"ไม่ใส่! ยังไงก็ไม่ใส่!!!"
ธีรทัศน์เริ่มดื้อดึงด้วยการบังคับรถเข็นไฟฟ้าออกไปจากห้องนอน แต่ในจังหวะที่รถเข็นกำลังผ่านพี่เลี้ยงมือของหล่อนก็ยกขึ้นหมายจะฟาดธีรทัศน์เพื่อลงโทษเขาที่ดื้อรั้น ในขณะเดียวกันคนที่อยู่บนรถเข็นเห็นเช่นนั้นก็รีบยกมือขึ้นป้องหัวตัวเอง ดวงตาของเขาหลับปี๋คล้ายกับคนที่กำลังหวาดกลัว
นิลกาฬที่เห็นเช่นนั้นมีปฏิกิริยาว่องไวก่อนจะใช้มือตัวเองรับการตีของพี่เลี้ยงแทนธีรทัศน์ที่ยังหลับตาปี๋
เพี้ยะ!
เสียงตีที่ดังใกล้หูนั้นทำให้ธีรทัศน์ลืมตาขึ้นอย่างหวาดระแวง ประกายตาที่สะท้อนออกมานั้นบ่งบอกถึงความหวาดกลัวทำเอานิลกาฬที่เห็นเช่นนั้นเกิดสงสารจับใจก่อนจะใช้ตัวเองบดบังธีรทัศน์เอาไว้ราวกับกำลังปกป้องเขา
ธีรทัศน์ที่เห็นเช่นนั้นมองเธอด้วยแววตาวูบไหว ในขณะที่พี่เลี้ยงนิ่งอึ้งไปเพราะไม่คิดว่านิลกาฬจะเป็นฝ่ายรับแรงตีแทนธีรทัศน์
"พี่ตีเขาอย่างนี้บ่อยเหรอคะ?"
นิลกาฬไม่รู้ตัวเลยว่าใช้น้ำเสียงแข็งกระด้าง สายตาที่หรี่มองพี่เลี้ยงอย่างจับผิดนั้นทำเอาอีกฝ่ายเกิดอึกอักขึ้นมาแต่ก็พยายามกลบเกลื่อนอาการพิรุธของตัวเองด้วยการทำทีเป็นโต้แย้งกลับ
"มันก็ต้องมีตีบ้างสิคะ! อย่างที่เห็นว่าคุณธีดื้อมากค่ะ!"
คำตอบที่ไม่น่าพึงพอใจนั้นทำให้ดวงตาของนิลกาฬแข็งกร้าวขึ้นมาทว่ามันก็เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจเก็บงำความไม่พอใจเอาไว้ได้ ไหนๆ เธอก็รับตำแหน่งเป็นสะใภ้ของคฤหาสน์หลังนี้แล้วจึงคิดที่จะใช้สิทธิ์นั้นสักหน่อย
"คุณหญิงย่ารู้เรื่องนี้ไหมคะว่าป้าตีคุณธี?"
ดวงตาพี่เลี้ยงเบิกกว้างฉายชัดถึงความตื่นตระหนกก่อนจะละล่ำละลักออกมาแทบไม่เป็นคำ" มะ ไม่รู้ค่ะ คุณนิลอย่าฟ้องคุณหญิงนะคะ! ถือว่าป้าขอนะคะ!"
ถ้าหากฟ้องกรองทองมีหวังเธอไม่ได้เงินโบนัสค่าเหนื่อยที่เป็นพี่เลี้ยงธีรทัศน์ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีอย่างแน่นอน! เงินโบนัสไม่ใช่น้อยๆ เธอจะเสียเงินก้อนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
นิลกาฬเห็นท่าทีวิตกกังวลของพี่เลี้ยงแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ เห็นแก่ว่าพรุ่งนี้จะหมดหน้าที่ตรงนี้แล้วจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านไป
"ป้าออกไปก่อนได้ไหมคะ? นิลมีเรื่องจะคุยกับคุณธีค่ะ"
"ค่ะๆๆ"
พี่เลี้ยงรีบออกจากห้องนอนของธีรทัศน์ทันที เธอไม่กล้าโอ้เอ้หรือสงสัยด้วยซ้ำว่านิลกาฬจะพูดคุยกับอะไรธีรทัศน์ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการออกจากคฤหาสน์หลังนี้พร้อมกับเงินโบนัสก้อนโตอีกแล้ว
คล้อยหลังพี่เลี้ยงออกไปแล้ว นิลกาฬก็หันกลับมามองธีรทัศน์ที่ยังมองเธอด้วยแววตาสั่นระริกบ่งบอกถึงความกลัวที่ยังหลงเหลืออยู่ ในขณะที่นิลกาฬก็มองข้ามความดื้อดึงของเขาก่อนหน้านี้และเลือกที่จะลองพูดจาดีๆ กับอีกฝ่าย
"คุณธีคะ ใส่เสื้อนะคะ"
เสื้อลายอุลตราแมนในมือนิลกาฬถูกยื่นให้กับธีรทัศน์ที่มองสบตาเธอนิ่ง เขานิ่งงันไปหลายวินาทีก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยคล้ายกับกำลังประมวลผลและเหมือนเขาจะรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือจะทำร้ายแต่ใดจึงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว
ท่าทางนั้นทำให้นิลกาฬรู้โดยสันชาตญาณว่าเขายอมใส่เสื้อแล้ว เธอที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบใส่เสื้อให้เขาทันที แต่เมื่อใส่เสื้อเสร็จถึงได้รู้ว่าติดปัญหาตรงอื่นด้วย
เธอจะใส่กางเกงให้เขาได้เช่นไร?
ในขณะที่นิลกาฬกำลังกลัดกลุ้มและคิดจะเรียกพี่เลี้ยงมาถามว่าจะใส่กางเกงให้ธีรทัศน์เช่นไร จู่ๆ กางเกงในมือเธอก็ถูกแย่งไปตามด้วยน้ำเสียงแหบห้าวที่ตะโกนเสียงดัง
"อย่ามองนะ! หันไป!"
"..."
นิลกาฬหันหลังให้กับธีรทัศน์อย่างว่าง่าย มุมปากได้รูปหยัดยิ้มบางเบาที่อย่างน้อยเขาก็ยังรู้จักเขินอาย
ยืนหันหลังให้เขาเพียงไม่นานธีรทัศน์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าก็มาหยุดตรงหน้าเธอ เขาสวมใส่กางเกงแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังใส่ผิดอยู่ดี
"คุณธีใส่กางเกงผิดด้านนะคะ เห็นไหมว่ามันมีตะเข็บออกมา"
นิลกาฬนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าธีรทัศน์พร้อมกับเอ่ยอย่างใจเย็น เธอชี้ให้เขาดูตะเข็บกางเกงที่บ่งบอกว่าเขากำลังใส่กางเกงผิดด้าน
ธีรทัศน์กะพริบตาปริบๆ พยักหน้ารับสองสามครั้งราวกับรับรู้แต่ก็ไม่ได้กลับไปเปลี่ยนกางเกงแต่อย่างใด เขาบังคับรถเข็นไฟฟ้าออกจากห้องนอนเสียดื้อๆ ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน
"ไม่เปลี่ยนกางเกง! จะใส่แบบนี้! จะใส่แบบนี้!"
"..."
===================
#เออเอา พระเอกก็คือดื้อตาใสเว่อร์ แม่ๆ ถือไม้เรียวได้แต่อย่าเพิ่งตีนะคะ ยังไม่ใช่จังหวะตีค่ะ 555555555555