บทที่ 4 - ฝันร้าย [2/2]

1692 Words
:: :: นิลกาฬเพิ่งดื่มน้ำเปล่าที่แม่เป็นคนป้อนให้ แต่น่าแปลกที่เพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเธอกลับรู้สึกง่วงเหลือเกินและในตอนนั้นเอง... 'เหนื่อยเหลือเกิน...ต่อจากนี้ขอให้เราหมดทุกข์หมดโศกนะ ขอโทษที่ตัดสินใจอย่างนี้แต่แม่ไปต่อไม่ไหวแล้ว...' ใบหน้าซูบตอบและน้ำเสียงอิดโรยของผู้เป็นแม่ที่เอ่ยออกมานั้นฟังแล้วช่างหดหู่เหลือเกิน นิลกาฬอยากจะเอ่ยปลอบและให้กำลังใจคนเป็นแม่แต่อาการง่วงที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่อาจต้านทานไหวก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับภาพของแม่ที่กำลังมองเธอทั้งน้ำตา นิลกาฬไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน แต่เสียงฝนตกหนักและเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมา ช่วงจังหวะหนึ่งเธอลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอยังนึกว่าฝันไปเมื่อเห็นควันลอยคลุ้งทั่วห้อง ครั้นเมื่อหันไปมองรอบๆ ห้องทั้งที่ยังไม่ตื่นดีก็เห็นคนเป็นแม่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างกาย แต่สายตาของเธอพลันสะดุดเข้ากับเตาอั้งโล่ที่อยู่ตรงปลายเท้า ต้นตอของควันเหล่านั้นเกิดจากการจุดไฟในเตาอั้งโล่ ในตอนนั้นเองที่นิลกาฬเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงด้วยความกลัว วินาทีนั้นต่อให้เธอพยายามจะดิ้นรนมากแค่ไหนแต่ร่างกายของเธอที่ป่วยติดเตียงมานานถึงสามปีก็ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ เสียงที่อยากเปล่งออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือนั้นก็แหบแห้งจนไม่มีใครได้ยิน ทั้งที่ประตูห้องอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้นแต่ทำไมมันช่างห่างไกลจากมือของเธอเหลือเกิน ‘แค่กๆๆ!!!’ นิลกาฬสำลักควันที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้องและอาจจะเป็นเพราะสูดควันเยอะเกินไปจึงทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้และในตอนนั้นเองที่สติของเธอพร่าเบลอพร้อมกับความรู้สึกหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจ เธอยังไม่อยากตาย... "เฮือก!!!" ดวงตาที่หลับอยู่พลันเบิกโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืดภายในห้องนอน ร่างของนิลกาฬดีดตัวลุกขึ้นนั่งอัตโนมัติพร้อมกับหอบหายใจรุนแรงราวกับคนที่เพิ่งวิ่งทางไกล ตามกรอบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมาแต่ถึงอย่างนั้นคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายก็ไม่ได้สนใจมันก่อนจะหลับตาลงเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับมา กว่าจะสงบจิตสงบใจได้ก็ผ่านไปนานหลายนาที แต่ถึงอย่างนั้นภาพในความฝันก็ยังติดอยู่ในหัวสมองและคงมีเพียงเธอคนเดียวที่รู้ว่าความฝันนั้น...มันเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเธอ! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันยังชัดเจนในความรู้สึกของเธอเหมือนเรื่องมันเพิ่งเกิดเมื่อคืนอย่างไรอย่างนั้น... "บ้าจริง...