Chapter 3 ไม่มีผลต่อหัวใจ

1182 Words
Chapter 3 ไม่มีผลต่อหัวใจ เขาก้มลงมองดูเธอ เธอเองก็แหงนหน้าขึ้นไปมองเขาเพราะตัวของเขาสูงมากๆ ในขณะที่เธอนั้นสูงแค่ 158 เซนติเมตรเท่านั้น จันทร์เอ๋ยที่พึ่งดูเขาผ่านภาพถ่ายที่ติดอยู่บนบอร์ดแล้วเธอบอกว่าไม่มีผลต่อหัวใจของเธอมันทำให้คนตัวสูงไม่ชอบใจ “ที่เธอบอกว่าฉันไม่มีผลต่อหัวใจของเธอมันหมายความว่ายังไง” บรู๊คลินก้มลงแล้วจ้องมองหน้าของจันทร์เอ๋ยตาไม่กระพริบจนจันทร์เอ๋ยต้องหลบตาของเขา “ก็หมายความอย่างที่ฉันบอกมันไม่ได้มีความหมายอะไรที่ลึกซึ้งหรือยากเกินที่จะตีความหมายเป็นอย่างอื่น” จันทร์เอ๋ยพูดจบก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอที่ตอนนี้แตงไทยกำลังยืนมองเธอพร้อมกับคำถามมากมายอยู่บนหน้าแห่งความสงสัยของนาง บรู๊คลินรู้สึกท้าทายมากที่มีคนมาบอกว่าเขาไม่ได้มีผลต่อหัวใจ จนเขาอยากทำให้เธอกลับคำที่เธอพูดให้ได้ บรู๊คลินรู้สึกสนในในตัวของจันทร์เอ๋ยเพราะเธอดูหยิ่งๆ ในสายตาของเขาที่เขาได้รู้จักเธอครั้งแรก ในขณะที่จันทร์เอ๋ยกำลังเดินไปประชุมแตงไทยก็เอาแต่ถามว่าเธอพูดอะไรกับบรู๊คลินแต่จันทร์เอ๋ยก็เอาแต่เงียบแล้วก็บอกให้เธอเลิกถามเพราะเดี๋ยวไปประชุมไม่ทัน “พอได้แล้วแตงไทยฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นแหละ รีบเดินได้แล้วจะได้ไปประชุม” จันทร์เอ๋ยพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องประชุมทำให้แตงไทยเลิกถามเธอแล้วก็ไปนั่งรอประชุมข้างๆ กันกับเธอ บรู๊คลินเดินเข้ามาในห้องประชุมทุกคนต่างจ้องมองเขาเป็นตาเดียว บรู๊คลินไปเรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ 12 ปี จนตอนนี้เขากำลังจะขึ้นแท่นเป็นท่านประธานสุดหล่อ จันทร์เอ๋ยแทบจะไม่มองเขาเลยด้วยซ้ำเพราะเธอรู้สึกว่าเขากำลังจ้องมองมาที่เธอ บรู๊คลินแนะนำตัวกับทุกคนด้วยท่าทีเจ้าเสน่ห์ของเขา พนักงานสาวๆ ยิ้มน้อยยิ้มใจตั้งใจฟังที่เขาพูดก็เห็นมีแต่จันทร์เอ๋ยเท่านั้นที่ทำเป็นไม่สนใจเขา เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาเลยสักนิด “นี่พวกเธอว่ามั้ย คุณบรู๊คลินเนี่ยหล่อมากเลยนะ ฉันอยากมาทำงานทุกวันเลยหัวใจกระชุ่มกระชวยสุดๆ” พนักงานสาวๆ ที่เดินออกจากห้องประชุมก่อนหน้าของเธอเดินไปก็พูดถึงความหล่อของบรู๊คลินไปด้วยโดยเฉพาะแตงไทยเพื่อนของเธอดูจะคลั่งไคล้มากกว่าใครเพื่อน “พอเลยแตงไทยเธอเลิกพูดเรื่องของเจ้านายคนใหม่นั่นสักที อะไรนักหนาหล่อแล้วไง หลงตัวเองซะขนาดนั้น” จันทร์เอ๋ยรู้ว่าเพื่อนของเธอจะพูดอะไรและเธอเองก็ฟังเรื่องนี้มาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็เที่ยงจะบ่ายแล้วเธอเริ่มไม่อยากฟังแล้ว “ก็เขาหล่อจริงๆ” แตงไทยพูดขึ้นแล้วก็ทำหน้าเคลิ้มฝันแต่อยู่ๆ ก็มีเสียงแทรกขึ้นมา “หลงตัวเองใครหลงตัวเองหรอครับคุณเลขา” บรู๊คลินเดินมาหยุดตรงหน้าของจันทร์เอ๋ยแล้วก็ถามเธอ ความจริงแล้วเขาก็รู้อยู่แล้วว่าที่จันทร์เอ๋ยพูดเขาหมายถึงใคร “ก็คนที่หลงตัวเองทั่วๆ ไปค่ะถ้าคุณไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายถึงคุณค่ะ” จันทร์เอ๋ยเอ่ยออกมาอย่างนั้นแตงไทยแทบอยากจะเอามือปิดปากของเธอไว้ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงหมายถึงผมเพราะผมเป็นคนหล่อที่หลงตัวเองและต่อไปคุณเองก็อาจจะหลงผมเหมือนกัน” บรู๊คลินพูดออกมาอย่างมั่นใจเพราะเขาเองก็ชอบท้าทายเหมือนกันนั่นคือสาเหตุที่ทำให้บรู๊คลินสนใจในตัวของจันทร์เอ๋ยเพราะเธอดูหยิ่งๆ ในสายตาของเขาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกอย่างนี้ยิ่งเมื่อเขาได้รู้ว่าจันทร์เอ๋ยคือเลขาส่วนตัวของเขาก็ยิ่งเข้าทางของเขาเพราะเขาจะได้ทำให้เธอรู้ว่าเสน่ห์ของเขารุนแรงแค่ไหน เมื่อจันทร์เอ๋ยได้ยินที่เขาพูดก็เดินไปจากตรงนั้นเพราะเธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาถ้าเธอไม่ได้รับปากกับพ่อของเขาไว้ไม่มีทางที่เธอจะอยู่ทำงานกับเขาแน่นอน แตงไทยก็ได้แต่ขอโทษบรู๊คลินแทนเพื่อนของเธอ บรู๊คลินไม่ได้โกรธเธอเลยสักนิดเขาชอบผู้หญิงที่เป็นอย่างจันทร์เอ๋ยมากเพราะผู้หญิงส่วนมากวิ่งเข้าหาเขาแต่เธอกลับวิ่งหนีเขา จันทร์เอ๋ยกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่แค่เจอเจ้านายคนใหม่ไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้เธอถอนหายใจไม่รู้กี่ครั้ง “จันทร์เอ๋ยเธออคติกับคุณบรู๊คลินมากเกินไปหรือเปล่าเธอก็รู้ว่าเขาเป็นเจ้านายเธอก็น่าจะยอมๆ เขาหน่อย” แตงไทยเดินมานั่งคุยกับเธอแต่ไม่ทันที่จันทร์เอ๋ยจะได้พูดอะไร แตงไทยก็ต้องรีบกลับไปทำงานของตัวเองเพราะหัวหน้าของที่นี่เดินตรงมาหาจันทร์เอ๋ย “อย่าบอกนะว่าพี่แววจะมาไล่ยัยเอ๋ยออก ฉันว่าแล้ว” แตงไทยที่ทำเป็นทำงานแต่สายตาก็จ้องมองไปที่เพื่อนของเธอและพยายามฟังว่าทั้งสองคนพูดอะไรกัน ในขณะที่แตงไทยสงสัยว่าทั้งสองพูดอะไรกันก็มีพนักงานสามสี่คนมายกโต๊ะทำงานของจันทร์เอ๋ยไปจากตรงนั้น หลังจากที่ทุกคนไปจากตรงนั้นเหลือแค่จันทร์เอ๋ยที่กำลังเก็บของเพื่อย้ายไปที่ใหม่แตงไทยก็รีบวิ่งไปหาเธอทันทีด้วยความอยากรู้ “เอ๋ยเขาย้ายโต๊ะทำงานของเธอไปที่ไหนหรอหรือว่าเขาไล่เธอออกแล้ว ฉันว่าแล้วไงอย่าไปเถียงเขาอย่างนั้น ฉันคงไม่มีเพื่อนไปกินข้าวเที่ยงอีกแล้วสินะ” แตงไทยที่ถามจันทร์เอ๋ยแต่เธอไม่ได้ฟังคำตอบของเธอก็ตีโพยตีพายไปเอง “แตงไทยพอก่อนเธออย่าพึ่งคิดไปเองได้มั้ย แต่ตอนนี้ฉันต้องตามพี่แววไปก่อนไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง” จันทร์เอ๋ยถือของพะรุงพะรังแล้วก็เดินไปจากตรงนั้นปล่อยให้แตงไทยยืนนิ่งด้วยความอยากรู้ “อะไรกันเนี่ย ทำไมแค่เล่าให้ฟังแค่นี้ก็ต้องรอด้วย ฉันยิ่งเป็นประเภทอยากรู้อยากเห็นซะด้วย พออยากรู้แล้วไม่รู้ก็อึดอัดไงทีนี้ แกนี่มันจริงๆ นะแตงไทยอยากรู้อยากเห็นจริงๆ” แตงไทยบ่นให้กับนิสัยของตัวเองแล้วก็เดินไปทำงานของเธอต่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD