เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วที่นิลกาฬใช้ชีวิตอยู่ที่เรือนเล็กกับธีรทัศน์เพียงแค่สองคนเท่านั้น พี่เลี้ยงหมดหน้าที่และลาออกกลับไปต่างจังหวัดอย่างที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ เพราะอย่างนั้นตอนนี้หน้าที่ทุกอย่างในเรือนเล็กจึงเป็นของนิลกาฬเพียงคนเดียว
ในคราแรกนิลกาฬก็นึกสงสัยว่าทำไมที่เรือนเล็กถึงไม่มีคนรับใช้ พี่เลี้ยงที่ลาออกไปแล้วให้เหตุผลว่าธีรทัศน์ไม่ชอบความวุ่นวายและเกลียดคนเยอะเพราะอย่างนั้นเขาจึงถูกย้ายให้มาอยู่เรือนเล็กที่ห่างจากคฤหาสน์หลายร้อยเมตร
อีกอย่างธีรทัศน์มักจะก่อความไม่สงบอย่างการส่งเสียงดังหรือทำลายข้าวของเป็นประจำ กรองทองจึงกลัวว่าสิ่งที่เขาเป็นจะรบกวนและทำให้พี่น้องคนอื่นในคฤหาสน์ไม่สบายใจ ดังนั้นการย้ายธีรทัศน์แยกออกมาอยู่คนเดียวและมีพี่เลี้ยงหนึ่งคนคอยดูแลจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีพี่เลี้ยงแล้ว ภรรยาอย่างเธอจึงต้องทำหน้าที่ดูแลเขาเอง แต่น่าแปลกที่เธอกลับไม่รู้สึกเหนื่อยหรือหนักใจแต่อย่างใด กลับกันการดูแลเขาให้ความสบายใจมากกว่าตอนที่อยู่บ้านมุกดาเสียอีก อย่างน้อยธีรทัศน์ก็ไม่ได้คอยพูดจาค่อนแคะหรือกดขี่เธอให้รู้สึกต่ำต้อย อย่างมากเขาก็แค่โวยวายเก่งและดื้อในบางครั้งเท่านั้น
"คุณธีคะ มื้อเช้าเสร็จแล้วค่ะ"
นิลกาฬมีฝีมือเรื่องทำอาหารอยู่บ้างเพราะอย่างนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องทำอาหารให้กับธีรทัศน์ในทุกมื้อ หลังจากที่พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกไปแล้วเธอก็ปรับเปลี่ยนตารางเวลาเล็กน้อยให้เข้ากับตัวเองและธีรทัศน์ ซึ่งมันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับการใช้ชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน
"คุณธี"
นิลกาฬเอ่ยเรียกอีกฝ่ายหลังจากที่เพิ่งล้างจานเสร็จ แต่เพราะไร้เสียงตอบรับเธอจึงเดินออกมาหาเขาที่ห้องนั่งเล่นแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นก่อนจะสังเกตเห็นว่าประตูบ้านถูกเปิดทิ้งไว้
นิลกาฬใจหายวูบ สองเท้ารีบเดินออกไปดูนอกบ้านพร้อมกับกวาดสายตามองดูรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นคนที่กำลังตามหา
จิตใจของเธอเริ่มร้อนรน จากที่เดินหาก็กลายเป็นวิ่งไปทั่วรอบบ้านก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพี่เลี้ยงคนเก่าเคยบอกว่าหลังเรือนเล็กมีสระบัวขนาดใหญ่อยู่
เพียงเท่านั้นความร้อนรนก็เปลี่ยนเป็นร้อนใจยิ่งกว่าเดิม นิลกาฬวิ่งสุดฝีเท้าไปยังด้านหลังเรือนเล็กและเมื่อเห็นว่าคนที่ตามหากำลังขับรถเข็นไฟฟ้าลงสระบัวหัวใจของเธอแทบหยุดเต้นในวินาทีนั้นพร้อมกับความกลัวที่ผุดขึ้นมากลางใจ
"คุณธี! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะคะ!!!"
ธีรทัศน์เหมือนไม่ได้ยินเสียงตะโกนนั้นของเธอและวินาทีนั้นรถเข็นไฟฟ้าก็พุ่งตกสระบัวต่อหน้าต่อตานิลกาฬที่รีบวิ่งลงสระบัวอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกัน
เขาจะตายไม่ได้นะ!
ร่างของธีรทัศน์คว่ำหน้าไปกับผืนผิวน้ำ ในขณะที่นิลกาฬรีบดึงตัวเขาขึ้นมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เธอมี แต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันมากจึงทำให้เป็นไปด้วยความยากลำบาก กว่าจะลากตัวธีรทัศน์ขึ้นจากสระบัวได้ก็ใช้เวลาหลายนาที แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นคนที่ยังอยู่ในอารมณ์โมโหเดือดดาลอย่างนิลกาฬก็มือไวก่อนจะตบหน้าธีรทัศน์ไปหนึ่งครั้งเต็มแรง
เพี้ยะ!
"...!!!"
คนถูกตบหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวชาวาบไปทั้งซีกแก้ม ธีรทัศน์ค่อยๆ หันกลับมามองนิลกาฬที่มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ เธอหอบหายใจรุนแรงทั้งโมโหทั้งเหนื่อยที่ต้องลากคนตัวใหญ่เช่นเขาขึ้นมาจากสระ
สีหน้าของเธอที่ดูโกรธและโมโหเช่นนั้นธีรทัศน์ไม่เคยเห็นจากนิลกาฬมาก่อนและมันทำเอาเขาตกใจมากก่อนจะเบะปากร้องไห้เสียงดัง
"โฮฮฮฮฮฮฮฮ!!! คราวหลังธีจะไม่ดื้อแล้วครับ!!! ธีจะไม่หนีออกจากบ้านอีกแล้ว ธีเจ็บอย่าตีธีเลยนะครับ!!! ฮืออออ~"
เสียงร้องไห้โยเยและท่าทางที่กุมแก้มซีกซ้ายราวกับเจ็บปวดนั้นทำให้นิลกาฬเกิดความสงสารเขาจับใจ เธอกัดฟันแน่นพยายามข่มน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเพราะจิตใจเธอมันก็ไม่ได้มั่นคงนักที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้เพราะมันทำให้เธอนึกถึงสถานการณ์ของตัวเองก่อนตายเช่นไร
ธีรทัศน์ยังร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาคงตกใจมากที่จู่ๆ ก็ถูกเธอตบหน้า เห็นเขาเป็นเช่นนั้นเธอก็เหมือนจะสงบจิตสงบได้ก่อนจะละทิ้งความโกรธลงและดึงคนตัวโตเข้ามาสวมกอดอย่างปลอบประโลม
นิลกาฬเพิ่งตระหนักได้ว่าบางทีเขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอคิดไปเองก็ได้ สมองของธีรทัศน์ที่เป็นเพียงแค่เด็กห้าขวบจะคิดเรื่องฆ่าตัวตายได้เช่นไรแต่เป็นเธอเองที่ตื่นตระหนกเกินไป
จู่ๆ ความรู้สึกผิดก็พุ่งถาโถมนิลกาฬอย่างจัง เธอแอบยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ ในตอนที่มันกำลังจะไหลออกมาก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษธีรทัศน์ซ้ำๆ ด้วยความรู้สึกผิด
"ขอโทษค่ะคุณธี นิลขอโทษที่ตีคุณธี ขอโทษนะคะ"
===============
#หน้าสั่นไปหมดแล้วโดนยัยน้องตบไปหนึ่งเพี้ยะ