บริเวณลานกว้างด้านหน้าประตูทางเข้าหลักของโรงกลั่นน้ำมันเกาเกิง ซึ่งห่างออกมาจากโซนอันตรายเพียงไม่กี่ร้อยเมตร บัดนี้แปรสภาพเป็นค่ายอพยพชั่วคราวที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความหวาดกลัว ฝุ่นละอองสีน้ำตาลแดงที่ถูกเตะฟุ้งขึ้นมาจากฝีเท้าของคนนับร้อยยังคงลอยคว้างอยู่ในอากาศ บดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายให้ดูขมุกขมัวราวกับโลกกำลังจะถึงกาลอวสาน พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรระดับสูงในชุดสูท หรือกรรมกรแบกหามในชุดเปื้อนน้ำมัน ต่างทิ้งศักดิ์ศรีและสถานะทางสังคมลงจนหมดสิ้น ทุกคนทำตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานด้วยการหมอบราบลงกับพื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุ หรือซุกตัวหลบอยู่หลังแนวคันดินและกำแพงรั้ว มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมศีรษะแน่นเพื่อป้องกันแรงกระแทกจากคลื่นช็อกเวฟที่คาดว่าจะพุ่งเข้ามาถล่มในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เสียงไซเรนเตือนภัยที่ยังคงดังก้องกังวาน วี้หว่อ! วี้หว่อ! เปรียบเสมือนจังหวะนับถอยหลังสู่ความตาย

