อีคอน -12 คำขู่

1219 Words
“สนุกมากเลย ขอบคุณนะคะ” เมเบลยิ้มหวาน ขณะรถคันหรูของอาทิตย์แล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์ใหญ่ หล่อนรู้สึกมีความสุข วันนี้ทั้งวันอาทิตย์ตามใจไม่หยุดไม่หย่อน เสมือนมีเวลาเหลือมาก กับสิ่งที่หล่อนโปรดปราน แถมยังพาหล่อนไปเที่ยวสถานที่ต่างๆด้วย ซึ่งความรู้สึกนี้หล่อนเองก็จำไม่ได้แล้วครั้งสุดท้ายมีตั้งแต่เมื่อไหร่ “หืม.. ไม่บอก...พี่ก็รู้” อาทิตย์ขยิบตายิ้มทะเล้น เขาค่อนข้างจะถนัดต่อสิ่งมหัสจรรย์ที่สามารถสร้างรอยยิ้มไม่มีหุบให้แก่ผู้หญิง นอกจากการกิน การเดิน Shop แล้วนั้น มีอีกสิ่งที่สตรีส่วนใหญ่มักชอบกัน ตรงมีตากล้องส่วนตัวนี่แหละ “ไว้เมเบลจะส่งรูปที่เราถ่ายด้วยกันให้ทีหลังนะคะ” “ได้สิ ว่าแต่.. ทำไมไม่ส่งตอนนี้เลยล่ะ เมเบลก็มีเบอร์พี่นี่” อาทิตย์แกล้งถาม มองสาวข้างๆกำลังนั่งรูดจอโทรศัพท์ดูรูปตัวเองอย่างพึงพอใจ รู้สึกเอ็นดูหล่อนมากกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะหล่อนคือน้องสาว คนที่เคยเล่นด้วยสมัยยังเด็ก เขาชอบความหวานนัยย์ดวงตาคู่สวยนั้น ที่จะเปลี่ยนเป็นพระจันทร์เสี้ยวต่อเมื่อเจ้าของของมันยิ้มกว้าง โชว์ฟันซี่เล็กเรียงสวยปานโลกนี้สดใสขึ้นมาทันตา ต่อให้ก่อนหน้ามีฝนตั้งเค้ามาเตรียมกระหน่ำตกลงมาก็ตาม หล่อนเป็นคนน่ารัก ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก การที่เขาได้มารู้จักแถมอยู่ชิดใกล้นั้นนับว่าโชคดีมาก ซึ่งคงไม่ทำให้เขาภูมิใจเท่ากับการจะได้เป็นสามีของเธอในอนาคตด้วย เด็กคนนี้คือความฝัน ที่เขาอยากจะทะนุถนอมที่สุด ไม่ใช่แค่สนุกไปวันๆ เฉกเช่นผู้หญิงมากมายที่เขาผ่านมา กับเธอเขานั้นจริงจังมาก “เพราะเมเบลต้องเลือกรูปก่อนน่ะซี... จะต้องเอารูปที่ดูดีที่สุด สวยที่สุด และที่สำคัญ มุมที่ถ่ายเมเบลจะต้องดูไม่อ้วนด้วย” หล่อนชี้แจงอย่างตั้งใจ “ทำไมมันดูเรื่องเยอะแบบนี้ละครับ กับอีแค่รูป” อาทิตย์ถามยิ้มหนักไปทางขัน แต่ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่ตลกกับเขาเท่าไหร่ กดปุ่มปิดหน้าจอด้านข้าง เพื่อจะหันมาอธิบาย ท่าทางจริงจังมากกว่าเดิม “ ไม่ใช่นะคะ รูปที่เราเลือก และคิดว่าดูดีที่สุด มันก็มีส่วนทำให้เรามีความสุข นานวันไปกลับมาดู เราจะยังคงจำความรู้สึกที่เลือกได้ในวันนั้น” อาทิตย์เลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนสนเท่ห์ แต่ยังคงมีรอยยิ้มบนหน้า “โอเคครับ พี่เข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็... ฝันดีนะ” “ค่ะ เช่นนะคะ” ฝีเท้าห่อหุ้มภายใต้รองเท้าส้นสูง สีแดงเข้มดุจไฟเพลิง ส้นเข็มตอกพื้นเป็นจังหวะเข้าไปเรื่อยๆภายในบ้าน พลันชะงักกึก เมื่อเจอบางคนด้วยสีหน้าไม่รับแขก “ทำไมถึงกลับมาคนเดียว แล้วอเล็กซ์ล่ะ” “พ่อฉันน่ะหรือ...” กระตุกยิ้มร้าย “ตอนนี้คงกำลังมีความสุขมากมายเลยเชียวล่ะ" ประโยคหลัง เมเบลกระซิบพร้อมเดินสวนกระแทกไหล่ “เวลาไม่มีเธอ “ สร้างความโกรธให้วีนัสมากไม่น้อย เผลอกระทืบเท้าอยู่ข้างหลัง ขณะเมเบลนั้นยักไหล่ “ นังบ้า!!! ” ความวีนแหลกที่มีอยู่ในใจ ส่งผลให้เมเบลหูร้อนหัวร้อนทุกครั้งยามเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง คฤหาสน์ออกจะกว้างใหญ่ พื้นที่เดินเป็นชั่วโมงยังจะไม่ทั่ว ยังหาเรื่องมาปะทะกันจนได้ แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าจงใจ แล้วจะต้องเรียกว่าอะไรกัน จนกระทั่งถึงห้องนอนของตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตมีใครคนหนึ่งเดินตามหลังมาติดๆ นับตั้งแต่ทางสามแพร่งแบ่งแยกระหว่างโซนบันไดขึ้นมายังทางเดินห้องนอน มารู้ตัวอีกที ก็ตอนประตูเปิดออก แล้วถูกร่างนั้นแทรกตามเข้ามาด้วย “ดีแลน!” หล่อนตกใจหนัก แต่กลับร้องเสียงดังไม่ได้ “ ใช่ ผมเอง มาคุยกันหน่อย..” “ออกไปนะ!” “ไม่ทันแล้วคุณหนู” บานประตูเดิมถูกปิดลง พร้อมชะตากรรมของหล่อนที่รู้ตัวว่า กำลังจะขาดสะบั้นอีกไม่ช้า ด้วยฝีมือของคนมาเยือน อีคอนมองหน้าสะสวยนั้นตาแข็งกร้าว เสมือนมัจจุราชหวังคร่าชีวิต “ออกไปกับพ่อ แต่กลับมากับหมอนั่น มันหมายความยังไง” และคำถามที่ทำหล่อนงง “กลับมากับใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ” “ไม่เกี่ยวเหรอ งั้นก็ได้ เดี๋ยวจะทำให้เกี่ยวอีกสักรอบ” “นี่หยุดนะ ที่นี่บ้านฉัน อย่ามาทำอะไรรุ่มร่ามนะ” “บ้านคุณแล้วเกี่ยวอะไรกับผมด้วย” เขาย้อน หญิงสาวเม้มปากแน่น ไม่พูดต่อ “ถามว่ามากับมันได้ยังไง” “พี่อาทิตย์เป็นคู่หมั้นฉัน ฉันจะกลับมากับเขาก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน นายนั่นแหละมีสิทธิ์อะไรไปเรียกเขาแบบนั้น” เมเบลเชิดหน้าราวกับคนไม่เกรงกลัว หากแต่เท้าเล็กก้าวถอยหลังออกไป ในจังหวะอีคอนยกยิ้ม ดวงตาคมกริบกว่าเดิม “ผมเองก็ไม่อยากจะโอ้อวดหลายครั้งนักหรอก ถึงสิทธิ์ความเป็นผัว เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจสักเท่าไหร่” อีคอนข่มเสียงต่ำ ยกยิ้มดูถูก สร้างความอับอายให้หล่อนไม่น้อย ขณะร่างหนาเดินตามเข้ามาเรื่อยๆ จนหล่อนใกล้เป็นหนูติดจั๋น “มันจะมากเกินไปแล้วนะดีแลน” “มากเหรอ น้อยไปด้วยซ้ำ” เขาสวนทันควัน ตามองหล่อนนิ่ง “ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง...” เมเบลหาจังหวะถอยหนี หล่อนสอดส่องช่องทางเอาตัวรอด ทว่าเหมือนจนปัญญา เพราะล่าสุดหลังหล่อนถอยไปชนขอบเตียงแล้ว “ได้สิ ถ้าคิดว่าหนีรอด ตัวแค่นี้ จะมีปัญญาอะไร” อีคอนยิ้มร้าย “อย่านะ....อย่าเข้ามา...” “ถ้าคุณเชื่อฟัง ผมอาจเห็นใจคุณขึ้นมาก็ได้” คำพูดของเขาถึงกับทำเมเบลกลืนน้ำลายฝืดคอ “เชื่อฟังงั้นหรือ เชื่อฟังอะไร.. จะให้ฉันทำอะไรอีก ไม่เอาแล้วนะ! ถ้าคุณพ่อจับได้ขึ้นมา..” หล่อนหยุดพูดเพราะการยกยิ้มของคนฟัง หญิงสาวขึงตาขึ้น เปลี่ยนหน้าวิตกกังวลเป็นเกรงกลัวการกระทำเขา “กลัวพ่อขนาดนั้นเลยหรือ จะบอกให้นะคุณหนู คนที่คุณควรกลัวมันคือผม เพราะคุณจะไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่า ผมจะทำอะไรกับคุณบ้าง รู้ไหมแผนการทำลายล้างคนที่นี่มีเต็มหัว..” “ฉันไปทำอะไรให้นาย! ถึงได้ทำกับฉันแบบนี้?!” “คุณเปล่า แต่พ่อคุณทำ” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย” “บอกแล้วไงว่า ว่าคุณนั้นเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพ่อของคุณกับผม” “สะพานเชื่อมบ้าบออะไรกัน ฉันไม่ผิด ถ้าพ่อฉันผิด คุณก็ไปทำกับเขาสิ!” อีคอนถึงกับเงียบ “ว้าว..ลูกรักจริงๆ ผมละเชื่อเลย คุณนี่มัน..” เขาแค่นหัวเราะ ทึ่งในคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า ไม่นานหญิงสาวก็ร้องเสียงหลง ก็ตอนเขาถลาเข้าไป ดึงแขนเธอเข้าไปหาตัวเอง “ช่างเถอะ มานี่ดีกว่า” “ว้าย!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD