ตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์ที่นิลกาฬช่วยเขาปลดปล่อยอารมณ์ในวันนั้น ตอนนี้ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วและเป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ธีรทัศน์นอนร่วมเตียงกับเธอทุกคืน ต่อให้ไล่อย่างไรเขาก็ยังทำหน้ามึนที่จะนอนกับเธออยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้เธอ กลับกัน...มีเขานอนด้วยมันทำให้เธอไม่ฝันร้ายอีกเพราะอย่างนั้นเธอจึงยอมให้เขานอนด้วยกัน
การลืมตาตื่นแล้วพบว่ามีเขานอนอยู่ข้างๆ เริ่มกลายเป็นความเคยชินของนิลกาฬเสียแล้ว นิลกาฬค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงแผ่วเบาก่อนจะออกจากห้องนอนเพื่อตระเตรียมทำมื้อเช้าเป็นอย่างแรก
กิจวัตรประจำวันของเธอตลอดที่อยู่ที่นี่ไม่ได้มากมายอะไร นอกจากตื่นเช้าเพื่อเตรียมมื้อเช้าและอยู่เป็นเพื่อนเล่นธีรทัศน์ แต่ทว่าช่วงหลายวันมานี้เธอรู้สึกว่าตัวเองว่างเกินไปเพราะอย่างนั้นจึงคิดที่จะหางานเสริมเล็กๆ น้อยๆ ทำ
ความสามารถอย่างหนึ่งของนิลกาฬที่เธอค้นพบว่าชอบทำนั่นก็คือการถักนิตติ้งและถักโครเชต์ ความชอบนี้เธอได้มาตอนที่ตัวเองป่วยติดเตียงแล้ว แม่ของเธอมักจะหากิจกรรมให้เธอทำแก้เบื่อ แม้ว่ามันจะไม่ได้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำทั้งยังต้องหลังขดหลังแข็งถักเป็นวันๆ กว่าจะได้อะไรสักชิ้นหนึ่ง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ชอบที่จะทำอยู่ดี
นิลกาฬตั้งใจเอาไว้ว่าหากทำมื้อเที่ยงให้ธีรทัศน์เสร็จแล้ว เธอจะออกไปข้างนอกเพื่อซื้อไหมพรมและอุปกรณ์มาทำเสื้อให้ธีรทัศน์สักตัว อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว บ้านที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เช่นนี้ก็จะหนาวมากกว่าตอนนี้ที่เป็นอยู่หลายเท่า
"ใช้ได้... "
นิลกาฬชิมแกงเขียวหวานเนื้อด้วยความพึงพอใจเมื่อได้รสชาติที่ต้องการก่อนจะปิดเตาแก๊ส เธอตักแกงร้อนๆ ใส่ชามและตักข้าวสวยใส่จาน เมื่อทุกอย่างถูกเตรียมเรียบร้อยแล้วก็เรียกธีรทัศน์มาทานข้าวพร้อมกัน
มื้อเช้าผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ทว่าในตอนที่นิลกาฬกำลังล้างจานอยู่นั้นจู่ๆ ธีรทัศน์ก็โวยวายขึ้นมาอีกครั้ง
"หาไม่เจอ! อยู่ไหน! อยู่ไหนๆๆๆ!!!"
นิลกาฬที่ได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของในรอบหนึ่งสัปดาห์รีบล้างมือและเข้ามาดูก่อนจะเห็นว่ากล่องของเล่นที่ถูกเก็บเป็นสัดเป็นส่วนถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มพื้น
ธีรทัศน์กำลังหาอะไรบางอย่างและเขาก็หันมามองเธอด้วยใบหน้าตื่นตระหนกก่อนจะตะโกนถามเสียงดัง
"หนังสืออยู่ไหน!"
"หนังสืออะไรคะ?" นิลกาฬไม่เข้าใจว่าเขากำลังถามหาหนังสือเล่มไหนเพราะธีรทัศน์มีหนังสือนิทานหลายเล่ม
"หนังสือการ์ตูนเล่มนั้น! เล่มที่มีผัวเมีย!"
โอเค เธอรู้แล้วว่าเขาหมายถึงเล่มไหนและเธอก็ไม่ลืมว่าครั้งก่อนเขาอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วเป็นเช่นไรเพราะอย่างนั้นก็อย่าหวังว่าเขาจะได้อ่านมันอีก!
"นิลเอาทิ้งไปแล้วค่ะ หนังสือแบบนั้นไม่เหมาะกับคุณธี"
ต่อให้อายุจริงของธีรทัศน์จะสามสิบห้าแล้ว แต่สมองอายุของเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กๆ เพราะอย่างนั้นเขาก็ไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงเรียนรู้และจดจำและเธอไม่อยากให้เขาต้องจดจำอะไรเช่นนี้
"ไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้นะยัยอัปลักษณ์! ไปเอากลับมา! จะอ่านๆๆๆ!!! "
ธีรทัศน์โยนของเล่นในลังลงพื้นจนมันกระจัดกระจาย เขาดูโกรธมากที่นิลกาฬเอาหนังสือไปทิ้งโดยไม่บอกก่อน
นิลกาฬเห็นธีรทัศน์อาละวาดก็นึกอ่อนใจ เธอรู้ว่าการตามใจเขาไม่ใช่เรื่องดีและเขาอาจจะนิสัยเสียกว่าเดิม แต่ครั้งนี้เขาอาละวาดหนักมากจริงๆ จนเธอเกรงว่าหากไม่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการมีหวังทั้งบ้านคงเละเทะอย่างแน่นอนเพราะแค่ตอนนี้เขาก็ลามปามทำลายข้าวของอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ของเล่นในลังแล้ว
"เอามา! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะยัยอัปลักษณ์!"
