นิลกาฬตื่นก่อนธีรทัศน์ เธอเห็นเขายังหลับอยู่จึงรีบออกจากห้องก่อน จากนั้นก็ทำอาหารเช้าให้เขาเหมือนกับปกติที่ผ่านมา ในขณะที่ธีรทัศน์ออกจากห้องมายังครัวตอนเกือบแปดโมงเช้า แต่น่าแปลกที่วันนี้เขาดูเรียบร้อยผิดปกติ ไม่ได้ส่งเสียงโวยวายเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาและไม่ว่าเธอจะบอกอะไรเขาก็ดูเชื่อฟัง
"นิลขออนุญาตนะคะคุณธี"
ตอนจังหวะที่นิลกาฬยื่นมือมาธีรทัศน์ยกมือขึ้นป้องศีรษะตัวเองตามสัญชาตญาณเหมือนกับกลัวตัวเองถูกทำร้าย แต่เมื่อเห็นว่านิลกาฬชะงักมืออยู่ตรงหน้าแต่ไม่ได้มีท่าทีจะตบตีกันเขาก็ค่อยๆ ลดมือลงก่อนจะกลับไปนั่งนิ่งเช่นเดิม ในขณะที่นิลกาฬก็ยื่นมือแตะหน้าผากของเขาอย่างนุ่มนวล
"ก็ไม่มีไข้นี่นา ทำไมวันนี้ดูซึมจัง"
"..."
ธีรทัศน์ไม่ได้โต้เถียงคำพูดนั้นของเธอ ความจริงแล้วเขาไม่ได้ซึมอะไรหรอก เพียงแต่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องโวยวายใส่นิลกาฬในเมื่อเขารู้สึกว่าเธอดีกับเขาและไม่ได้จะทำร้ายกันเหมือนกับคนอื่นๆ ทว่านิลกาฬที่เห็นเขานิ่งเงียบไปกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
"คุณธีคะ รู้สึกเจ็บตรงไหนไหมคะ?”
เพราะเมื่อวานเขาตกสระบัวจึงทำให้วันนี้อาจจะมีอาการระบมก็เป็นได้ แต่ธีรทัศน์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะหมุนรถเข็นและออกแรงบังคับไปยังทิศทางห้องนั่งเล่น
นิลกาฬเห็นเขาเปิดโทรทัศน์ดูคลิปออกกำลังกายอย่างที่ชอบทำก็ไม่ได้นึกสงสัยอะไรอีกก่อนจะหันกลับไปสนใจกับการทำความสะอาดครัวและล้างจานโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสายตาคู่หนึ่งเหลือบมองอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากที่นิลกาฬจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ธีรทัศน์ที่เห็นว่าเธอออกมาจากห้องนอนด้วยชุดลำลองสุภาพหน่อยก็นึกสงสัยขึ้นมาก่อนจะรีบไถรถเข็นเข้าไปหาเธอ
"จะไปไหน?"
ดวงตาธีรทัศน์ใสแป๋วใคร่รู้ นิลกาฬไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอะไรเขาจึงบอกไปตามตรง
"นิลจะไปหาคุณย่าค่ะ นิลจะขอรถเข็นไฟฟ้าคันใหม่ให้กับคุณธี"
ธีรทัศน์เกาข้างแก้มเบาๆ อย่างคิดไม่ตก ใจนึงเขาก็อยากได้รถเข็นคันใหม่เพราะสะดวกดีไม่ต้องออกแรงเข็นเอง แต่อีกใจก็ไม่อยากให้นิลกาฬออกไปไหน แต่เมื่อคิดได้ว่าบางครั้งเธอต้องใช้แรงตัวเองเข็นเขาที่ตัวหนักก็นึกสงสารขึ้นมา สุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามอะไรนอกจากตอบกลับไปเสียงแผ่ว
"จะรอ รีบๆ กลับมานะ..."
"หืม?"
เหมือนจะหูฝาด...ได้ยินไม่ชัดเลย
"เมื่อกี้คุณธีพูดว่าอะไรนะคะ นิลไม่ค่อยได้เลยค่ะ"
คนถูกถามย้ำเกิดอ้ำอึ้งขึ้นมา แต่เมื่อเห็นนิลกาฬยังทำหน้าเหมือนไม่ได้ยินจริงๆ เขาจึงพูดอีกครั้งและดังขึ้นกว่าเดิม
"จะรอ รีบๆ กลับมา!"
จริงๆ แล้วเธอได้ยินตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพูดแล้ว เพียงแต่อยากได้ยินอีกครั้งก็อีกครั้งก็เท่านั้น
หัวใจนิลกาฬพองโต มุมปากบิดโค้งเป็นรอยยิ้มกว้าง ต่อให้ธีรทัศน์จะไม่ได้แสดงสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย แต่สำหรับเธอแล้วแค่ได้ยินเขาพูดอย่างนั้นก็ทำให้รู้สึกดีมากแล้วเพราะมันบ่งบอกว่าเขาอาจจะเริ่มเป็นห่วงหรือไม่ก็เริ่มไว้ใจเธอบ้างแล้ว
"เข้าใจแล้วค่ะ นิลจะรีบกลับมา"
นิลกาฬอดมันเขี้ยวไม่ไหวจึงถือวิสาสะบีบแก้มสากของธีรทัศน์ไม่แรงมากนักหนึ่งครั้ง พวงแก้มที่แดงระเรื่อจึงถึงใบหูอย่างคนขัดเขินนั้นทำให้นิลกาฬหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ใจจริงอยากจะแกล้งเขาอีกสักหน่อยแต่กลัวว่าธีรทัศน์จะงอนเสียก่อนจึงยอมตัดใจก่อนจะเดินออกจากเรือนเล็กเพื่อไปหากรองทองที่คฤหาสน์
::
::
"เรื่องรถเข็นไฟฟ้าไม่ต้องห่วงนะ ยังไงฉันจะให้คนเอารถเข็นไปส่งเย็นนี้แหละ"
กรองทองบอกกับนิลกาฬหลังจากที่ได้ฟังว่ารถเข็นไฟฟ้าของหลานชายเสีย แต่นิลกาฬไม่ได้บอกว่ามันเสียได้เช่นไรเพราะกลัวว่ากรองทองจะเป็นห่วงธีรทัศน์ ซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้เป็นอะไรนอกจากบาดแผลที่หัวเข่าเล็กน้อยเท่านั้น
"ขอบคุณคุณย่ามากค่ะ"
"แล้วเธอล่ะเป็นยังไงบ้าง? ดูแลเจ้าธียากไหม?"
กรองทองถามหลานสะใภ้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาที่มองนิลกาฬแฝงไปด้วยความเอ็นดูและเห็นใจที่ต้องมาคอยดูแลสามีที่พิการและอายุสมองเพียงแค่ห้าขวบเท่านั้น
นิลกาฬยิ้มมุมปาก "คุณธีไม่ดื้อกับนิลเลยค่ะ"
กรองทองมองนิลกาฬอย่างนึกแปลกใจ เพราะปกติแล้วพี่เลี้ยงที่เคยดูแลธีรทัศน์มาก่อนต่างก็บอกว่าเขาดื้อ นอกจากจะชอบโวยวายแล้วยังชอบทำลายข้าวของอีก แต่นิลกาฬเป็นคนแรกที่บอกว่าหลานชายของเธอไม่ดื้อเลย
"ไม่ดื้อก็ดีแล้วล่ะ"
กรองทองยังคงมองนิลกาฬด้วยความเอ็นดู แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปก็ไม่ลืมที่จะยื่นกับข้าวที่เธอเป็นคนทำให้กับกรองทอง
"นิลทำมาฝากค่ะคุณย่า คุณย่าลองชิมดูนะคะ"
"ขอบใจมาก"
กรองทองรับถุงแกงนั้นจากนิลกาฬและเมื่อไม่มีธุระอะไรอีกแล้วนิลกาฬจึงขอตัวกลับเรือนเล็กเพราะเห็นว่าปล่อยให้ธีรทัศน์อยู่คนเดียวมานานเกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว
นิลกาฬมาที่คฤหาสน์ด้วยการขับรถกอล์ฟเพราะอย่างนั้นตอนที่เธอกลับไปยังเรือนเล็กจึงขับรถกอล์ฟกลับไปเช่นกัน รถกอล์ฟคันนี้จอดประจำอยู่ที่เรือนเล็ก แต่เมื่อกลับมาถึงก็พบว่ามีรถกอล์ฟอีกคันจอดอยู่และในตอนนั้นเองก็มีคนเดินออกมาจากเรือนเล็กสองคน
คนหนึ่งเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดี ในขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นหญิงสาวหุ่นดีผมยาว ทั้งสองคนมีใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันและอายุก็คงไล่เลี่ยกัน
หากนิลกาฬจำไม่ผิดเธอคาดเดาว่าสองคนนี้น่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของธีรทัศน์และที่สำคัญ...พวกเขามักจะกลั่นแกล้งธีรทัศน์เป็นประจำด้วยและการที่พวกเขาทั้งสองคนมาอยู่ที่นี่คงไม่พ้นมากลั่นแกล้งธีรทัศน์อย่างแน่นอน!
ความเป็นห่วงผุดขึ้นกลางใจ นิลกาฬที่จอดรถกอล์ฟสนิทแล้วรีบลงจากรถหวังจะเข้าบ้านเพื่อไปดูธีรทัศน์ว่าเขาเป็นเช่นไรแต่ทว่า ‘พัสตรา’ กลับมายืนขวางทางเอาไว้ทั้งยังมองด้วยสายตาเย้ยหยัน
"อุ้ย คนนี้เหรอ? เมียพี่ธีน่ะ?"
มองดูอย่างไรนิลกาฬก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรกับเธออย่างแน่นอน ในขณะที่คนเป็นพี่ชายอย่าง ‘พัสกร’ นั้นก็มองมาด้วยสายตาที่ไม่ต่างจากน้องสาวตัวเอง
"หน้าตาน่าเกลียดว่ะ มีปานดำที่หน้าใหญ่ขนาดนั้นฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมมันถึงถูกส่งตัวให้มาแต่งงานกับไ*****อแทนพี่สาวมัน"
นิลกาฬพยายามจะไม่ใส่ใจกับปากเน่าๆ ของสองพี่น้อง เธออ่านนิยายมาแค่ไม่กี่บทเท่านั้น พอจะรู้ว่าพวกเขาชอบกลั่นแกล้งธีรทัศน์แต่ไม่รู้ว่าจะปากเสียได้มากถึงเพียงนี้
"หลบไป"
นิลกาฬพยายามใจเย็นแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปอย่างไม่รู้ตัวนั้นติดแข็งกระด้าง สองพี่น้องที่ได้ยินเช่นนั้นกลับหัวเราะขบขันออกมาไม่ได้นึกเกรงใจตำแหน่งพี่สะใภ้ของคฤหาสน์เลย
ความจริงแล้วพวกเขาอยากจะอยู่แกล้งนิลกาฬต่ออีกหน่อย ถ้าไม่ใช่เพราะพัสกรต้องไปส่งน้องสาวถ่ายแบบ เขาก็คงจะอยู่ต่อปากต่อคำกวนโมโหนิลกาฬมากกว่านี้
"หึ วันนี้แค่มาทักทายน่ะ ฉันไปก่อนล่ะยัยอัปลักษณ์"
พัสกรเหยียดยิ้มมุมปากก่อนจะเดินผ่านไป ในขณะที่พัสตราหัวเราะคิกคักกับคำเรียกที่พี่ชายใช้เรียกเธอ ทั้งยังเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงล้อเลียนอีกต่างหาก
"ยัยอัปลักษณ์~ คิกคิก"
"..."
นิลกาฬหลับตาข่มอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ เธอไม่ได้หันกลับไปมองสองพี่น้องที่ขับรถกอล์ฟจากไปแล้ว แต่รีบผลักบานประตูเข้าบ้านเพื่อไปหาธีรทัศน์ที่กำลังนั่งหันหลังให้กับเธอ
"คุณธี เป็นอะไรไหมคะ? สองคนนั้นทำอะไรคุณธีหรือเปล่า?”
นิลกาฬรีบเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง เธอสำรวจมองดูคนที่ยังนั่งรถเข็นแต่เขากลับเอาแต่ก้มมองดูอะไรสักอย่างบนตักก่อนที่เธอจะเห็นว่ามันคือการ์ตูน...แต่มันไม่ใช่การ์ตูนธรรมดาทว่ามันคือการ์ตูนโป๊!!! มิหนำซ้ำยังเป็นหนังสือสีและเขาก็เปิดหน้าที่มีฉากตัวละครกำลังสอดใส่กันอยู่!
"คะ คุณธี! อ่านไม่ได้นะคะ!”
=================
#เข้าสู่ยุคสังคมมอมเมาเยาวชนมอมแมม