Chapter 4 จดหมายลับ

1121 Words
Chapter 4 จดหมายลับ จันทร์เอ๋ยเดินตามหลังหัวหน้าแผนกที่เธอทำงานไปยังห้องทำงานของบรู๊คลินที่เธอต้องเข้าไปทำงานในห้องนั้น จันทร์เอ๋ยคิดในใจเขาต้องอยากแกล้งเธอแน่ๆ ถึงให้เธอเข้ามาทำงานในห้องของเขาอย่างนี้ จันทร์เอ๋ยเข้ามาในห้องทำงานของบรู๊คลินภายในห้องทำงานเงียบมากๆ ตอนนี้เหลือแค่หัวหน้าเท่านั้นที่ยืนรอเธออยู่ตรงนั้นส่วนเจ้าของห้องตอนนี้ออกไปข้างนอก “ต่อไปนี้เธอต้องเข้ามานั่งทำงานในห้องนี้เพราะเจ้านายคนใหม่ต้องหวังพึ่งเธอในเรื่องงานหลายๆ เรื่องเพราะบอสยังไม่มีประสบการณ์เท่าไรเธอต้องเป็นคอยเป็นแขนเป็นขาให้” หัวหน้าของเธอพูดขึ้นพลางยื่นจดหมายหนึ่งฉบับให้เธอเป็นซองสีน้ำตาลที่ดูจากภายนอกอาจจะไม่ใช่แค่จดหมายอย่างเดียวแน่นอน “วันนี้บอสคงไม่ได้กลับเข้ามาแต่เธอก็ทำงานของเธอไป ส่วนนี้กุญแจห้องนี้ เผื่อวันไหนบอสไม่ได้เข้ามาเธอก็เปิดเข้ามาในห้องนี้ได้เลยแต่ช่วงนี้บอสน่าจะมาทุกวันแหละ” หัวหน้าของเธอพูดจบก็เดินออกไปจากห้องนั้น จันทร์เอ๋ยก็เริ่มลงมือจัดโต๊ะทำงานของเธอเพราะวันนี้เธอก็ยังไม่ได้มีงานอะไรให้ต้องทำแล้ว จันทร์เอ๋ยจัดโต๊ะทำงานของเธอจนเสร็จเธอกำลังจะเปิดจดหมายฉบับนั้นดูว่าเป็นของใครทำไมถึงได้ส่งมาให้เธอ จ่าหน้าซองก็ไม่มีบอกแค่ว่าให้จันทร์เอ๋ยเท่านั้น “ใครส่งมาให้เราทำไมไม่บอกว่าใครเป็นคนส่ง” จันทร์เอ๋ยพูดพึมพำคนเดียวกำลังหยิบกรรไกรมาเพื่อที่จะตัดซองจดหมาย เสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้นมา เมื่อเธอหยิบมือถือขึ้นมาแล้วมองไปที่หน้าจอก็เห็นเป็นชื่อของสามีของเธอ “ค่ะ พี่วินว่ายังไงคะ” จันทร์เอ๋ยพูดยิ้มๆ อย่างมีความสุขเมื่อสามีโทรเข้ามาหาเธอ “พอดีพี่อยากพาเอ๋ยไปดินเนอร์กัน เอ๋ยอยากไปหรือเปล่า” เมื่อจันทร์เอ๋ยได้ยินก็ยิ้มออกมาที่สามีของเธอช่างโรแมนติกชวนเธอไปดินเนอร์ “ไปสิคะ” จันทร์เอ๋ยพูดไปยิ้มไปอย่างกับเป็นรักที่พึ่งจีบกันใหม่ๆ “ถ้าอย่างนั้นพี่โทรจองโต๊ะเลยนะคะ” ภูวินพูดจบก็กดวางสายจากเธอทันที จันทร์เอ๋ยที่ดีใจมากนั่งยิ้มจนเกือบลืมเรื่องจดหมาย “นี่เราจะดีใจอะไรขนาดนี้เนี่ย แกะจดหมายได้แล้ว” จันทร์เอ๋ยหุบยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบจดหมายออกมาแกะดูอีกครั้ง จันทร์เอ๋ยตัดซองอย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะตัดโดนกระดาษข้างในเมื่อซองถูกเปิดออกเธอก็เอื้อมมือของเธอยื่นเข้าไปหยิบกระดาษออกมา ซึ่งในซองใหญ่นั้นมีซองเล็กอีกสองซองเมื่อเธอหยิบซองแรกมาฉีกเปิดอ่านก็เห็นกระดาษเช็ดเงินสดที่เขียนตัวเลขและมีลายเซ็นต์กำกับไว้เรียบร้อยแล้ว “จำนวนหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน หนึ่งล้านบาท เงินหนึ่งล้านบาท” จันทร์เอ๋ยอ่านตัวเลขจำนวนเงินทำเธอตกใจแทบทำเช็คในมือหล่น