สีหน้าบิดเบ้ที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดทำให้ธีรทัศน์ที่สังเกตอาการเธอมาโดยตลอดชะงักนิ่งไป เขาไม่ได้บุ่มบ่ามกับการแทรกตัวตนขนาดใหญ่เข้าไปในกายเธออย่างหิวกระหาย แต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างใจเย็น แม้ว่าในใจเขาอยากกระแทกสะโพกสอบเพียงครั้งเดียวแล้วสอดลึกในตัวเธอให้รู้แล้วรู้รอดไปก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจกระทำได้เพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บจนทนไม่ไหว
ร่างกายที่ร้อนรุ่มอยู่แล้วยิ่งร้อนมากกว่าเดิมเมื่อความใหญ่โตนั้นกำลังคืบคลานเข้ามาในตัวเธอลึกมากขึ้นเรื่อยๆ
"คุณธี...ขยับหน่อยสิคะ นิลอึดอัด~"
ความเจ็บปวดลดลงเหลือเพียงแค่อาการคับตึงเท่านั้น นิลกาฬรู้สึกอึดอัดจึงเอ่ยร้องขอให้เขาช่วยขยับกายโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงออดอ้อนและสายตาร้องขอที่ส่งมาเกือบทำธีรทัศน์ควบคุมตัวเองไม่อยู่
"อย่าอ้อน"
ถึงจะปรามเช่นนั้นแต่ตัวเองกลับต้องใช้ความอดทนอย่างสูง สันกรามหนาปรากฏให้เห็นเมื่อเขากัดฟันแน่นในตอนที่ถอดถอนลำกายออกอย่างเชื่องช้าและค่อยๆ สอดลึกกลับเข้าไปใหม่
ส่วนนั้นของนิลกาฬบีบรัดแนบแน่นราวกับต้องการจะดึงเขาเอาไว้ให้อยู่ในกายเธอไม่ให้ออกไปไหนจนเขาอดปรามเธออีกครั้งไม่ได้
"นิลอย่าบีบธีแน่นอย่างนั้นสิ มันขยับไม่ได้"
ธีรทัศน์เท้าศอกทั้งสองข้างลงข้างศีรษะนิลกาฬก่อนจะจูบเธออีกครั้งเพื่อให้เธอผ่อนคลายกว่านี้อีกหน่อย ในขณะที่เขาขยับสะโพกตื้นๆ เช่นนั้นอีกหลายนาที
ทั้งที่ไม่ใช่การกระแทกที่รุนแรงและออกจะเนิบช้าด้วยซ้ำ แต่ทุกการเสือกไสเข้าออกในกายของเธอนั้นกลับสร้างอารมณ์กระสันให้เธอเมื่อจุดอ่อนไหวในกายถูกสัมผัสด้วยหัวหยักบานที่ครูดผ่านมัน...
เสียว...
"ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า? "
ธีรทัศน์ถามอย่างห่วงใย เขาไม่ละสายตาจากดวงหน้านิลกาฬเลยเพราะต้องคอยสังเกตดูอาการของเธอและดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะปรับตัวกับขนาดของเขาได้แล้ว
"นิลไม่เจ็บแล้วค่ะคุณธี แล้วก็...ช่วยทำแรงกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมคะ แรงเท่าที่คุณธีอยากจะทำเลยก็ได้ค่ะ"
พิษใคร่ในกายของเธอมันไม่ลดลงเลย ยิ่งธีรทัศน์ขยับตัวกระแทกก็มีแต่จะเพิ่มความร้อนในกายเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเรียกร้องให้เขาถาโถมเรี่ยวแรงใส่เธอมากกว่านี้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าคำเรียกร้องนั้นไม่ต่างจากการปลดปล่อยสัตว์ป่าที่อยู่ในอาการติดสัดให้ทำในสิ่งที่มันต้องการมานาน
"รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?"