แจกันใส่ดอกไม้ที่อยู่ใกล้มือถูกยกขึ้นสูง ธีรทัศน์กำลังจะปามันลงพื้นแต่นิลกาฬก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน
"อย่านะคะคุณธี! ห้ามทิ้งมันลงมานะ! ถ้ายังไม่หยุดทำลายข้าวของนิลจะไม่ให้หนังสือการ์ตูนเล่มนั้นนะคะ! "
"..."
และมันได้ผลเมื่อธีรทัศน์ชะงักมือค้างเอาไว้ แจกันในมือยังรอดปลอดภัยดีแต่เขาถือไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับมองดูว่าคนพูดจะให้หนังสือการ์ตูนจริงๆ หรือเปล่า ในขณะที่นิลกาฬเดินไปยังโทรทัศน์และหยิบเอาหนังสือการ์ตูนที่แอบไว้ตรงช่องว่างหลังโทรทัศน์ขึ้นมา
ทั้งสองคนสบตากันนิ่งอย่างดูเชิงและในตอนนั้นเองที่นิลกาฬก็เพิ่งนึกอะไรออกก่อนจะเอ่ยออกมา
"สัญญามาก่อนค่ะว่าคุณธีจะเลิกเรียนนิลว่ายัยอัปลักษณ์"
นิลกาฬสังเกตมาโดยตลอดว่าเมื่อไหร่ที่เขาเอ่ยคำสัญญาออกมา เขามักจะทำตามคำพูดของตัวเอง ไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะจิตใต้สำนึกตอนที่ยังไม่ประสบอุบัติเหตุหรือเปล่าถึงทำให้เขาเป็นคนรักษาคำพูดและตอนนี้เธอก็อยากให้เขาเลิกเรียกเธอว่ายัยอัปลักษณ์ เพราะมันเป็นคำที่ค่อนข้างสะเทือนใจคนฟัง
ต่อให้ไม่อยากใส่ใจในคำพูดนั้นแต่เมื่อถูกเรียกบ่อยๆ ก็ทำให้ไม่สบอารมณ์ได้เช่นกัน
"สัญญาสิคะว่าจะไม่เรียกนิลว่ายัยอัปลักษณ์อีก"
ธีรทัศน์ทำหน้างอง้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็รับปากแต่โดยดี "สัญญาว่าจะไม่เรียกว่ายัยอัปลักษณ์ เอาหนังสือมานะ!"
ธีรทัศน์กำลังจะคว้าเอาหนังสือการ์ตูนไปแต่นิลกาฬก็มือไวพอที่จะดึงหลบได้ทันเพราะเธอยังมีอีกข้อให้เขาสัญญา แต่ครั้งนี้ไม่ได้หวังอะไรเพราะต้องการแค่หยอกล้อเขาเท่านั้น
"คุณธีต้องเรียกนิลว่าพี่ค่ะ แล้วก็ต้องแทนตัวเองว่าธี"
"..."
ธีรทัศน์ที่มีอาการฟึดฟัดมาโดยตลอดชะงักนิ่งไปก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นมองนิลกาฬตาปริบๆ
สีหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียกนิลกาฬว่าพี่และต้องแทนตัวเองด้วยชื่อ ในขณะที่นิลกาฬพยายามกลั้นหัวเราะกับสีหน้าอึกๆ อักๆ ราวกับคนคิดไม่ตกก่อนที่เธอจะเร่งรัดเขาอีกครั้ง
"เร็วสิคะ ไม่เอาแล้วใช่ไหมหนังสือการ์ตูนที่อยากได้เนี่ย? ถ้าไม่เรียกนิลจะฉีกทิ้งแล้วนะ"
นิลกาฬทำทีเป็นเปิดกางหนังสือการ์ตูนออก เธอทำท่าจะฉีกหนังสือเล่มนั้นและในตอนนั้นเองคนที่กลัวว่าหนังสือจะถูกฉีกก็หลับหูหลับตาโพล่งออกมา
"พี่นิล!"
นิลกาฬไม่คิดว่าจะถูกเรียกพี่เกิดอาการนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีและเมื่อได้สติก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างห้ามไม่ได้ ในขณะที่ธีรทัศน์กลายเป็นฝ่ายนิ่งอึ้งเสียเองเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอหัวเราะเสียงดังอย่างเต็มที่
วูบหนึ่งหัวใจของเขาพลันกระตุกอย่างแรง เขาเกิดใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหูและยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิมเมื่อฝ่ามือเล็กของนิลกาฬลูบหัวเขาเบาๆ พร้อมกับเอ่ยชมกัน
"เด็กดี"
ธีรทัศน์ทนเขินมากไปกว่านี้ไม่ไหวก่อนจะใช้โอกาสที่นิลกาฬหัวเราะนั้นแย่งหนังสือการ์ตูนไปจากเธอและรีบบังคับรถเข็นหนีเธอเข้าห้องนอนตัวเองพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง
กว่าจะได้สติและเลิกหัวเราะก็เป็นตอนที่ประตูห้องของเขาปิดเสียงดัง นิลกาฬถอนหายใจอย่างอ่อนอกเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดขึ้นมาที่เอาหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นให้กับเขา แต่ในเมื่อเขาได้มันไปแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย
==================
#เนี่ย เดี๋ยวก็ร้องโวยวายเจ็บจุ๊ดจู๋อีก 😂 ตอนหน้ามีแซ่บๆ อีกนิดหน่อย ><