ด้วยความสงสัยทำให้เธอต้องรีบเปิดอีกซองเพื่อที่เธอจะได้รู้ว่าเช็คเงินสดนี้เป็นของใครกันแน่ จันทร์เอ๋ยเปิดจดหมายขึ้นมาอ่านก็ทำให้เธอรู้ว่าเป็นเงินของเจ้านายคนเก่าของเธอหรือพ่อของบรู๊คลินนั่นเอง ข้อความในจดหมายไม่มีอะไรมากมายนอกจากฝากเธอช่วยงานลูกชายของเขาและเขาเชื่อว่าเธอเป็นคนที่ดีและเก่ง เขาบอกว่าเงินที่เขาให้เธอถือว่าเป็นค่าจ้างที่เขาฝากให้เธอช่วยงานลูกชายของเขา จันทร์เอ๋ยทำงานเก่งมากเธอเคยทำให้บริษัทผ่านช่วงวันที่แย่ๆ จนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเมื่อหลายปีก่อนเพราะกลยุทธ์ด้านการตลาดของเธอดีมากๆ จนเขาทึ่ง ทำให้เขาอยากให้เธอช่วยงานบรู๊คลินเพราะเขารู้ว่าลูกชายของเขาต้องได้พึ่งพาเธอแน่ๆ “นี่เราต้องทำตามสินะ ถ้าไม่เป็นเพราะพ่อของนายมีพระคุณกับฉัน ฉันไม่อยู่กับนายแน่นายคนหลงตัวเอง” จันทร์เอ๋ยพูดคนเดียวพลางเก็บจดหมายกับเช็คเงินสดนั้นเข้ากระเป๋าของเธอ ภูวินพาจันทร์เอ๋ยออกมาดินเนอร์ในขณะที่ทั้งสองกำลังชนแก้วกันเพื่อดื่มให้กับความรักของทั้งสองคนอยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายภูวินพร้อมกับส่งสายตาให้กับภูวินอย่างเปิดเผย จันทร์เอ๋ยรู้สึกแปลกๆ แต่เธอก็ไม่กล้าถามภูวินเพราะเธอเองก็ไม่อยากทำตัวขี้ระแวงให้ภูวินรำคาญใจ “จันทร์เอ๋ยเป็นอะไรหรือเปล่าเงียบๆ ไปโกรธพี่หรือเปล่าเรื่องผู้หญิงคนเมื่อครู่ อย่าคิดมากเลยนะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมงานของพี่เอง เป็นหุ้นส่วนร้านกาแฟที่พี่กำลังเริ่มทำไม่ต้องคิดมากนะ” ภูวินพูดออกมาอย่างนั้นก็ทำให้เธอเลิกรู้สึกกังวล “เอ๋ยไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เรามากินกันต่อเถอะนะคะ นี่ก็ดึกมากแล้วเอ๋ยกลับบ้านแล้วค่ะ เอ๋ยคิดถึงเจ้าตูบสองตัวที่บ้านแล้ว” จันทร์เอ๋ยมีน้องหมาชิสุสองตัวที่เธอเลี้ยงไว้เมื่อสองปีที่แล้วซึ่งเธอรักมากเพราะเมื่อสองปีที่แล้วเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนักมากๆ แต่เธอก็ได้น้องหมาสองตัวนี้มาทำให้เธอหายจากโรคนี้กลับมาเป็นปกติได้อย่างไม่น่าเชื่อจนตอนนี้เธอไม่ต้องพึ่งยาจากหมออีกต่อไป “ถ้าอย่างนั้นหมดแก้วนี้เรากลับกันดีกว่าเนอะ พี่ก็คิดถึงสองจิ๋วเหมือนกันป่านนี้คงนั่งรอพ่อกับแม่กลับบ้านแน่นอน” ภูวินพูดยิ้มๆ ทั้งที่ในใจของเขาไม่ได้ชอบหมาเลยสักนิดแต่เขาก็พูดเพื่อเอาใจภรรยาของเขาทั้งๆ ที่เขาไม่อยากให้น้องหมาเข้ามาในห้องนอนของเขาแต่ก็ไม่อยากขัดจันทร์เอ๋ย “ดีเลยค่ะ พี่วินน่ารักอย่างนี้ไงเอ๋ยเลยรักพี่มากอย่างนี้” จันทร์เอ๋ยยกแก้วขึ้นมาชนกับภูวินในแก้วของเธอเป็นน้ำผลไม้ไม่ได้มีแอลกอฮอล์แม้แต่นิดเดียวส่วนของภูวินก็ตามประสาของผู้ชายเป็นไวน์รสชาติดีเลยทีเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD