ด้วยความไวของเธอจึงรีบแย่งหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นจากธีรทัศน์ที่รีบเงยหน้ามองเธอตาปริบๆ ในแววตานั้นดูสงสัยใคร่รู้ก่อนจะชี้นิ้วมายังการ์ตูนที่เธอรีบพับเก็บและซ่อนที่ด้านหลังตัวเอง
"ในนั้นเขาทำอะไรกัน?"
เวรเอ้ยยย! อีสองพี่น้องนั่นเล่นอะไรไม่รู้เรื่องจริงๆ!!! คิดบ้าอะไรถึงเอาหนังสือแบบนี้ให้คนที่มีอายุสมองห้าขวบอ่าน!
นิลกาฬถึงกับสบถด่าในใจถึงสองพี่น้องนั่นที่เอาอะไรไม่เข้าท่าให้ธีรทัศน์ดู เธอพยายามสงบจิตสงบใจและลดความตื่นตระหนกลงก่อนจะอธิบายให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฟัง
"มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ค่ะ คุณธียังไม่ถึงวัยที่จะต้องรู้เรื่องพวกนี้ค่ะ"
ถึงแม้ว่าความจริงแล้วเขาจะอายุสามสิบห้าปีแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เขาป่วยไง! สมองเขาถึงอายุแค่ห้าขวบเพราะอย่างนั้นเขายังไม่ถึงวัยที่จะต้องรู้เรื่องพวกนี้!
"เจ็บ..." ธีรทัศน์เอ่ยออกมาแผ่ว เขาก้มหน้าลงแต่ทว่านิลกาฬกลับตาโตก่อนจะวางการ์ตูนในมือลงบนโซฟาอย่างไม่สนใจ
สองคนนั้นรังแกธีรทัศน์หรือ!
"เจ็บตรงไหนคะ! สองคนนั้นตีคุณธีเหรอ!”
นิบกาฬจับตัวเขาสำรวจดูบาดแผลแต่ก็ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเขานั่งกุมมือวางเอาไว้ตรงหน้าตัก เธอที่เห็นเช่นนั้นก็นึกว่าเขาอาจจะเจ็บมือก่อนจะคว้ามือใหญ่ขึ้นมาดู ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธีรทัศน์เงยใบหน้าแดงก่ำมองสบตาเธอ
"เจ็บตรงนี้..."
นิลกาฬจับข้อมือของธีรทัศน์แต่ถึงอย่างนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็จรดชี้ลงตรงที่บอกว่าเจ็บ นิลกาฬนิ่งอึ้งเมื่อเห็นว่าจุดที่เขาบอกคือส่วนไหนของร่างกาย
กลางกายภายใต้กางเกงวอร์มที่เขาสวมใส่มันกำลังดุนดันขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างของท่อนเนื้อ นิลกาฬที่เห็นเช่นนั้นเกิดทำตัวไม่ถูกขึ้นมาชั่วขณะ แต่ทว่าก็ได้สติในตอนที่ธีรทัศน์เริ่มส่งเสียงโวยวายออกมาอีกครั้ง
"เจ็บครับ...เจ็บมากเลย ช่วยธีด้วย!!! ธีเจ็บ!!! เจ็บๆๆๆ!!!"
"..."
ธีรทัศน์ร้องโวยวาย สีหน้าเขาเหมือนคนเจ็บปวดก่อนจะคว้ามือของนิลกาฬให้วางลงบนเป้ากางเกงพร้อมทั้งกดฝ่ามือของเธอที่สัมผัสได้ถึงความใหญ่โตและแข็งขืนที่มันกำลังดุนดันอุ้งมือของเธอ
นิลกาฬตัวแข็งทื่อ เธอตกอยู่ในอาการตะลึงลานแต่สายตาก็ยังจับจ้องธีรทัศน์ที่เอาแต่กดมือเธอลงกับท่อนเนื้อของเขาเช่นนั้นซ้ำๆ พร้อมทั้งสีหน้าที่เปลี่ยนไป
"อ่า...ระ รู้สึกดีจังเลย ฮึก"
ใบหน้าธีรทัศน์แดงระเรื่อ เขาหอบหายใจกระเส่าทั้งยังบิดตัวไปมาราวกับคนที่กำลังรู้สึกกระสับกระส่ายแต่ก็ดูสับสนเช่นกัน
"คะ คุณธี ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ!"
กว่านิลกาฬจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปหลายวินาที เธอพยายามจะดึงมือตัวเองจากอุ้งมือของธีรทัศน์ที่ยังกดมือของเธอไม่เลิกก่อนที่เขาจะละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ทำไมจะทำไม่ได้ คุณย่าบอกว่าเราเป็นสามีภรรยากัน แล้วในการ์ตูนนั่นก็เป็นสามีภรรยากัน พวกเขาทำแบบนี้ได้ เราก็ทำแบบนี้ได้!"
"ไม่ได้ค่ะ!"
ตามกฎหมายแล้วเธอจดทะเบียนสมรถกับเขาเป็นสามีภรรยาก็จริง แต่เธอไม่ได้แต่งงานกับเขาเพื่อมาทำเรื่องพวกนี้!
ให้ตายสิ! เธออยากจะกรี๊ดออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไป ไม่คิดเลยว่าแค่หนังสือการ์ตูนโป๊เล่มเดียวจะทำให้ธีรทัศน์กลายเป็นเช่นนี้ได้!
ต่อให้เขาจะอายุสมองห้าขวบแต่ร่างกายของเขาคือชายฉกรรจ์วัยสามสิบห้าปีที่ยังมีฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เธอไม่แปลกใจหากเขาจะเกิดอารมณ์แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะดูคลุ้มคลั่งถึงเพียงนี้
เธอจะทำอย่างไรดี!
"ช่วยหน่อย! ไม่ไหวแล้ว! เจ็บจะตายแล้ว โฮ~"
เป็นอีกครั้งที่นิลกาฬเกิดทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเมื่อเห็นธีรทัศน์โวยวายจนร้องไห้ออกมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำ สีหน้าดูทรมานราวกับว่าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือตอนนี้เขาจะตายจริงๆ แต่เธอรู้ว่ามันไม่มีใครตายเพียงเพราะเกิดอารมณ์ทางเพศหรอก!
"ชู่ว~ ใจเย็นๆ นะคะคุณธี"
"ไม่เย็น! เจ็บๆๆๆ!!!"
เออดี! โวยวายเก่งที่หนึ่ง! ดื้อรั้นไม่ยอมใครเป็นตัวของตัวเองดีจริงๆ!
นาทีนี้ดูเหมือนว่าธีรทัศน์จะไม่ฟังอะไรแล้ว นิลกาฬไม่อยากเห็นธีรทัศน์โวยวายมากไปกว่านี้และไม่รู้ว่าเขาจะสงบเมื่อไหร่ ท้ายที่สุดจึงยอมตกปากรับคำอย่างจำใจ
"เข้าใจแล้วค่ะๆ คุณธีไม่โวยวายนะคะ นิลจะช่วยคุณธีเองค่ะ!"
"ฮึก!"
เพียงเท่านั้นคนที่บอกว่าจะได้รับการช่วยเหลือก็หยุดร้องไห้ราวกับปิดสวิตช์อย่างไรอย่างนั้น ธีรทัศน์มองนิลกาฬตาปอย ขนที่เปียกบ่งบอกว่าเขาร้องไห้จริงๆ
"เจ็บ..."
น้ำเสียงอ่อนอ่อยนั้นทำเอาจิตใจของนิลกาฬอ่อนยวบ เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอย่างทำใจ
เกิดมาอายุยี่สิบปีเธอไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะต้องถอดกางเกงใครสักคนแล้วต้องช่วยเขาปลดปล่อยอารมณ์...
ให้ตายเถอะ น่าอายเป็นบ้าเลย!
นิลกาฬลืมตาขึ้นเมื่อทำใจได้แล้ว เธอสูดอากาศหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกความกล้าให้กับตัวเองก่อนจะขยับตัวนั่งลงคุกเข่าบนพรมพร้อมทั้งค่อยๆ ดึงขอบกางเกงวอร์มที่ธีรทัศน์สวมใส่ด้วยมือสั่นเทา
ท่องเอาไว้ว่าทำเพื่อช่วยเขา! ท่องเอาไว้ว่าทำเพื่อไม่ให้เขาโวยวาย!
นิลกาฬทำใจกล้าก้มหน้ามองส่วนนั้นของธีรทัศน์และเมื่อเห็นความใหญ่ของมันดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดว่าลำกายของเขามันจะใหญ่เทียบเท่ากับข้อมือของเธอเช่นนี้!
บ้าไปแล้ว! เขามีจุ๊ดจู๋ที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง!
เพราะนิลกาฬมัวแต่ตกตะลึงจึงทำให้ธีรทัศน์เกิดความขัดใจ ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายคว้ามือของเธอให้สัมผัสกับท่อนเนื้ออย่างเต็มไม้เต็มมือก่อนจะร้องครางออกมาเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกใหม่
"อ้า~ ดะ ดีจังเลย..."
นิลกาฬกัดริมฝีปากในตอนที่เสียงแหบห้าวร้องครางออกมา หัวใจของเธอมันกำลังเต้นตุบๆ อย่างแรงเพราะความตื่นเต้น ในขณะที่สายตาก็มองสำรวจลำกายของเขาก่อนจะเผลอกลั้นหายใจเมื่อเห็นส่วนลับของเพศชายด้วยตาเนื้อเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่เกิดมาและตายไปหนึ่งรอบนิลกาฬไม่เคยมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี ฉะนั้นสิ่งที่เยียวยาจิตใจของเธอได้คือการอ่านนิยาย หลายเรื่องมีฉากอย่างว่าให้เธอจินตนาการตามแต่ก็คิดไม่ออกว่าเป็นเช่นไร จนกระทั่ง...ได้มาเห็นของจริงด้วยตาเนื้อตัวเอง
เส้นเลือดที่พันรอบลำกายและหัวบานแดงก่ำที่ตรงปลายมีน้ำฉ่ำวาว...ที่สำคัญมือของเธอกอบกุมไม่รอบ เพียงแค่เห็นเท่านั้นมันก็สร้างความครั่นคร้ามให้กับเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากมันเข้ามาอยู่ในตัวเธอจะเป็นเช่นไร...
แหกแน่ๆ
=======================
#ใจอ่อนยอมช่วยเพราะ พอ.มันร้องงอแง ช่วยครั้งหนึ่ง = ช่วยตลอดปัยยยยยยย~