแลแบบน้องชายคนหนึ่ง ต่อให้ฝึกโหดแค่ไหน เฉินเถาฮวาก็ไม่หวั่นเพราะอดทนผ่านความยากลำบากอยู่ที่ข้างถนนมาก่อน เอี้ยนซ่านฉีเห็นหน่วยก้านดีจึงสอนทุกอย่างที่เกี่ยวกับการรบให้ นานวันเข้าเจ้าดอกท้อตัวน้อยก็ชอบเล่นกระบี่กระบองแบบเด็กผู้ชาย ชอบแต่งตัวเยี่ยงบุรุษผู้หนึ่ง “ฉิบหาย!! ทำไมศึกแรกของข้าถึงได้ซวยแบบนี้” องค์ชายหลี่เซวียนหลงทะลึ่งตัวขึ้นเหนือผิวน้ำได้ก็แหวกว่ายฝ่ากระแสน้ำตรงเข้าไปช่วยเฉินเถาฮวาที่ตกใจจนสำลักน้ำ จะจมแหล่มิจมแหล่ ชุดเกราะหนักมากก็จริงแต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เมื่อคว้าตัวเด็กหญิงได้ก็พาขึ้นฝั่งโดยที่เจ้าเฟยหลงตะเกียกตะกายตามมาติดๆ มือน้อยๆ เกาะเสื้อเกราะของชายหนุ่มไว้แน่น เนื้อตัวสั่นเทา หลี่เซวียนหลงจะผลักออกไปแต่พอสังเกตเห็นว่าร่างน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้าดำหน้าแดง เขาจึงถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงนอนหงายที่ริมฝั่ง ไม่สนใจว่าจะแช่น้ำอยู่ค่อนร่าง หลังจากนอนนิ่งๆ ให้เด็กใช้เขาแทนผ้าซับน้ำตาจนพอใจ หลี่เซวียนหลงจึงหัวเราะออกมา “ว่าไง? ไหนบอกว่าไม่กลัวตาย แต่ร้องซะคอแตกเลยนะเด็กตาตี่เอ๊ย สนุกจริงๆ” เขาบีบเสียงล้อเลียน “พ่อจ๋าแม่จ๋า ฮวาเอ๋อร์กลัว” เฉินเถาฮวาซบหน้าอยู่บนแผงอกของเขา แม้จะไม่ได้โต้เถียงอะไรแต่เงื้อกำปั้นทุบใส่ไม่ยั้งทั้งๆ ที่ซบหน้าอยู่แบบนั้นนั่นแหละ ตอนแรกก็ทุบไม่แรงหรอกเพราะไม่มีแรง เขาจึงทำหน้าเฉยๆ แต่เฉินเถาฮวายิ่งทุบก็ยิ่งแรงจนเสยหมัดเข้าปลายคาง ทำเอาเขาชักจะโมโห ตั้งใจจะตวาดดุให้สะใจ แต่พอเห็นแก้มแดงๆ กับน้ำตาร่วงเผาะของเจ้าดอกท้อ เขาก็ใจอ่อนอีกจนได้ “บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า” “ไม่เกี่ยวกับท่าน!” พูดไม่ทันขาดคำ ใบหน้าหวานสวยก็นิ่วเจ็บ หน้าแข้งของเด็กหญิงมีรอยบวมแดงจากแรงกระแทก ร่างสูงสง่าจึงขยับมือไปตรวจสอบแต่เด็กหญิงหดขาหนี หลี่เซวียนหลงพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับความหงุดหงิด ก่อนจะเอื้อมมือเพื่อขอดูบาดแผลอีกครั้ง “อย่า...” เหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีตยังคงนอนก้นอยู่ในใจ และมันกำลังฟุ้งกระจายชวนให้เจ็บปวด นางไม่เคยลืมค่ำคืนที่แสนน่ากลัวนั่น ในป่าอันรกทึบมีฝูงหมาป่าออกหากิน ส่งเสียงเห่าหอนแว่วมาแต่ไกล แทรกด้วยเสียงโหยหวนของนกเค้าแมว ซึ่งมาพร้อมกลิ่นคาวเลือด “พาข้าออกไปจากที่นี่เถิด” บรรยากาศรอบตัวตอนนี้เป็นป่ารก กิ่งไม้ต้นไม้รูปร่างบิดงอประหลาดชวนให้วังเวง และเสียงที่เกิดขึ้นในป่าก็เป็นเสียงที่เด็กหญิงฟังแล้วไม่สบายใจ สิ่งเหล่านี้ซ้อนทับกับเหตุการณ์ในอดีต เฉินเถาฮวาหยุดร้องไห้แล้วแต่ยังไม่คลายสะอื้น เมื่อหลี่เซวียนหลงขยับเข้ามาใกล้ เกิดเป็นเงาร่างใหญ่คืบคลาน เด็กหญิงจึงกระถดตัวหนีและซุกตัวเป็นก้อนกลมเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง นับว่าแปลกอย่างยิ่งสำหรับเขา “เป็นอะไรไปเล่า? องค์หญิงหย่งอานผู้ห้าวหาญหายไปไหนแล้ว... อย่ามัวชักช้า ยื่นขาออกมา ข้าจะดูแผลให้” “ข้าไม่เป็นอะไร” “อย่าดื้อ!!” เขาตวาดดังลั่นเพราะคิดว่านางตั้งใจถ่วงเวลา เด็กหญิงก้มหน้างุด แพขนตาหนาทาบบนพวงแก้มแดงระเรื่อซึ่งเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ปากก็บอกว่าไม่เป็นอะไรและเอาแต่ถอยหนี แต่นิ้วเล็กๆ สวยเหมือนหยกชิ้นงามยังจับชายเสื้อของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หลี่เซวียนหลงไม่เคยรับมือเด็กผู้หญิงมาก่อนจึงเดาไม่ออกว่านางต้องการอะไรกันแน่ “เอาล่ะ ที่นี่ไม่มีใคร มีแต่ข้ากับเจ้า เจ้าไม่ต้องทำตัวเข้มแข็งบัดซบอะไรอีก ข้าไม่มีเวลาและก็ไม่ใช่พี่ชายของเจ้า ถ้าต้องการอะไรก็พูด ข้าไม่มีหน้าที่เอาใจหรืออดทนกับเจ้าอีก” หลี่เซวียนหลงคำรามห้าวลึกอย่างพยายามใช้ความอดทน เห็นๆ อยู่ว่าขาเล็กๆ แสนเปราะบางนั่นย่ำแย่เพียงใด แต่อาหมวยตัวน้อยใจแกร่งนัก ไม่ร้องโอดโอยเลยสักแอะ “ข้าไม่เจ็บหรอก ข้ายังไหว ไม่เป็นภาระของท่านแน่นอน” “เจ้าเป็นภาระของข้าตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว” เขาตอกย้ำความจริงด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว “เหตุผลเดียวที่ข้ายังไม่ฆ่าเจ้าก็เพราะเจ้ามีฐานะเป็นองค์หญิง และองค์หญิงต้องไม่มีส่วนไหนบุบสลาย ส่งขามาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้” “ท่านสัญญาได้หรือไม่ว่าถ้าข้ายอม ท่านจะไม่ทิ้งข้าไว้ที่นี่” เด็กหญิงตอบเสียงอ่อยๆ เจือความหวาดหวั่น เขาถึงได้เข้าใจว่านางกลัวถูกทิ้ง ใบหน้าคมเข้มนิ่งขรึมถึงกับหลุดหัวเราะเสียงดัง องค์หญิงตัวแก่นที่แท้ก็ปอดแหก เฉินเถาฮวาน้ำตาร่วงเผาะๆ สีหน้าเจ็บใจและเอ่ยปากไล่ “จะไปไหนก็ไปเลย ข้าจะแช่งให้ท่านโดนทหารของพี่ข้ารุมแทงให้ตัวพรุนเหมือนเม่น” “หน้าตาขี้เหร่แล้วยังใจดำอีกนะ ข้าไปแน่ ส่วนเจ้าก็นอนตัวเปื่อยอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” ร่างสูงสง่าคว้าบังเ**ยนของเจ้าเฟยหลง ตั้งใจจะทิ้งเด็กบ้าคนนี้ไว้ อีกประเดี๋ยวพี่ชายของนางก็ส่งคนลงมาตามหาเอง แต่พอเหลือบดูแผลฉกรรจ์ที่ขาของนาง สองขาของเขากลับถูกตรึงแน่นไปเสียฉิบ! หลี่เซวียนหลงถอนหายใจหนักหน่วง ก่อนจะชันเข่าลง สบตานิ่ง เฉินเถาฮวามองหน้าเขาอยู่อึดใจ ก่อนจะอ้อมแอ้มบอก “ตอนห้าขวบ...ข้าเคยถูกทิ้งให้ตายในป่า พวกผู้ใหญ่ที่นั่งรถม้าด้วยทำเป็นมองไม่เห็นว่าข้ากำลังถูกตี” ยิ่งพูด เสียงของเด็กหญิงก็ยิ่งแผ่วเบา หลี่เซวียนหลงกระจ่างในฉับพลัน รู้สึกว่าปมหนักๆ อะไรบางอย่างในใจคลายออก ที่แท้ความแข็งกร้าวของเฉินเถาฮวามีความเศร้าสาหัสอยู่เบื้องหลัง การที่แคว้นเอี้ยนไม่เปิดเผยตัวตนขององค์หญิงหย่งอานคงเป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง และผู้ใหญ่หลายคนไม่ต้องการให้นางมีชีวิตอยู่ คิดได้ดังนั้นแล้วหลี่เซวียนหลงจึงเกาต้นคอของตนเองอย่างเก้อเขิน นึกเสียใจที่เย้ยหยันนาง อายุน้อยๆ เพียงเท่านี้ต้องเผชิญโลกบัดซบยิ่งนัก เอี้ยนอ๋องช่างสารเลว คิดฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ “ข้าร้องเรียกท่านพ่อท่านแม่ให้มาช่วยข้า แต่มันเป็นไปไม่ได้ ข้าต้องช่วยเหลือตัวเอง แกล้งตายแล้วกระเสือกกระสนขึ้นมาจากหลุมที่พวกเขาฝังข้า เอาตัวรอดด้วยการกินใบไม้ในป่า ซุกตัวหลับในโพรงไม้ ข้ายอมรับว่าข้ากลัว ข้าไม่อยากให้ท่านทิ้งข้าไว้คนเดียว ท่านจะหัวเราะเยาะข้าก็ตามใจท่านเถิด” “เจ้าก็ยังลอบปีนเนินเขาผ่านแนวป่าเข้ามาหาข้าตามลำพังได้เลยไม่ใช่รึ” “มาเองกับถูกพามามันต่างกันนี่ โง่จริง” ร่างน้อยก้มหน้าซบลงบนเข่า เปราะบางและแสนสวยงามดุจหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์เล็กๆ หากเขาไม่ระวัง นางก็อาจสูญสลายไป และจะด้วยเหตุผลระยำข้อไหนก็ตามแต่ ความคิดหวงแหนมันแวบเข้ามาในหัวของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD