บทที่ 2 - ดื้อตาใส [2/2]

1427 Words
นิลกาฬย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์อินทรเวศม์ในฐานะภรรยาของธีรทัศน์ก็จริง แต่กลับไม่มีงานวิวาห์ใดๆ ทั้งนั้นเพราะสิ่งที่ธีรทัศน์เป็นไม่อาจให้บุคคลภายนอกล่วงรู้ได้ ดังนั้นหลักประกันที่ทั้งสองครอบครัวตกลงเห็นพ้องต้องกันก็คือใบทะเบียนสมรสที่เป็นหลักฐานว่าธีรทัศน์กับนิลกาฬคือสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย จุดประสงค์ของนางร้ายคนเดิมคือการใช้อำนาจในฐานะที่เธอเป็นสะใภ้อินทรเวศม์เพื่อเอาคืนครอบครัวของตัวเองที่กดขี่รังแกเธอมานานหลายปีและที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือการที่พวกเขาส่งเธอให้กับสามีพิการและมีปัญหาทางด้านสมองเช่นธีรทัศน์แทนที่จะเป็นมุกดาที่ต้องแต่งงานกับเขาตามที่สองครอบครัวตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ หากนิลกาฬคนเดิมยังอยู่ก็คงเดินตามเส้นเรื่องเดิมต่อไป แต่น่าเสียดายที่นิลกาฬจากโลกแห่งความเป็นจริงได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ อีกทั้งยังไม่คิดที่จะทำเช่นเดิมเพราะรู้ว่าหากเดินตามเส้นเรื่องเดิมตัวละครนี้จะต้องมีจุดจบชีวิตเช่นไร สำหรับเธอที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้มีเป้าหมายแตกต่างจากนิลกาฬคนเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอเพียงแค่ต้องการมีชีวิตต่อไปเท่านั้นเพราะอย่างนั้นการทำให้พระเอกเปลี่ยนใจไม่ฆ่าเธอในภายหลังจึงเป็นหนทางที่เธอคิดว่าเข้าท่าที่สุด แม้จะไม่รู้ว่าสาเหตุการตายของตัวร้ายจะเกิดขึ้นเพราะอะไรก็ตาม "ไม่เอา! ไม่กิน! เอาออกไปนะ! ฉันไม่กิน!!!" เสียงร้องโวยวายของธีรทัศน์ปลุกนิลกาฬที่กำลังนอนหลับสบายในห้องรับแขกของบ้านให้ตื่นขึ้นมา เธอแอบหงุดหงิดเล็กๆ เพราะตั้งแต่เข้ามาอยู่ในโลกนิยายเธอก็มีอาการนอนไม่หลับและก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับครอบครัวก็นอนไม่เต็มอิ่มเช่นกันเพราะต้องตื่นแต่เช้าทำงานบ้าน ซักผ้าและสารพัดงานที่คนพวกนั้นจะจิกหัวใช้งานเธอได้ ขนาดเธอเพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแต่กลับถูกโขกสับเยี่ยงคนใช้ เพราะอย่างนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างคนเดิมถึงได้ชิงชังครอบครัวตัวเองนัก พวกเขาจิตใจคับแคบและกดขี่นิลกาฬคนเดิมแม้กระทั่งหนังสือก็ไม่ให้เรียนเพราะกลัวว่าจะได้ดีกว่ามุกดาทั้งที่อีกฝ่ายเป็นดาราดังในวงการบันเทิง "คุณธีคะ! อย่าทำอย่างนี้นะคะ! เดี๋ยวป้าตีนะคะ! ว้าย!" เพล้ง! จานที่ถูกปาใส่พี่เลี้ยงผ่านหน้านิลกาฬเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าหากเธอเดินเร็วหรือก้าวไปข้างหน้าอีกนิดเดียว