"...!"
แต่ทว่านิลกาฬก็ต้องตกใจกับความคิดของตัวเองก่อนจะสลัดไล่ความคิดนั้นออกไปก่อนจะกลับมาสนใจว่าเธอควรจะทำอะไรต่อไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำอะไรเช่นนี้ ไม่รู้ว่าสิ่งที่จะทำต่อจากนี้จะถูกหรือผิด แต่ขอแค่ให้ธีรทัศน์รู้สึกดีและปลดปล่อยออกมาให้ไวที่สุดก็เป็นพอแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนั้นนิลกาฬจึงเริ่มขยับมือไปตามความยาวของลำกาย เธอพยายามสังเกตดูสีหน้าของธีรทัศน์ว่าเป็นเช่นไรก่อนจะเห็นว่าเขาขบกรามเข้าหากันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ไม่เหมือนคนอายุสมองห้าขวบแหงนเงยขึ้นก่อนจะร้องครางออกมา
"นิล..."
คนที่ถูกร้องครางชื่อนั้นหน้าร้อนผ่าว ไม่คิดเลยว่าธีรทัศน์ในตอนนี้จะให้ความรู้สึกดิบเถื่อนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สองมือของเขาจับที่พักแขนเอาไว้แน่น นิ้วทั้งสิบบีบแน่นจนนิลกาฬกลัวว่ารถเข็นจะพังคามือของเขา ยิ่งเธอขยับมือเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ร่างกายเขาก็ดูเครียดเกร็งมากขึ้นเท่านั้น
"เร็วอีก"
น้ำเสียงแหบห้าวนั้นออกคำสั่งกับเธอก่อนจะก้มหน้ามองนิลกาฬที่รีบขยับมือสาวเร็วขึ้นกว่าเดิมและในตอนนั้นเองที่ศีรษะของเขาแนบกับหัวไหล่ของเธอ
"อ๊ะ!"
นิลกาฬอุทานด้วยความตกใจ ขนอ่อนลุกเกรียวทั้งร่างเมื่อรับรู้ได้ถึงซี่ฟันที่ขบตรงข้างลำคอของเธอสลับกับดูดดึงอย่างแรงจนเธอเจ็บจี๊ด ยังไม่ทันจะเอ่ยปากห้ามปรามธีรทัศน์ก็ร้องครางเสียงต่ำในลำคอ
"อื้อ!"
เจ้าของร่างกายกำยำเกิดเกร็งกระตุกขึ้นมา ลำกายใหญ่ที่ทั้งแข็งทั้งร้อนในอุ้งมือเธอกระตุกถี่ๆ พร้อมกับพ่นน้ำอะไรบางอย่างที่ทั้งเหลวทั้งขุ่นออกมา มันกระเด็นโดนเสื้อบริเวณหน้าอกของเธอและเลอะเทอะตามนิ้วมือ
ธีรทัศน์รีบผละตัวออกจากลำคอของนิลกาฬและเมื่อเห็นรอยแดงตรงลำคอของเธอ รวมถึงคราบสกปรกที่เขาทำเลอะก็เกิดอาการตื่นตระหนกร้อนรนขึ้นมา
"ขะ ขอโทษ อย่าตีนะ อย่าตี!"
แววตาธีรทัศน์เหมือนคนวิตกกังวลหวาดกลัว เขาหันซ้ายหันขวามองหากระดาษทิชชูและเมื่อเห็นมันอยู่ไม่ไกลจึงรีบคว้ามาเช็ดมือให้กับนิลกาฬด้วยมือสั่นเทาราวกับกลัวความผิด ในขณะที่นิลกาฬไม่ได้รู้สึกโกรธเขาสักนิด ทั้งยังต้องเอ่ยปลอบคนตัวโตไม่ให้สติเตลิดมากไปกว่านี้
"ชู่ว~ ใจเย็นๆ ค่ะคุณธี นิลไม่ได้จะตีคุณธีนะคะ อยู่กับนิล...ไม่ต้องกลัวอะไรค่ะ"
มือไม้ที่กำลังสั่นเทาของธีรทัศน์ชะงักนิ่งไป เขาเหลือบตามองนิลกาฬที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเห็นว่าเธอไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธกันแต่อย่างใด กลับกัน...เธอกำลังยิ้มให้เขาอย่างคนใจดีและในตอนนั้นเองที่เขาดึงเธอเข้ามาสวมกอดโดยไม่สนใจว่าเสื้อตัวเองจะเลอะเทอะสกปรกตามเธอแต่อย่างใด
"ขอโทษ...”
นิลกาฬที่ถูกสวมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัวและได้ยินคำขอโทษเป็นครั้งแรกเกิดอาการนิ่งอึ้งไปชั่วขณะแต่เมื่อตั้งสติได้ก็ลูบหลังของเขาเบาๆ อย่างปลอบประโลม
เอาเถอะ คิดเสียว่าที่ทำลงไปเป็นการช่วยเขาปลดปล่อยอารมณ์ก็แล้วกัน...อย่างไรธีรทัศน์ที่เป็นอย่างนี้ดีกว่าตอนโวยวายและอาละวาดเป็นไหนๆ
::
::
นิลกาฬแยกย้ายกับธีรทัศน์เพื่อจัดการตัวเอง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ในขณะที่ธีรทัศน์ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เช่นกัน
นิลกาฬกับธีรทัศน์ใช้เวลาหลังจากนั้นด้วยกัน ครั้งนี้เธอไม่ให้เขาดูการ์ตูนแล้วแต่ให้เขาพัฒนาการสมองและสมาธิด้วยการระบายสีภาพวาดตามหมายเลขจากเฟรมผ้าใบ
ของธีรทัศน์จะเป็นภาพวาดง่ายๆ ในขณะที่ของเธอนั้นเพิ่มความยากและความละเอียดของภาพมากขึ้น ทั้งสองใช้เวลาไปกับตรงนี้เกือบทั้งวัน ถ้าไม่ใช่เพราะธีรทัศน์บ่นว่าหิวเธอก็คงไม่หยุดระบายสีง่ายๆ
เมื่อได้ทำแล้วมันเพลินเกือบลืมเวลาไปเลยและในตอนที่ทั้งสองคนกำลังทานข้าวด้วยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้น
นิลกาฬเปิดประตูไปดูก็เห็นว่าเป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง เขาใส่เสื้อลายสก๊อตและใส่หมวกสานใบเก่าๆ ใบหน้าถูกปกปิดเอาไว้ด้วยหน้ากากกันแดดจึงเหลือเพียงดวงตาที่เธอสามารถมองเห็น
"คุณหญิงให้ผมเอารถเข็นไฟฟ้ามาส่งครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
นิลกาฬไม่ได้ตั้งแง่กับคนสวน เธอยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทานข้าวอยู่และยังมีแกงในหม้อที่เหลืออยู่
"รอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวลุงเอามื้อเย็นไปด้วยนะ"
ลุงคนสวนยังไม่ทันจะห้ามปรามใดๆ นิลกาฬก็วิ่งหายเข้าไปในบ้าน ส่วนเขาก็ยกรถเข็นไฟฟ้าคันใหม่เข้าบ้านให้เธอ
แม้จะเคยเห็นภายในบ้านหลังนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกวาดตามองดูรอบๆ ห้องนั่งเล่นก่อนจะสบตาเข้ากับใครบางคนที่มองมาพอดี
"เอารถเข็นมาส่ง"
"..."
ธีรทัศน์ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไป เขาก้มหน้าลงและกินข้าวอย่างเงียบๆ อีกครั้งในขณะที่คนสวนหลังจากเอารถเข็นเข้าไปไว้ให้แล้วเขาก็ออกมารอตรงชานบ้าน
ไม่ถึงสองนาทีนิลกาฬก็ออกมาพร้อมกับถือถุงแกงและข้าวสวย
"เอาไปทานนะคะ"
"ขอบคุณครับ"
ลุงคนสวนไม่ปฏิเสธ แม่น้ำเสียงจะฟังดูกระด้างแต่แววตาที่มองมาไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ
คล้อยหลังลุงคนสวนกลับไปนิลกาฬก็กลับมาทานข้าวต่อ เธอเพิ่งเห็นว่าธีรทัศน์ยังทานข้าวไม่หมดทั้งที่ปกติแล้วเขาน่าจะกินหมดแล้วด้วยซ้ำ แต่ทว่าตอนนี้เขาดูละเมียดละไมกับการกินมาก
"อิ่มแล้วเหรอคะ? หรือกับข้าวไม่ถูกปาก?"
ธีรทัศน์เหลือบตามองนิลกาฬก่อนจะตอบกลับเสียงอ้อมแอ้ม "รอกินพร้อมกัน..."
คำตอบสั้นๆ แต่ทำเอานิลกาฬนิ่งงันไปหลายวินาที หัวใจดวงน้อยเกินเต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะพูดอะไรเช่นนี้ออกมาเป็นด้วย
จะว่าไปแล้ว...ถ้านี่เป็นสมองเด็กวัยห้าขวบ ก็นับว่าเป็นเด็กห้าขวบที่รู้เรื่องมากว่าอะไรเป็นอะไร
"กินข้าวเถอะค่ะ"
ธีรทัศน์พยักหน้าหงึกๆ และเริ่มลงมือกินข้าวอีกครั้งพร้อมกับนิลกาฬที่มองเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
::
::
ก่อนจะแยกเข้าห้องนอนนิลกาฬได้เช็กดูแล้วว่ารถเข็นคันใหม่ไม่มีปัญหา ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มได้เวลาที่ธีรทัศน์จะต้องอาบน้ำแล้ว เธอจึงเข้าห้องนอนเขาเพื่อตระเตรียมชุดนอนให้เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนตัวเองก็กลับห้องนอนและอาบน้ำเช่นกัน แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมากลับเห็นธีรทัศน์นั่งเหยียดขากอดหมอนอยู่กลางเตียง
เขามองเธอด้วยแววตาใสแป๋ว ในขณะที่เธอนั้นตกใจเล็กน้อยกับการที่เห็นเขาอยู่ในห้อง โชคดีที่เธอเปลี่ยนชุดนอนตั้งแต่ในห้องน้ำแล้วเพราะอย่างนั้นจึงเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ต้องเคอะเขินแต่อย่างใด
"มาทำอะไรที่ห้องของนิลคะคุณธี?”
นิลกาฬเดินมาหยุดตรงหน้าธีรทัศน์ที่ยังคงมองเธอด้วยสีหน้าไม่มีพิษมีภัยอะไร
"นอนด้วย"
"ไม่ได้นะคะ คุณธีต้องนอนที่ห้องตัวเองสิคะ"
ธีรทัศน์มีสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นลุกวาวพร้อมกับโพล่งประโยคหนึ่งออกมาที่ชวนคนฟังใจกระตุก
"เป็นผัวเมียกันก็ต้องนอนห้องเดียวกัน!"
"...!"
"เป็นผัวเมียก็ต้องนอนห้องเดียวกัน! เป็นผัวเมียก็ต้องนอนด้วยกันสิ นอนด้วยกันๆๆๆ!!!"
ธีรทัศน์ล้มตัวลงนอนกลางเตียงและเริ่มชักดิ้นชักงออย่างคนดื้อดึงอย่างเอาแต่ใจ ประโยคที่พูดซ้ำๆ นั้นไม่ได้เอ่ยออกมาเสียงดังแต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังโวยวายอยู่
แล้วอีกอย่าง...เขาไปเอาคำว่าผัวเมียนั้นมาจากไหนกัน!
นิลกาฬรู้ดีว่าหากเธอปฏิเสธธีรทัศน์เขาจะยิ่งโวยวาย และนิสัยดื้อดึงเอาแต่ใจนั้นทำให้เธอรู้ว่าต่อให้ไล่เขากลับห้องเช่นไรเขาก็ไม่ยอมกลับจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
เขาเป็นคนเอาแต่ใจ นั้นคือสิ่งที่รู้ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่เรือนเล็กแล้ว
"เป็นผัวเมียกันก็ต้องนอนห้องเดียวกัน! เป็นผัวมะ..."
"เข้าใจแล้วค่ะๆ คุณธีนอนกับนิลก็ได้ค่ะ"
เพียงเท่านั้นคนที่โวยวายก็ปิดปากเงียบทันใด ธีรทัศน์กระตุกแขนนิลกาฬเบาๆ แต่เพียงเท่านั้นคนที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ล้มทับตัวเขาที่ตวัดแขนโอบกอดร่างหอมกรุ่นของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ
"ยะ อย่ากอดกันแน่นขนาดนั้นสิคะ เดี๋ยวนิลก็หายใจไม่ออกหรอกค่ะ"
วงแขนคลายออกเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ปล่อยเธอง่ายๆ มิหนำซ้ำยังทำจมูกฟุดฟิดดมคอเธออยู่หลายครั้ง การกระทำของธีรทัศน์ไม่ต่างจากลูกหมาตัวน้อยๆ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาตัวใหญ่กว่าเธอมาก
ใบหน้าคมคายซุกตรงลำคอของเธอและเพียงไม่นานเขาก็แน่นิ่งไปพร้อมกับลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขาหลับไปแล้ว ในขณะที่นิลกาฬเองก็หลับตาลงเช่นกัน
กลิ่นหอมจากเส้นผมที่อยู่ใกล้จมูกทำให้นิลกาฬที่นอนเกร็งอยู่นานหลายนาทีเริ่มผ่อนคลายและอีกไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็เข้าสู่ห้องนิทราพร้อมกับโอบกอดธีรทัศน์เอาไว้
และนั่นเป็นคืนแรกที่เธอนอนหลับสนิทโดยไม่ฝันอะไรเลย...
==================
#สงสัยเครื่องดักฝันทำงานดีก็เลยไม่ฝันร้ายอีก