ฝันอีกแล้ว" นิลกาฬสบถออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ยังไม่สามารถสลัดความรู้สึกหนักอึ้งในใจนี้ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในโลกนี้เธอก็ฝันถึงเหตุการณ์นี้ทุกคืนและหลังจากนั้นเธอก็จะนอนไม่หลับ สองมือบีบขาตัวเองแน่นก่อนจะนึกย้อนกลับไปถึงต้นตอที่ทำให้เธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง นิลกาฬในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นเพียงหญิงสาววัยยี่สิบปีธรรมดาคนหนึ่ง เธออยู่อาศัยกับแม่แค่สองคนเท่านั้น ฐานะทางบ้านเรียกได้ว่ายากจนเพราะหาเช้ากินค่ำให้ผ่านพ้นไปแต่ละวันเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่งหลังจากที่เธอเพิ่งกลับมาจากทำงานเสิร์ฟที่คลับแห่งหนึ่งตอนตีสองเธอก็ถูกรถชนอย่างจังจากคนเมาแล้วขับ น่าเสียดายที่เธอไม่ได้เสียชีวิตให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่กลายเป็นคนพิการติดเตียงที่ร่างกายไม่สามารถขยับได้นอกจากแขนเท่านั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีใดๆ เพราะคนที่ขับรถชนเธอคือลูกชายของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ส่วนเธอกับแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาตาสีตาสาตัวน้อยๆ เท่านั้น หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้นความเป็นอยู่ที่ลำบากอยู่แล้วก็ยิ่งลำบากมากกว่าเดิมเพราะคนที่ต้องหาเลี้ยงดูเธอก็คือแม่เพียงคนเดียว แม่ของเธอไม่เคยย่อท้อต่อการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาวตัวเอง แต่ก็อย่างที่เห็นว่าคนตัวเล็กๆ จะไปสู้กับผู้มีอิทธิพลได้เช่นไร คนเราย่อมมีความรู้สึกท้อแท้ต่อชีวิต เธอเองก็อยู่อย่างคนไร้ค่าเพราะไม่สามารถใช้ชีวิตได้เช่นเดิมทั้งยังกลายเป็นภาระของคนเป็นแม่ ท้ายที่สุดความเหนื่อยล้าของคนเรามันก็มาถึงจุดสิ้นสุด... นิลกาฬไม่โกรธเลยที่แม่ของเธอตัดสินใจทำเรื่องนั้น ตลอดสามปีที่เธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงเธอรู้ดีว่าคนเป็นแม่เหนื่อยและสิ้นหวังมากเพียงใด สองแม่ลูกไม่มีญาติพี่น้องใดๆ เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีใครที่พอจะช่วยเหลือได้ สุดท้ายแล้วแม่ก็ตัดสินใจหยุดความเหนื่อยล้านั้นด้วยการรมควันตัวเองและเพื่อไม่ให้เธอทรมานมากไปกว่านี้คงตัดสินใจที่จะเอาเธอไปด้วยเช่นกัน แม่เธอทำสำเร็จแต่ทว่าเรื่องราวหน้าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นกับเธอเมื่อเธอทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นปาฏิหาริย์หรืออะไรก็แล้วแต่ ทว่าเมื่อรู้ว่าตัวเองได้รับโอกาสให้มีชีวิตอีกครั้งจึงดีใจไม่น้อยแม้ว่าตัวเองจะอยู่ในร่างตัวร้ายที่มีชะตาต้องตายก็ตาม แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดที่จะทำให้โอกาสมีชีวิตครั้งที่สองต้องจบลงง่ายๆ เพราะอย่างนั้นจึงต้องหาหนทางให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปและที่สำคัญ...ตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียงที่ทำอะไรไม่ได้คนนั้นอีกแล้ว แววตามุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปของนิลกาฬแรงกล้า ชีวิตใหม่ในครั้งนี้เธอจะใช้มันให้ดีที่สุด เธอจะอยู่ในโลกแห่งนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้... เนิ่นนานหลายนาทีกว่าจะสลัดความรู้สึกหนักอึ้งเหล่านั้นออกไป นิลกาฬไม่อยากคิดมากและเธอก็นอนไม่หลับแล้วจึงลุกขึ้นจากเตียง ตอนนี้เพิ่งเป็นเวลาตีสอง แม้จะอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแต่เพราะที่เรือนเล็กล้อมรอบด้วยต้นไม้จำนวนมากจึงทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นและยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว จู่ๆ ความรู้สึกเป็นห่วงใครอีกคนที่นอนอยู่อีกห้องก็ผุดขึ้นมา นิลกาฬตัดสินใจเดินเข้าห้องนอนธีรทัศน์ เธอเห็นเขานอนหงายอยู่กลางเตียง ผ้าห่มที่ควรอยู่บนตัวก็ม้วนกองอยู่ที่ปลายเตียงทำให้เธอจำต้องหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้เขา นิลกาฬนั่งลงข้างเตียง ไฟในห้องที่เปิดสลัวเอาไว้ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายก่อนจะยื่นมือแตะแก้มสากของเขาที่เริ่มมีตอหนวดผุดขึ้นมาบางๆ การกระทำของเธอเป็นไปอย่างไม่รู้ตัว ในใจนึกเอ็นดูคนที่ยังหลับไม่น้อยเพราะเขาในตอนนี้แตกต่างจากตอนที่กำลังตื่นอย่างสิ้นเชิง "ตอนตื่นช่วยเป็นเด็กดีหน่อยไม่ได้หรือไงคะ?" นิลกาฬถามเสียงเบา ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางๆ และถือโอกาสจิ้มนิ้วลงบนจมูกโด่งของคนที่ยังหลับเบาๆ ลองเธอทำแบบนี้ตอนที่ธีรทัศน์ตื่นสิ สิ่งแรกที่เขาทำคงเป็นการโวยวายและสะบัดใบหน้าหนีมือของเธอ นิลกาฬยิ้มออกมาเพียงคนเดียว เธอกวาดสายตามองสำรวจความเรียบร้อยผ้าห่มอีกครั้งและเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีจึงจะกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง แต่ทว่ายังไม่ทันจะลุกจากเตียงเอวของเธอก็ถูกท่อนแขนหนารัดเอาไว้ "...!" นิลกาฬตกใจที่ตัวเองเสียหลักล้มทับธีรทัศน์แต่เขาก็ยังหลับอยู่ เธอพยายามจะลุกออกจากตัวของเขาแต่ท่อนแขนที่โอบรัดเอวก็ยิ่งแน่นขึ้นและในตอนนั้นเองที่เสียงพึมพำแหบห้าวก็เอ่ยขึ้นมาให้ได้ยิน "พ่อครับ แม่ครับ อย่าไป อยู่กับธีก่อน...” "..." นิลกาฬแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองคนที่นอนละเมอก่อนจะนิ่งงันไปเมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดทั้งที่เขายังหลับตาอยู่ เธอกลายเป็นฝ่ายนิ่งงันไปก่อนจะยื่นมือแตะลงที่หน้าอกของเขาเบาๆ พร้อมทั้งเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "นิลอยู่ตรงนี้ค่ะคุณธี นิลไม่ได้จะไปไหนเลยค่ะ" ฝ่ามือเล็กที่ตบเบาๆ ตรงหน้าอกทำให้วงแขนของธีรทัศน์ที่กอดเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่เมื่อใดที่เธอพยายามจะยกแขนเขาออก เขาจะยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้ ท้ายที่สุดนิลกาฬก็ล้มเลิกที่จะหลุดจากอ้อมกอดของเขา จริงๆ แล้วการอยู่ในอ้อมกอดของเขามันก็ไม่แย่ มิหนำซ้ำนอกจากตัวของธีรทัศน์จะอุ่นแล้วเขายังหอมมากอีกด้วย... นิลกาฬไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของธีรทัศน์ ในเมื่อเลือกที่จะนอนกับเขาแล้วจึงขยับตัวหามุมสบายของตัวเองและน่าแปลกที่ความง่วงงุนจู่โจมใส่เธอทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้รู้สึกง่วงเลย แต่ทว่าในเวลานี้ดวงตากลับปรือปรอยและเพียงไม่กี่นาทีเธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด... ============= #ยัยน้องตบอิพี่ก่อนหน้านี้เพราะเข้าใจผิดคิดว่าอิพี่จะฆตต. ผลกระทบทางจิตใจก็มาจากเรื่องที่แม่ตัวเอง ฆตต.แล้วเอานางไปด้วย TT
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD