บทที่ 7 - ออกนอกบ้าน [1/2]

1374 Words
นิลกาฬโกรธเขาจริงๆ ด้วย... ธีรทัศน์มองดูที่นั่งด้านข้างด้วยแววตาละห้อยเมื่อเวลานี้ไม่มีคนที่เคยนั่งกินข้าวร่วมกัน ก่อนจะมองไปยังโซฟาที่นิลกาฬกำลังนั่งทานข้าวอยู่ตรงนั้นคนเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำนิลกาฬโกรธจนถึงขั้นที่เธอไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ ก่อนหน้านี้เขาเห็นเธอถือหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดไปยังหลังบ้านก่อนจะจุดไฟเผาต่อหน้าเขาที่แม้จะเสียดายแต่ก็จำต้องยอมไม่มีปากไม่มีเสียงเพราะเขาทำให้เธอโกรธ "ลาก่อนหนังสือแห่งความรู้" "หนังสือแห่งความรู้อะไรล่ะคะ! นี่มันหนังสือมอมเมาเยาวชนต่างหากล่ะ!" ธีรทัศน์สะดุ้งตกใจจนคอหด เขานั่งหน้าม่อยคอตกอย่างไม่มีปากมีเสียงเมื่อถูกนิลกาฬแหววกลับเสียงเขียว เผาหนังสือเล่มนั้นเสร็จเธอก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่สนใจเขาอีกเลย แต่อย่างน้อยนิลกาฬก็ไม่ใจร้ายเกินไปเพราะเธอทำมื้อเย็นให้เขากิน เพียงแต่ไม่ยอมนั่งร่วมโต๊ะด้วยกันและมันก็ทำให้เขาเกิดความไม่สบายใจ กระวนกระวายจนกินข้าวไม่ลง "นะ นิลครับ..." ธีรทัศน์บังคับรถเข็นไฟฟ้าหยุดลงข้างกายนิลกาฬที่กินข้าวคำสุดท้ายหมดพอดี เธอปรายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินเอาจานไปเก็บ ทว่าคนที่ถูกเมินเกิดวูบโหวงในใจขึ้นมา ในใจเริ่มร้อนรนกับท่าทีที่แสดงออกของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ธีรทัศน์กำลังถูกใครสักคนเมินเฉยขนาดนี้! "นิล...โกรธเหรอ? " ธีรทัศน์ยังบังคับรถเข็นไฟฟ้าตามนิลกาฬมายังครัว เธอกำลังยืนล้างจานอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่แค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังโกรธกันอยู่จริงๆ และเป็นอีกครั้งที่นิลกาฬเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่ปรายตามองด้วยซ้ำและกลับไปนั่งที่โซฟา เห็นเช่นนั้นเขาจึงบังคับทิศทางรถเข็นไฟฟ้าไปยังลิ้นชักที่เป็นบิลต์อินโทรทัศน์ การกระทำของเขาที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างทำให้นิลกาฬที่นั่งอยู่เหลือบตามอง แต่ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาเธอก็ทำทีเป็นดูโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ ธีรทัศน์ที่ได้ของที่ต้องการแล้วบังคับรถเข็นไฟฟ้ามาหยุดตรงหน้านิลกาฬที่ครั้งนี้เธอทำเป็นแกล้งเมินเฉยเขาไม่ได้อีกแล้วเมื่อเขายื่นกระเป๋าตังค์แบรนด์เนมมาให้ด้วยสีหน้าไร้เดียงสา "อะไรคะ? " ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามแต่ธีรทัศน์ก็ยัดกระเป๋าใบนั้นใส่มือเธอ "ง้อ" "ง้อ?" นิลกาฬไม่เข้าใจเพราะในคราแรกนึกว่าเขาง้อเธอด้วยการยกกระเป๋าเงินแบรนด์เนมให้แต่เขาก็ดึงกระเป๋ากลับไปอีกครั้งและเป็นฝ่ายเปิดกระเป๋าเงินก่อนจะหยิบบัตรแข็งใบหนึ่งขึ้นมาใส่มือเธอและเมื่อเห็นว่ามันคืออะไรดวงตากลมโตพลันเบิกกว้างก่อนจะนิ่งอึ้งไป "ให้พี่นิล... " ธีรทัศน์เอ่ยเสียงแผ่วอย่างไม่มั่นใจนัก อีกทั้งสายตาที่ช้อนมองกันก็ยังดูหวั่นเกรงและคอยสังเกตว่าเธอมีปฏิกิริยาเช่นไรก่อนจะเห็นว่าเธอดูตกใจมาก "คุณธีมีแบล็กการ์ดได้ยังไงคะ!" นี่เป็นข้อมูลใหม่ที่นิลกาฬเพิ่งรู้ หากตามบทในนิยายแล้วเขาไม่ได้เก็บพวกของมีค่าอะไรเช่นนี้ไว้กับตัวเลย หรือไม่ก็เป็นเธอเองที่อ่านไม่ถึงตรงนี้ แต่ทว่าตอนนี้เขากลับมีแบล็กการ์ดทั้งยังสลักชื่อบนบัตรเป็นชื่อเขาเองด้วย! "เคยเห็นพ่อง้อแม่แบบนี้ แล้วแม่ก็จะหายโกรธ" ธีรทัศน์ไม่ได้ตอบคำถามของนิลกาฬแต่ตอบเป็นอื่นแทน ในขณะที่นิลกาฬก็อดตื่นเต้นไม่ได้เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอเพิ่งเคยจับเคยเห็นแบล็กการ์ดเป็นครั้งแรกในชีวิต! บุญมือจริงๆ! ตอนนี้เธอไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแม่ของธีรทัศน์ถึงได้หายโกรธพ่อของเขาเพียงแค่ยื่นแบล็กการ์ดให้! นิลกาฬสลัดความกรุ่นโกรธที่มีต่อธีรทัศน์จนสิ้น มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เขาทำให้เธอตกใจและตื่นเต้นกับการรู้ว่าเขาก็มีแบล็กการ์ดและถึงเธอจะเพิ่งเคยจับแบล็กการ์ดครั้งแรกในชีวิตแต่ถึงอย่างนั้นก็รู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน นิลกาฬเคยได้ยินมาว่าคนที่มีแบล็กการ์ดบ่งบอกถึงสถานะทางการเงินที่ร่ำรวยมหาศาลและธีรทัศน์ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีแบล็กการ์ดนั่นเท่ากับว่าตัวเขานั้นรวยมาก! แต่ทว่าที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้ใช้แบล็กการ์ดเพราะมีอายุสมองเพียงแค่ห้าขวบ ซึ่งคงไม่รู้ว่าจะเอาเงินมากมายพวกนี้ไปใช้ทำอะไร "คุณธีคะ มีใครรู้บ้างคะว่าคุณธีมีบัตรใบนี้? " นิลกาฬรู้ว่าเขามีทรัพย์สมบัติมากมายและนิยายเรื่องนี้ก็แย่งชิงมรดกกันด้วย ฉะนั้นเรื่องที่เขามีบัตรแบล็กการ์ดจึงไม่ควรมีใครรู้เพราะเขาอาจจะถูกคนในครอบครัวแย่งเอาไปใช้ได้ง่ายๆ ยิ่งธีรทัศน์เป็นเช่นนี้จึงง่ายแก่การหลอกใช้เขาเป็นที่สุดและเธอเองที่ตั้งใจจะซื้อใจเขาในอนาคตไม่ให้ฆ่าเธอจึงต้องเป็นฝ่ายปกป้องเขาก่อน ธีรทัศน์เห็นนิลกาฬกลับมาพูดคุยกับเขาเฉกเช่นปกติก็นึกดีใจ ประกายตาของเขาพร่างพราวก่อนจะส่ายหน้าแรงๆ "ไม่มีใครรู้ มีนิลคนเดียวที่รู้" "ดีมากค่ะ สัญญากับนิลนะคะว่าจะไม่บอกใครเรื่องมีบัตรใบนี้" ธีรทัศน์พยักหน้าแรงๆ อย่างเชื่อฟัง รู้สึกใจชื้นขึ้นมาที่นิลกาฬกลับมาพูดคุยกับเขาแล้ว "กินข้าวก่อนเถอะค่ะ อีกเดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน" "...!" ธีรทัศน์หันมองนิลกาฬตาโต ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินว่าจะออกไปข้างนอกเพราะตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเขาก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย แต่ดวงตาสดใสก็กลับมาสลดอีกครั้งก่อนจะเอ่ยเสียงหงอย "คุณย่าต้องไม่อนุญาตแน่ๆ เลย" สิ่งที่ธีรทัศน์เป็นในตอนนี้ไม่อาจให้บุคคลภายนอกรู้ได้ เพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่ได้ออกไปไหน แต่ทว่าเรื่องนี้นิลกาฬรู้อยู่แล้วและเธอก็ไม่ได้คิดจะบอกกรองทองด้วย "อย่าห่วงเลยค่ะ คุณธีแค่กินข้าวให้อิ่มก็พอ ที่เหลือนิลจัดการเอง" "..." แม้จะนึกสงสัยว่าเธอจะทำเช่นไรแต่เขาก็เชื่อฟังเธอก่อนจะกลับมาทานมื้อเย็นจนหมดจาน ในขณะที่นิลกาฬก็ตระเตรียมของใช้จำเป็น "มาค่ะ คุณธีต้องใส่หมวกใส่แมสนะคะ ออกไปข้างนอกฝุ่นมันเยอะค่ะ" นิลกาฬจัดการสวมใส่หมวกแก๊ปและแมสให้กับธีรทัศน์ที่เชื่อฟังว่าง่าย ในเมื่อคนตระกูลอินทรเวศม์กลัวว่าเรื่องของทายาทคนโตที่ป่วยอยู่จะแพร่งพรายออกไปเธอก็แค่ปิดบังใบหน้าเขาเท่านั้น เพียงแค่นี้เขาก็ออกไปข้างนอกได้โดยที่ไม่มีคนรู้จักแล้ว นิลกาฬไม่คิดที่จะใช้ประตูใหญ่หน้าคฤหาสน์แต่เลือกที่จะใช้ประตูเล็กหลังเรือนเล็ก มันไม่เคยถูกเปิดใช้งานมานานหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาพี่เลี้ยงทำตามคำสั่งของกรองทองอย่างเคร่งครัดเรื่องที่เขาไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ แต่ถึงอย่างนั้นกุญแจประตูหลังเรือนเล็กกลับถูกเก็บไว้ในเรือนเล็กมาโดยตลอด "มาค่ะ" นิลกาฬไม่ได้แอบหลบๆ ซ่อนๆ กับการที่จะพาเขาออกไปข้างนอก แต่ทว่าจังหวะช่างไม่ดีเมื่อดันเจอคนสวนที่กำลังตัดต้นไม้อยู่แถวนั้นพอดี "จะออกไปไหนครับ?" =============== #โกรธมากแค่ไหน จบได้ด้วยบัตรเครดิตแบล็กการ์ดค่ะ คุณธีไม่ธรรมดาน๊าาา มีแบล็กกงแบล็กการ์ดดดดดดด เอ็งเป็นใครรรร ถอดหน้ากากครับ!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD