“นี่! คุณปล่อยฉันได้แล้วค่ะ!”
สองมือของลิปดาผลักอกเขาออก แต่ร่างสูงกลับรัดเธอแน่นไม่ขยับ
“ผมอุตส่าห์ช่วยคุณ ไม่อย่างนั้นคุณคงชนผมล้มไปกองกับพื้นแล้ว”
“ฉันต้องขอบคุณ..คุณ? ...ว่างั้น”
เขาพยักหน้าแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนฉ่ารดบนแก้มเนียนของเธอ
ลิปดาหน้าแดงฉ่า ในชีวิตเธอไม่เคยใกล้ผู้ชายแบบนี้
เธอสบตาเขา และรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวที่สุดที่เธอเคยเจอ
เธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยคำสั้น ๆ
“ขะ…ขอบคุณค่ะ ปล่อยฉันได้แล้ว”
เขายังคงจ้องเธอไม่ขยับ ลิปดาพยายามมองหาคนมาช่วย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
“มองหาใครก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก…ถ้าผมไม่ต้องการให้เข้ามา”
“คุณหมายความว่าอะไร?”
“ที่นี่ ผมคุม” เขายิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์
“คุณต้องการอะไร ที่ตามฉันมาแบบนี้?”
“ก็ดูออกนี่ว่าผมตามคุณมา”
แรงอ้อมแขนของเขากระชับแน่นขึ้นอีก
“ชื่ออะไร”
ลิปดาเมินหน้า ใจสั่นกลัว แต่ต้องข่มใจไม่ให้เขาได้ใจ
“ผมถาม...ตอบ” เขาทำเสียงเข้มจนเธอรู้สึกหวั่นใจ
“ลิปดาค่ะ”
“อืม…ชื่อน่ารักดี ผมสนใจคุณนะ...คืนนี้ไปกับผม คุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บอกมาได้”
ลิปดาโกรธจัด น้ำตาคลอ มือพยายามทุบอกเขา แต่ร่างสูงแข็งแรงเกินไป
“ฉันแค่มาเที่ยวกับเพื่อนไม่ได้มาขาย คุณน่าจะเข้าใจผิด…ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
เขายิ้มเยาะหยัน
“อ่อ จะโก่งค่าตัวเพิ่ม ว่างั้นเถอะ…พูดมาก่อน อยากได้เท่าไหร่ เดี๋ยวผมเพิ่มให้”
ลมหายใจลิปดาถี่รัว น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“ถ้าคุณไม่ปล่อยฉัน ฉันจะร้องให้คนช่วยจริง ๆ ด้วย”
เขายังคงยิ้ม
“ก็อยากรู้ว่าใครจะกล้ามาช่วย หึหึ”
ลิปดารู้สึกได้ทันทีว่า ชายคนนี้ต้องมีอิทธิพลไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้… ความรู้สึกหวั่นเกรงบีบคั้นหัวใจ จนเธอต้องพยายามปรับน้ำเสียงให้สุภาพ พูดดีกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ได้โปรด…ปล่อยฉันเถอะนะคะ ฉันมีแฟนแล้ว ไม่อยากมีปัญหากับแฟน”
“มีแฟนก็ไปเลิกกับแฟน คนอย่างมาร์ค หากต้องการแล้ว…ต้องได้”
ลิปดาโกรธจัด หัวใจร้อนรุ่ม เธอดิ้นสุดตัวเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนเขา
“ปล่อยฉันนะ ไอ้โรคจิต! เกิดมาไม่เคยเจอใครบ้าบิ่นแบบคุณเลย! คนเห็นแก่ตัวไม่มีศีลธรรม…ปล่อยฉัน!”
เธอหวีดดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขน แต่ยังไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือ เขาโอบรัดดันเธอเข้าหากำแพง แล้วจูบเธอเก็บเสียงทันที
“อื้ม…”
“เพี้ย!”
ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดลงบนใบหน้าของเข้าอย่างแรง
“ไอ้คนเลว!”
เขาจับที่มุมปากที่เริ่มมีเลือดออก ลิปดาตกใจจนใจสั่น เธอตบเขาเลือดกบปากขนาดนั้น เขาต้องโกรธเธอแน่ เธอถอยหลัง หายใจถี่ ใจเต้นรัว ขาที่ควรจะก้าวหนีแทบไม่เหลือแรง
ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดเดียว ผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยม ถ้าเขาตัดสินใจทำร้าย เธอคงไม่รอดแน่ ๆ
ใจของลิปดาเต็มไปด้วยความกลัว ลมหายใจถี่รัวจนแทบหยุดหายใจ ทุกสิ่งรอบตัวเหมือนหมุนวนวิงเวียนไปหมด
ร่างของเธอทรุดลงจนเป็นลม โชคดีที่เขารับเธอไว้ทันพอดี
“ลิปดา...นี่คุณกลัวผมจนหมดสติไปเลยหรือ”
เขาพึมพำก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา แล้วพาเธอไปยังห้องพยาบาล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาดูห่วงใยผู้หญิงแบบนี้
มาร์คบอกกริชให้บอดี้การ์ดไปตามเพื่อนของเธอมายังห้องพยาบาลของผับ
“ลิปดา... ลิปดา รู้สึกตัวไหมนี่”
เสียงแก้มบุ๋มดังขึ้นพร้อมแรงเขย่าเบา ๆ
ร่างเล็กค่อย ๆ ขยับ เปลือกตากระพริบช้า ๆ ก่อนภาพเพดานสีขาวของห้องพยาบาลฉุกเฉินจะปรากฏตรงหน้า แสงไฟสลัวสะท้อนเข้าดวงตา ลิปดามองเห็นเงาเพื่อนสนิททั้งสองยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
“แก้มบุ๋ม... ยี่หวา...” เสียงเธอแหบพร่า ขณะที่พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ความอ่อนแรงยังถาโถม ร่างกายสั่นเทา มือเผลอกุมอกตัวเองแน่น ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังหลอนอยู่ไม่หาย
“ลิปดา เป็นอะไร ทำไมถึงเป็นลมไปแบบนั้น”
แก้มบุ๋มถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ลิปดากวาดสายตามองรอบห้อง เห็นเพียงเพื่อนสนิททั้งสอง ไม่มีเงาของชายคนนั้น ความลังเลแวบเข้ามาเธอควรบอกเรื่องที่ถูกขโมยจูบหรือไม่?
“ตอนที่ลิปดาออกไปคุยโทรศัพท์... มีผู้ชายคนหนึ่งตามมา” เธอหยุดไปเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคอ
“แล้วไงต่อ” ยี่หวารีบเร่ง สีหน้ารอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“แล้ว... ลิปดาตกใจ ก็เลยเป็นลมไป ว่าแต่... พวกเธอตามลิปดามาเจอได้ยังไง?”
“ก็เจ้าของผับไง เขาให้ลูกน้องมาตามบอกว่าเพื่อนเป็นลม เราก็รีบมา”
แก้มบุ๋มตอบ พลางบีบมือลิปดาเบา ๆ
“เจ้า... ของผับ?” ลิปดาทวนช้า ๆ
“ใช่ คุณกริช เจ้าของผับ เขาดูหล่อก็หล่อนะ แต่ท่าทางขี้เก๊กไปหน่อย”
แก้มบุ๋มหยอก ทั้งที่ยังจับมือเพื่อนไม่ปล่อย
“เรา... กลับบ้านกันเถอะ” ลิปดาพึมพำเสียงสั่น “ลิปดาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
“ได้ ๆ เดี๋ยวยี่หวาให้คนรถไปส่ง จะได้ไม่ต้องรบกวนพี่พอล ดึกขนาดนี้แล้ว”
“แหม... ห่วงจังนะ พี่พอลน่ะ คุณยี่หวา~”
แก้มบุ๋มแซว ทำเอาเพื่อนอีกคนหน้าแดงน้อย ๆ ก่อนทั้งสามพากันออกจากห้องพยาบาล
...โดยที่ไม่รู้เลยว่า บนชั้น VIP ของผับแห่งนั้น มีสายตาคมกริบคู่นึงจับจ้องตามทุกการเคลื่อนไหว มาร์คเอนตัวพิงเก้าอี้ สูบซิการ์อย่างใจเย็น หนังตาหรี่ลงเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เออ... มองสาวงามอย่างกับจะกลืนกินเขาอยู่แล้ว ไม่ละสายตาเลยนะมึง ไอ้มาร์ค”
กริชเพื่อนสนิทเอ่ยแซว พลางยกแก้วขึ้นจิบ รู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงหน้าไหน
มาร์คหัวเราะเบา ๆ แต่แววตากลับแน่วแน่ไม่เหมือนเคย
“เธอน่ารัก... เด็ดเดี่ยว ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เคยเจอ” เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“กูชอบคนนี้—แล้วก็จะเอาเธอมาเป็นเมียกูให้ได้”
กริชแทบสำลัก เหลือบมองเพื่อนอย่างเหลือเชื่อ
“อย่าบอกนะ... ที่น้องเขาเป็นลม แล้วมึงอุ้มเข้าห้องพยาบาล... เพราะมึงทำอะไรเขา”
มาร์คเพียงเลิกคิ้ว ยักไหล่ตอบเรียบ ๆ
“อืม...”
“เวรแล้วไอ้มาร์ค! เมื่อก่อนผู้หญิงวิ่งเข้าหามึงไม่ขาด แต่ตอนนี้กลับเป็นมึงที่ออกล่าเอง มึงทำอะไรวะ?”
กริชเสียงเข้มขึ้นด้วยทั้งตกใจและไม่อยากให้เพื่อนก่อเรื่องใหญ่
“ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก...” มาร์คเอนตัวไปข้างหลัง ดวงตาคมวาววับ “แค่จูบ”
“มึงบ้าไปแล้วรึไง ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ กล้าลงมือแบบนั้น มึงนี่มัน...”
กริชสบถเสียงต่ำ รู้ดีว่ามาร์ค ไม่เคย เป็นแบบนี้กับใครมาก่อน
แต่มาร์คกลับยิ้มกว้างขึ้น ยกแก้วขึ้นจิบไวน์ช้า ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ หนักแน่น ราวกับคำประกาศิต
“กูบอกแล้วว่ากูชอบ... และกูต้องได้เธอมา ไม่ว่ายังไงก็ตามลิปดา”