จานใบนั้นก็อาจจะถูกหัวเธอไปแล้ว พี่เลี้ยงที่กระโดดหลบจานบินร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอง้างมือขึ้นหมายจะตีธีรทัศน์เหมือนกับทุกทีที่เขาดื้อ แต่เมื่อเห็นนิลกาฬยืนอยู่ก็รีบเก็บไม้เก็บมือทันทีก่อนจะยิ้มแห้งให้เจ้านายที่ไม่คิดถือสากับท่าทีนั้นของพี่เลี้ยง "ป้าออกไปก่อนค่ะ เดี๋ยวตรงนี้นิลเก็บเอง" พี่เลี้ยงรีบออกจากครัวอย่างว่องไว เธอปล่อยให้นิลกาฬรับมือกับธีรทัศน์ตามลำพัง ตอนนี้เธอไม่อยากยุ่งอะไรแล้วนอกจากรอเวลาจนถึงหกโมงเย็นเท่านั้นก็ถือว่าสิ้นสุดหน้าที่พี่เลี้ยงวันสุดท้ายแล้ว นิลกาฬเดินมาหยุดตรงหน้าธีรทัศน์ที่กอดอกมองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง ในขณะที่เธอนั้นมีสีหน้าเรียบนิ่งเพราะกำลังไม่สบอารมณ์เช่นกัน เพียงแต่ยังควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีก็เท่านั้นก่อนจะเอ่ยถามธีรทัศน์ "ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ?" นิลกาฬถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอไม่ได้ใส่อารมณ์เพียงแต่ในกระแสเสียงนั้นฟังดูแข็งกร้าวขึ้นมา ธีรทัศน์มองดูนิลกาฬที่กำลังเก็บเศษจานใส่ถังขยะ บนพื้นเต็มไปด้วยซอสมะเขือเทศและอาหารมื้อเช้าอย่างพวกเบรคฟาสต์ ไข่ดาว แฮม ไส้กรอกกระจัดกระจายเลอะเทอะแต่เธอก็ทำความสะอาดโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย "มันไม่อร่อย! ไม่อยากกิน! ไม่หิว!!!" ท่าทีเอาแต่ใจนั้นของธีรทัศน์อยู่ในสายตาของนิลกาฬและเธอยังคงเช็ดพื้นอย่างใจเย็น "คราวหลังถ้าไม่อยากกินก็แค่บอกดีๆ นะคะ ไม่จำเป็นต้องทำลายข้าวของค่ะ" นิลกาฬเช็ดทำความสะอาดพื้นจนเรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากครัวเฉยๆ ทิ้งให้ธีรทัศน์มองตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจว่าหลังจากนี้เขาต้องทำอะไรต่อ จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานสองชั่วโมง...คนที่ยังไม่ได้กินมื้อเช้าก็หิวขึ้นมา ทว่าก็ยังไม่มีอาหารมาประเคนเหมือนเช่นทุกที จวบจนผ่านพ้นมื้อเที่ยงก็ยังไม่มีเช่นกัน... นิลกาฬเห็นแล้วล่ะว่าธีรทัศน์ทำคอยืดคอยาวมองหาเธอและเธอก็รู้ด้วยว่าเขาหิวข้าวแล้ว เพียงแต่เธอยังไม่ให้เขากินก็เท่านั้นเอง มันคือบทลงโทษที่เขาปาจานข้าวทิ้งทั้งที่ไม่สมควรทำเช่นนั้นและเพื่อสอนให้เขาจำว่าหากทำเช่นนั้นอีก เขาก็จะไม่ได้กินข้าวเหมือนอย่างวันนี้อีก สุดท้ายคนที่หิวข้าวจนอดทนไม่ไหวจึงร้องโวยวายออกมาในตอนช่วงเวลาหกโมงเย็น... "หิวข้าว! หิวข้าวจะตายแล้ว! อยากกินข้าวๆๆๆ!!!" นิลกาฬที่ทำเมินเฉยต่อเขาทั้งวันเดินผ่านมาได้ยินพอดี เธอกอดอกพิงกรอบประตูเพื่อดูคนดื้อที่กำลังโวยวายเสียงดัง จริงๆ แล้วธีรทัศน์โวยวายตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว แต่เธอก็ใจแข็งทำหูทวนลมไป จวบจนเขาโวยวายออกมาอีกครั้งก็ตอนนี้แต่เพราะเธออยากดัดนิสัยเขาจึงโกหกเขาออกไป "ไม่มีข้าวให้คุณธีกินหรอกนะคะเพราะเมื่อเช้าคุณธีเอาทิ้งลงพื้นเองค่ะ" ธีรทัศน์ตกอยู่ในอาการนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีและเหมือนจะรู้ว่าไม่มีสิ่งที่ต้องการก็เบะปากร้องไห้ออกมา "โฮฮฮ~" เสียงแหบห้าวของชายวัยสามสิบห้าที่ร้องไห้ออกมานั้นกลับทำเอานิลกาฬเป็นฝ่ายนิ่งอึ้งไป น้ำตาเม็ดโตไหลจากหางตาธีรทัศน์แหมะๆ คือเครื่องยืนยันว่าเขากำลังร้องไห้จริง! คนแพ้น้ำตาเช่นเธอที่เห็นอย่างนั้นก็ใจอ่อนยวบยาบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมว่าควรสอนเขาไปด้วย "ถ้าอยากกินข้าวต้องสัญญามาก่อนค่ะว่าจะไม่ทำลายข้าวของอีกแล้ว ถ้าหากอยากได้อะไรให้พูดดีๆ ขอดีๆ เข้าใจไหมคะ?" ธีรทัศน์หยุดร้องไห้ราวกับสั่งได้ เขาพยักหน้ารับหงึกๆ และมองนิลกาฬด้วยสายตาใสซื่อไร้เดียงสา ขนตาเปียกได้น่าเอ็นดูจริงๆ พ่อหนุ่มคนนี้! "สัญญาก่อนค่ะว่าจะไม่ทำลายข้าวของ" นิลกาฬทวงคำสัญญาจากคนตรงหน้าที่ยกมือขึ้นปาดน้ำมูก เห็นเช่นนั้นเธอจึงคว้ากระดาษทิชชู่เช็ดน้ำตาและน้ำมูกให้เขาอย่างไร้ความรังเกียจ การกระทำที่เป็นไปอย่างธรรมชาติของนิลกาฬอยู่ในสายตาธีรทัศน์และดูเหมือนว่าเขาจะตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว "สัญญา..." ได้สติอีกทีก็เป็นตอนที่มือเล็กแต่หยาบกระด้างของเธอลูบหัวของเขาเบาๆ พร้อมกับคำชมที่มากับรอยยิ้มใจดี "เก่งมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นรอแป๊บนึงนะคะ นิลขอไปเตรียมมื้อเย็นก่อน คุณธีเป็นเด็กดีรอนิ่งๆ ตรงนี้นะคะ โอเคไหม?" เป็นอีกครั้งที่ธีรทัศน์พยักหน้าอย่างเหม่อลอยและไม่น่าเชื่อว่าตลอดระยะเวลาที่นิลกาฬเตรียมมื้อเย็นนั้น ธีรทัศน์ไม่ส่งเสียงโวยวายอะไรสักคำ! ทำเอาพี่เลี้ยงที่แอบมองอยู่ห่างๆ ถึงกับตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนอย่างธีรทัศน์จะเชื่อฟังคำคน! ปกติไอ้คนสติไม่เต็มฟังใครที่ไหนล่ะ! วันๆ เอาแต่แหกปากร้องเสียงดัง พูดจาไม่รู้เรื่องจนเธอทนไม่ไหวตีไปจนนับครั้งไม่ถ้วน! แต่ครั้งนี้กลับเชื่อฟังนิลกาฬเสียอย่างนั้น! สงสัยจะเป็นคนสติไม่ดีประเภทเชื่อฟังเมียตัวเอง! ================ #มีนิสัยชอบทำลายข้าวของดีนัก เป็นไงล่ะ? ไม่ต้องดงต้องแดกมันแล้ว! 😂
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD