Chapter
5
จันทร์เจ้ากำลังกลับมา
เช้านี้เป็นวันหยุดของจันทร์เอ๋ยแล้วก็ภูวินแต่ที่น่าดีใจกว่าวันหยุดของจันทร์เอ๋ยนั่นก็คือวันนี้ตอนบ่ายจันทร์เจ้าน้องสาวคนเดียวของเธอที่เธอส่งเรียนที่ต่างประเทศที่ได้เรียนจบและกำลังกลับมาจากต่างประเทศ
“พี่วินวันนี้เราต้องไปหาพ่อกับแม่ของเอ๋ยนะคะ เพราะวันนี้เราต้องไปรับจันทร์เจ้ากลับบ้านนางน่าจะมาถึงตอนบ่ายสองแต่เราต้องไปก่อนเวลาสักสามสิบนาที เอ๋ยไม่อยากให้น้องรอ” จันทร์เอ๋ยวางแผนของวันนี้ไว้ทั้งหมดเธอตื่นเต้นที่จะได้เจอน้องสาวของเธอมากๆ เพราะไม่เจอกันนานมากแล้ว
“ดูที่รักตื่นเต้นมากๆ เลยนะ คงรักน้องมากสินะ” ภูวินที่กำลังนั่งดื่มกาแฟร้อนในตอนเช้าพูดขึ้นเมื่อเขาเห็นท่าทีของภรรยาที่ดูตื่นเต้นมากๆ
“ก็ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะไม่ได้เจอน้องสาวมานานแล้ว คิดถึงมากๆ ด้วยแล้วก็ดีใจมากๆ ที่น้องเรียนจบสักที” จันทร์เอ๋ยมีแววตาที่เป็นประกายเมื่อเวลาที่เธอพูดถึงน้องสาวของเธอ เพราะเธอจำได้ดีในวันที่พ่อกับแม่ของเธอพาน้องเข้ามาในบ้านเธอดีใจมากที่ได้น้องสาวมาอยู่ด้วย เธอยอมเสียสละให้น้องสาวของเธอได้ทุกอย่างยิ่งเธอได้รู้ว่าน้องสาวของเธอไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของพ่อกับแม่ของเธอยิ่งทำให้เธอรู้สึกรักน้องของเธอมากขึ้นเพราะเธอกลัวว่าน้องจะน้อยใจ
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกินข้าวเช้ากับพ่อและแม่ของหนูดีมั้ย หลังจากที่แต่งงานกันมาพี่ยังไม่ได้มีโอกาสกินข้าวกับพ่อและแม่เลย” ภูวินพูดขึ้นมาอย่างนั้นทำให้จันทร์เอ๋ยรู้สึกว่าเธอเลือกสามีไม่ผิดเพราะเขาใส่ใจดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
“ก็จริงของพี่วินคนแก่สองคนคงเหงาเพราะไม่มีเพื่อนกินข้าว ถ้าอย่างนั้นเราอาบน้ำแต่งตัวกันดีกว่าค่ะ เดียวเอ๋ยโทรบอกแม่ไว้ค่ะ” จันทร์เอ๋ยพูดยิ้มๆ แล้วก็เดินไปกอดสามีเพื่อเป็นการขอบคุณ
บ้านของพ่อกับแม่ของจันทร์เอ๋ย
เมื่อบัวตองแม่ของจันทร์เอ๋ยรู้ว่าลูกสาวของเธอจะไปกินข้าวเช้าด้วยก็สั่งให้แม่บ้านทำอาหารโปรดของลูกสาวกับลูกเขยขึ้นมาทันที
“นี่คุณลูกจะมากินข้าวเช้าด้วย คุณไปปอาบน้ำแต่งตัวรอลูกได้แล้วอีกอย่างวันนี้จันทร์เจ้าก็กำลังบินมาเราต้องไปรับลูกที่สนามบินด้วยนะ” บัวตองบอกกับกองพลสามีของเธอที่นั่งอ่านหนังสือไปจิบกาแฟไป
“จริงหรือคุณผมลืมไปเลยนะเนี่ยว่าวันนี้ลูกสาวคนเล็กของเรากำลังจะกลับมา ถ้าอย่างนั้นผมต้องแต่งตัวหล่อๆ เลยสินะ” กองพลพูดขึ้นมาอย่างนั้นบัวตองก็ได้แต่พยักหน้าให้กับสามีเพราะเอ็นดูในความน่ารักของสามี