น้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยออกมานั้นชวนคนฟังใจสั่นหวั่นไหว นิลกาฬพยักหน้ารับเพราะรู้ว่าเธอเรียกร้องอะไรออกไป
ธีรทัศน์กัดฟันแน่นอย่างนึกมันเขี้ยวกับคนอวดดีก่อนจะหอมแก้มนุ่มของเธออย่างแรง
"แล้วอย่ามาร้องไห้ขอให้ธีหยุดก็แล้วกัน"
สะโพกสอบขยับเสือกไสหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ธีรทัศน์เห็นเธอปรับตัวได้แล้วจึงทำตามใจตัวเองแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงมากเกินไปเพราะยังเป็นครั้งแรกของเธอ
นิลกาฬไม่รู้ว่าเธอกับเขาทำเรื่องเช่นนี้ไปนานแค่ไหน รู้เพียงแต่ว่าเสร็จสมก็หลายครั้งแต่ความร้อนรุ่มในกายก็ไม่ได้ลดลงเลย ในขณะที่ธีรทัศน์ก็เหมือนได้ปลดปล่อยความต้องการเพราะอย่างนั้นต่อให้บั้นท้ายต้องใช้งานหนักเขาก็ไม่สนใจและน่าแปลกที่ยิ่งแนบชิดกับเธอมากเท่าไหร่ เขาก็เหมือนยิ่งเสพติดเธอมากเท่านั้น
"นิล...รักธีหรือเปล่า? "
ธีรทัศน์เอ่ยถามเสียงพร่า ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ดวงตาคมจ้องลึกในดวงตาฉ่ำปรือของเธออย่างคาดหวังและรอคอยคำตอบ
เขาอยากจะรู้ว่าส่วนลึกในใจของเธอในตอนนี้รู้สึกกับเขาเช่นไรและมันช่างเป็นคำตอบที่น่าประทับใจเสียจริงเมื่อฝ่ามือน้อยยกขึ้นกอบกุมแก้มเขาเอาไว้
"นิลรักคุณธีค่ะ"
ความรู้สึกนั้นออกมาจากส่วนลึกในใจ ต่อให้เธอจะห้ามใจมาโดยตลอดแต่ในใจเธอรู้ดีว่าความจริงแล้วรู้สึกเช่นไรกับเขา
มันอาจจะเริ่มต้นความรู้สึกด้วยความสงสารแต่เมื่อได้ใช้เวลาร่วมกันแทบจะตัวติดกันยี่สิบชั่วโมงจึงทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเขาเปลี่ยนไป เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลงรักผู้ชายคนนี้ทั้งที่รู้ว่าเขาพิการและมีปัญหาทางสมอง แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นหัวใจของเธอมันก็ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นได้...
ธีรทัศน์ที่ได้ยินคำบอกรักจากปากของนิลกาฬครั้งแรกถึงกับหัวใจเต้นแรงระส่ำกว่าเดิม เขาจูบเธออย่างแรงคล้ายกับจะบอกว่าเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเธอ...
ในค่ำคืนนั้น...สองร่างตระกองกอดกันแนบแน่น ทั้งสองคนปล่อยความรู้สึกให้เป็นไปตามที่ใจต้องการโดยตอบสนองกันผ่านร่างกายที่สอดรับกันเป็นอย่างดี
ในความฝันนั้นนิลกาฬรู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังพองโตที่ความรักของเธอเหมือนคนปกติทั่วไป เธอรักเขาและเขาก็รักเธอ...เธอกับเขาไม่ต่างจากคนปกติทั่วไปที่มีความรู้สึกรักใคร่ต่อกัน
ตลอดทั้งคืนธีรทัศน์พร่ำบอกรักเธอผ่านการกระทำ เขาแสดงความรู้สึกผ่านรอยจูบที่ประทับทั่วร่างกายของเธอและทุกครั้งที่เธอเรียกร้องให้ทำอะไรเขาก็ไม่ขัดความต้องการของคนเป็น ‘เมีย’
ในเมื่อเธอเรียกร้องเขาก็ต้องตอบสนอง แต่เขาคงสนองเธอมากไปหน่อยเพราะนิลกาฬขอร้องให้เขาหยุดหลังจากผ่านไปนานหลายชั่วโมง แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ จวบจนพระอาทิตย์ขึ้นบ่งบอกว่าแสงวันใหม่ได้มาเยือนแล้ว
::
::
"ผมปิดบังเธอนานกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ ยังไงสักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดี"
สีหน้าธีรทัศน์ในตอนนี้ดูเคร่งเครียดผิดจากตอนปกติที่ใครๆ ก็มองว่าเขาเป็นคนพิการและมีอายุสมองแค่ห้าขวบเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว...ทั้งหมดนั้นมันก็แค่การ 'แสดง' เท่านั้น
ธีรทัศน์ไม่ได้พิการและเขาก็ไม่ได้มีอายุสมองแค่ห้าขวบอย่างที่ทุกคนในครอบครัวเข้าใจมาตลอดสองปี เป็นเขาที่แสดงละครตบตาคนพวกนั้นเพื่อค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง...
"คุณธี..."
เสียงเอ่ยเรียกแผ่วเบานั้นทำให้ธีรทัศน์หันกลับไปมองยังเตียง นิลกาฬแค่ละเมอออกมาเท่านั้นเขาจึงหันกลับไปคุยโทรศัพท์กับปลายสายอีกครั้ง
"ผมจะหาโอกาสบอกเธอให้เร็วที่สุด"
เสียงแว่วๆ ที่อยู่ไม่ไกลปลุกนิลกาฬให้ลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพตรงหน้ายังพร่าเบลอจึงทำให้เธอมองไม่เห็นว่าคนที่กำลังยืนหันหลังให้เธอตรงหน้าต่างนั้นคือใคร
ทว่าในตอนที่เขาคนนั้นวางสายและหันมา สายตาของเธอก็ปรับโฟกัสชัดเจนพอดีก่อนจะเห็นว่าเขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น...ธีรทัศน์
และเขากำลังยืนด้วยสองขาของตัวเอง...
=====================
#ว้ายยยย ยังไงคะเนี่ย! หลับต่อไปก่อนได้ไหมล่ะ! จะมารู้ความจริงตอนนี้ไม่ได้นะ อีพี่ยังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ!