“อะไรนะตาล พูดใหม่อีกทีสิ ทีฟังไม่ผิดใช่ไหม” นทีคว้าข้อมือบางแน่น ถามย้ำกับแฟนสาวอีกครั้ง ทั้งๆที่น้ำตาลเพิ่งบอกก่อนหน้าเพียงไม่กี่นาที
“รับปริญญาเสร็จ ตาลจะลาออก” เสียงใสย้ำเป็นครั้งที่สอง
“ตาล จะทิ้งทีไปอย่างงั้นเหรอ เราเพิ่งเป็นแฟนกันได้หนึ่งอาทิตย์เองนะ ไม่ไปได้ไหม นะๆๆๆ” ชายหนุ่มทำท่างอแงเหมือนเด็กไม่รู้จักโต
“ที ตาลสัญญากับพ่อเอาไว้แล้ว อีกอย่างถ้าทีคิดถึงตาล วันหยุดทีไปหาก็ได้นี่”
“ทีไม่ชอบกรุงเทพ ตาลก็รู้” ชายหนุ่มสวนกลับ ตั้งแต่น้ำตาลยอมเป็นแฟนกับเขา เขาก็บอกเล่านิสัยว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรทั้งหมดให้หญิงสาวรับรู้ เพราะเขาอยากมีแฟนที่รู้ใจตัวเองไปหมดทุกเรื่อง
“งั้นทีก็ไม่ชอบตาลด้วยสิ ในเมื่อตาลก็เป็นคนกรุงเทพ” น้ำตาลถามกลับบ้าง ทำเอาชายหนุ่มสะอึก พูดอะไรไม่ออก ท่าทางของชายหนุ่มลังเลขึ้นมาทันที
“เราเลิกกันก็ได้นะที ตาลไม่อยากให้เราต้องมาเสียเวลา” หญิงสาวฝืนใจพูดออกมาด้วยความน้อยใจ แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่าความรักระหว่างเขากับเธอคงไปกันไม่รอด ร่างบางพูดเสร็จหันหลังก้าวเดิน
“ไม่นะ ตาล ทีขอโทษ” นทีรีบกอดหญิงสาวจากด้านหลังแขนทั้งสองข้างรัดเอวบางแน่น ใบหน้าซบไหล่มน
“ตาลอย่าพูดแบบนี้สิ ทีขอโทษ แค่กรุงเทพเองทำไมทีจะไปหาตาลไม่ได้ละ”
“ทีพูดแบบนี้ตาลก็สบายใจ ตาลขอโทษนะที่พูดคำนั้นออกมา” ร่างบางหันมากอดชายหนุ่มตอบ เธอทำใจเกือบอาทิตย์ที่จะต้องยื่นใบลาออก พอยื่นเรื่องคนในฝ่ายก็รู้ทันทีโดยเฉพาะจินนี่รีบคาบข่าวไปเล่าให้พนักงานด้วยกันฟังจนรู้กันทั้งบริษัทหมดแล้วรวมถึงนที
“ต่อไปนี้ทีขอใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับตาลนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยร้องขอ น้ำตาลพยักหน้าลงนิดๆ ส่งยิ้มบางก้าวเท้าเดินไปลานจอดรถกับเขา
หลังจากวันนั้นนทีคอยเอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง วันหยุดก็อยู่กับแฟนสาวทั้งวัน ราวกับเป็นปาท่องโก๋
“ที ตื่นเถอะ ใกล้ค่ำแล้วนะ” มือบางปลุกชายหนุ่มตื่น นทีชอบมานอนหลับกลางวันที่หอพักของเธออยู่บ่อยๆ
“ทีขอนอนต่อได้ไหม ไม่อยากไปเลย” เสียงงัวเงียเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มขยับตัวไปมา ค่อยๆลืมตา ก่อนจะดึงร่างบางลงมานอนบนเตียงด้วยกัน
“ว้าย ที ปล่อยนะ” น้ำตาลร้องตกใจ
“ทีอยากนอนกอดตาลแบบนี้นี่ ตาลใจร้ายทีมาหาตั้งหลายครั้ง ตาลก็ไม่มานอนกับทีเลย”
“ตาลกลัวนี่”หญิงสาวพูดเสียงสั่น แก้มแดงใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“กลัวอะไรละครับ หืม” ดวงตาสีดำจ้องมองใบหน้าหวานรอคำตอบ
“กลัวทีปล้ำ” น้ำตาลตอบตามจริง ทำเอาชายหนุ่มหลุดขำกับนิสัยตรงไปตรงมาของเธอ
“แบบนี้ ทีปล้ำเลยดีไหม” ว่าแล้วร่างหนายกตัวคร่อมทับบนกายสาว ท่าทางทีเล่นทีจริง จนใบหน้าหวานแดงกล่ำ
“ปล่อยนะ ไม่เอา อย่าทำแบบนี้สิ” ร่างบางนอนสั่นเหมือนลูกนก หลับตาปรี่กลัวนทีจะทำแบบนั้นจริงๆ ขืนเป็นอย่างงั้น ใจของเธอกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือเพราะยังไม่พร้อมที่จะตกเป็นของเขา
“ทีล้อเล่นน่า” เสียงหัวเราะค่อยๆดังขึ้น ชายหนุ่มลุกจากกายสาว ยืนเต็มความสูง น้ำตาลเด้งตัวลุกขึ้นยืนอีกมุมหนึ่ง ท่าทางหวั่นๆไม่ไว้ใจกลัวชายหนุ่มจะทำอะไรแผลงๆอีก
“ทีหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ” หญิงสาวรู้สึกโล่งอก “กลับได้แล้ว”
“ก็ได้ครับ ไว้จะมาหาใหม่นะ” ว่าแล้วเขาโบกมือให้ ส่งยิ้มหวานหันหลังเปิดประตูเดินออกห้องไป น้ำตาลรีบเดินตามปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนาตามนิสัยที่ถูกแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็เดินไปอาบน้ำ เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็จะโทรเข้ามาแล้ว
สามเดือนต่อมา
น้ำตาลเร่งเคลียร์งานทั้งหมด เพื่อจะได้ส่งงานต่อให้คนใหม่ เธอขอออกก่อนล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์เพราะต้องไปซ้อมรับปริญญา ทางฝ่ายเลยจัดงานเลี้ยงส่งก่อนล่วงหน้า
ส่วนนทีไม่ได้ไปร่วมงานด้วย เขาได้รับมอบหมายเดินสายดูแลระบบคอมพิวเตอร์แต่ละสาขาทั่วภาคเหนือเป็นเวลาหนึ่งเดือน
(“ตาล ทีขอโทษนะ ที่ไม่ได้ไปแสดงความยินดีด้วย”) เสียงทุ้มดังจากปลายสาย
“ไม่เป็นไร ทีรอดูรูปแล้วกันเนาะ ตาลจะส่งให้ในไลน์นะ” น้ำตาลพูดปลอบใจแฟนหนุ่ม
(“รับปริญญาเสร็จ ตาลก็จะกลับกรุงเทพเลยใช่ไหม”)
“คงงั้นแหละ เอ่อที ตาลไปก่อนนะ ใกล้จะถึงเวลาซ้อมรับแล้วหละ” หญิงสาวเอ่ยขอตัว นทีจำใจวางสายทั้งๆคุยกันได้ไม่กี่คำ
งานรับปริญญาจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาแสดงความยินดีกับลูกหลานกันอย่างล้นหลาม ภายในเขตมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยซุ้มขายดอกไม้ ของที่ระลึก วางเรียงรายตลอดสองข้างทาง
ทองยิ่ง นารี น้ำเชื่อม เดินเข้ามาภายในเขตมหาวิทยาลัย นารีกับน้ำเชื่อมเลือกซื้อดอกไม้ เพื่อมอบเป็นของขวัญแสดงความยินดี
เมื่อเลือกเสร็จน้ำเชื่อมน้องสาวร่างอวบเดินนำพ่อกับแม่มายังคณะของน้ำตาล ซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลมากนัก
“น้ำเชื่อม” เสียงใสตะโกนเรียกน้องสาว มือโบกไปมา ร่างบางในชุดครุยสีดำวิ่งมาหาครอบครัวอันเป็นที่รัก
“พี่น้ำตาล” น้ำเชื่อมเรียกเสียงดัง ยืนอยู่กับที่รอพี่สาวคนสวยเดินเข้ามาหา นารียื่นดอกไม้ให้พร้อมกล่าวแสดงความยินดี ทองยิ่งเดินเข้ามาสวมกอดลูกสาวคนโตแน่นด้วยความดีใจ
“ถ่ายรูปกันเถอะ” น้ำเชื่อมเอ่ยขึ้นชูกล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่สีดำพร้อมขาตั้งกล้อง จากนั้นทั้งสี่ก็ยืนถ่ายรูป สลับกันถ่ายบ้าง ตามความสะดวก กว่าจะถ่ายรูปเสร็จก็ปาไปเกือบเย็น สักพักเสียงประกาศดังขึ้น
“พ่อ แม่ ตาลเข้าหอประชุมก่อนนะคะ อีกไม่กี่ชั่วโมงตาลก็จะเรียนจบอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว”
“จ้า ลูก พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากที่สุดเลย” ทั้งสี่กอดกันกลมมองแล้วช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเหลือเกิน
หลายชั่วโมงผ่านไป น้ำตาลเดินมาพร้อมกับใบปริญญาบัตร น้ำเชื่อมรีบถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก ทองยิ่ง นารี รีบถ่ายรูปกับลูกสาวคนโตด้วย หลังจากถ่ายภาพกันจนเหนื่อย ทั้งสี่พากันกลับเข้าที่พัก ทองยิ่ง นารี นอนโรงแรมใกล้กับมหาวิทยาลัย ส่วนน้ำเชื่อมขอไปนอนพักกับพี่สาวของตัวเอง
รุ่งเช้า
หลังจากงานรับปริญญาผ่านพ้นไป ทองยิ่ง ยกกระเป๋าใบใหญ่ใส่ในรถ ทั้งสี่ช่วยกันจัดเก็บข้าวของใส่ลงในกระเป๋า บ้างก็ใส่ลงในกล่องกระดาษ น้ำตาล น้ำเชื่อมช่วยกันยกของลงมาจากห้องพัก
“ไปกันเถอะลูก” ทองยิ่งหันมาสั่งลูกสาวคนโต เมื่อทำเรื่องคืนห้องเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว ร่างบางเดินตรงมายังรถยนต์แต่ก็หันกลับมามองหอพักด้วยความรู้สึกใจหาย
หญิงสาวจ้องมองอยู่อย่างนั้นพลันนึกถึงนทีแฟนหนุ่มที่เธอต้องห่างจากเขา ตลอดเวลาที่ได้พูดคุยได้รู้จักกับเขาเธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ห้องพักที่เขามักเข้ามาหลับกลางวันทุกครั้งในวันหยุด ช่างเป็นช่วงเวลาแสนสุขเหลือเกิน ต่อไปนี้คงไม่มีอีกแล้ว น้ำตาลจ้องมองได้ไม่นานรีบตัดใจหันหลังเดินเข้าไปนั่งในรถ
เมื่อทุกคนขึ้นรถกันเสร็จหมดเรียบร้อย ทองยิ่งก็ขับรถ มุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพ ที่มีบ้านแสนอบอุ่น