“แต่งหล่อๆ เลยคุณทำให้ลูกกลับมาเห็นแล้วตะลึงในความหล่อไปเลย” บัวตองพูดไปก็หัวเราะไปที่เห็นสามีรีบลุกไปอาบน้ำทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น
ไม่นานจันทร์เอ๋ยกับภูวินก็มาถึงบ้านของพ่อกับแม่ภูวินแวะซื้อของฝากมาให้พ่อตาแม่ยายเต็มไม้เต็มมือจนทำให้พ่อตาแม่ยายเอ็นดูในความน่ารักของเขาเอ่ยชมไม่หยุดปากแลยทีเดียว
“น่ารักจริงๆ พ่อคุณเจริญๆ นะลูก” บัวตองรับของจากภูวินแล้วก็ให้พรกับเขาตามฉบับของผู้ใหญ่
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่แม่บ้านที่ผมจ้างมาให้เป็นยังไงบ้างครับถูกใจหรือเปล่า” ภูวินเอ่ยถามเพราะโดยปกติที่บ้านของพ่อกับแม่ของจันทร์เอ๋ยไม่ได้มีแม่บ้านแต่ภูวินเห็นว่าพ่อตาแม่ยายอายุเยอะแล้วก็อยากให้อยู่สบายๆ เพราะไม่มีลูกสาวดูแลเหมือนเมื่อก่อนแล้วเพราะลูกวสาวต้องออกเรือน
“ดีสิลูกดีมากเลยมีสองคนก็พอแล้วนะอย่าจ้างมาอีกนะบ้านแม่ไม่ได้มีอะไรให้ทำมากมายหรอก มาๆ ไปกินข้าวเช้ากันดีกว่าแม่ให้แม่บ้านทำอาหารไว้หลายอย่างเลยมีแต่ของโปรดของลูกทั้งสองคนเลยนะ” บัวตองยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่ลูกๆ มาเยี่ยมอย่างนี้
“แม่คะแล้วพ่อล่ะคะไปไหนทำไมไม่เห็นพ่อเลย” จันทร์เอ๋ยที่เดินเข้ามาในบ้านเธอพยายามมองหาพ่อของเธอแต่มองหาเท่าไรก็ไม่เจอเธอจึงตัดสินใจถามแม่ของเธอขึ้นมา
“พ่อเขาขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อเห็นบอกว่าดีใจที่วันนี้ลูกสาวคนโตจะมากินข้าวด้วย อีกอย่างลูกสาวคนเล็กก็กำลังจะกลับมาก็ดีใจใหญ่เลย” บัวตองพูดจบก็ยิ้มๆ เมื่อนึกถึงหน้าตาของสามีที่ดีใจจนยิ้มไม่หุบ
“จริงหรอเนี่ย พ่อกับหนูก็ไม่ต่างกันหนูก็ตื่นเต้นที่ใจที่น้องจะมาเหมือนกันแทบนอนไม่หลับ” จันทร์เอ๋ยพูดขึ้นมาอย่างนั้นภูวินก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะเมื่อคืนเขาเห็นเธอตื่นอยู่บ่อยมาก
“ทำไมหนูเหมือนพ่ออย่างนี้ล่ะลูกจันทร์เอ๋ยตื่นเต้นทีไรนอนไม่หลับอย่างนี้ทุกทีเลย” บัวตองพูดจบกองพลก็เดินลงมาแต่งตัวอย่างหล่อผมที่จัดทรงจนดูดีแปลกตาไปจากทุกวันมากๆ
“ว้าวๆ ๆ ๆ ๆ” กองพลเดินลงมาทุกคนต่างพากันอุทานออกมาพร้อมๆ กันพร้อมกับปรบมือให้กับการแต่งตัวหล่อของกองพล
“ทำไมต้องตื่นตาตื่นใจขนาดนั้นพ่อก็หล่อของพ่ออย่างนี้ทุกวันอยู่แล้วไม่ได้แปลกไปเลยนะ” กองพลพูดแล้วก็เก็กท่าหล่อให้ทุกคนดู ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ กองพลเป็นคนที่อารมณ์ดีอย่างนี้ซึ่งทำให้จันทร์เอ๋ยจึงเป็นคนที่จิตใจดีเพราะการเลี้ยงดูของพ่อกับแม่ที่ถ่ายทอดมาสู่เธอ