ลิปดาอยู่ในห้องน้ำสักพัก เสียงทุ้มของมาร์คดังทะลุประตูเข้ามา
“เสื้อผ้าของคุณผมให้คนจัดซื้อมาเรียบร้อยแล้ว อยู่ข้างนอกนะ ถ้าอยากอาบน้ำก็ไปเปลี่ยนได้เลย”
เขาตะโกนบอก ก่อนจะเดินออกไปยังห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง
ลิปดาเบิกตาเมื่อก้าวออกมา เห็นชุดเดรสสีหวานหลายชุดวางเรียงรายอยู่ ชุดชั้นในยกทรงที่พอดีกับไซส์ของเธออย่างประณีต ดูแล้วชัดเจนว่าเขาใส่ใจในรายละเอียดของเธอมากกว่าที่เธอคิด
เธอถอนหายใจเบา ๆ ในใจ
“จริง ๆ เขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายนะ…ถ้าเราจะรักเขา แต่เขาเป็นมาเฟีย…คงเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นไปแล้วล่ะมั้ง”
ลิปดาเลือกชุดเดรสหนึ่งชุด พลางหยิบขึ้นมา ก่อนจะก้าวไปอาบน้ำ ปล่อยให้ความคิดสับสนปะปนกับความอบอุ่นเล็ก ๆ จากความใส่ใจของเขา
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ลิปดาเดินไปยัง โต๊ะอาหาร ที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อย
“เชิญค่ะคุณผู้หญิง”
เสียงสุภาพของหลิง แม่บ้านวัยกลางคนดังขึ้น ทำเอาลิปดาอดอมยิ้มไม่ได้
“ป้าค่ะ เรียกลิปดาก็ได้ค่ะ ไม่ต้องคุณผู้หญิงอะไรเลย”
หลิงพยักหน้า แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร มาร์คก็ตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เร่งรีบเล็กน้อย
“นั่งเถอะ ทานข้าว ผมหิวแล้ว”
ลิปดาหันขวับมามองเขา พร้อมสายตาค้อนใส่ ก่อนจะนั่งลงรอให้แม่บ้านตัก ข้าวต้มกุ้ง ให้เธอ
เธอมองอาหารนิ่งไปสักพัก จนมาร์คสังเกตเห็น
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่ทานล่ะ”
น้ำเสียงเขาแฝงความเป็นห่วง
ลิปดาก้มหน้าเล็กน้อย
“เอ่อ…ฉันแพ้กุ้งค่ะ”
มาร์คพยักหน้าแล้วหันไปพูดกับป้าหลิงอย่างใส่ใจ
“ป้าครับ เดี๋ยวช่วยทำข้าวต้มหมูให้คุณผู้หญิงหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะคุณผู้ชาย”
ลิปดาส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าค่ะ เดี๋ยวลิปดาทานขนมปังกับนมก็ได้ ไม่ต้องลำบาก”
หลิงยิ้มอ่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ลำบากเลย รอสักครู่นะคะ”
มาร์คมองลิปดาอย่างเอ็นดู
“อยู่ที่นี่ไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะคุณคือผู้หญิงของผม ทุกคนต้องเกรงใจคุณ”
ลิปดาเบี่ยงหน้า
“ผู้หญิงของคุณ…คนที่เท่าไหร่ค่ะ ฉันไม่ได้อยากต้องใช้ผู้ชายร่วมกับใคร”
เขายิ้มมุมปาก ท่าทีมั่นใจ
“แล้วคุณมีสิทธิ์เลือกขนาดนั้นหรือ…หึ”
เธอสบตาเขา รู้ดีว่าสถานะของเธอไม่มีสิทธิ์จะเลือก
ลิปดาลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร เดินไปยังมุมห้องนั่งเล่น
ทันใดนั้น เสียง
“เหมียว เหมียว” ดังขึ้น แมวสีน้ำตาลตัวโตวิ่งมาหาเธออ้อน ๆ ที่เท้า
เธอก้มลง เกาคางมันเบา ๆ
“เป็นแมวที่นี่เหรอ ชื่ออะไรนะ ทำไมตัวอ้วนตุ่นจังเลย น่ารักจัง เหมียว ๆ”
สายตาของลิปดาอบอุ่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และแม้แต่มาร์คเองก็อดยิ้มตามไม่ได้
“แมวผมเองครับ ชื่อบรูโน่ ตัวผู้ด้วยนะ คงชอบสาว ๆ อย่างคุณ”
ลิปดาเหลือบตามองเขาอย่างครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย
“บรูโน่มาหาพ่อมา มานี่ พ่อจะแนะนำให้รู้จักแม่ มา ๆ”
บรูโน่กระโดดขึ้นมานอนม้วนตัวบนตักของลิปดา เธอ
ลิปดาหัวเราะเบา ๆ เมื่อบรูโน่ปีนขึ้นมานอนบนตักเธอเหมือนหวงแหนเจ้าของใหม่
“รู้งานซะด้วยนะ บรูโน่…เจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยเรา”
มาร์คยืนกอดอกพิงขอบประตู มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาแฝงความพอใจ มุมปากยกยิ้มทุ้มต่ำเอ่ยออกมา
“ก็คงเหมือนพ่อของมันนั่นแหละ…เจ้าเล่ห์แสนกล”
ลิปดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้าทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความร้อนแล่นขึ้นแก้มจนต้องรีบก้มหน้าลงลูบหัวแมวกลบเกลื่อน
“คุณว่าอะไรนะ”
เขาถามย้ำ
“ฉันหมายถึงแมวนะ…ไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย”
มาร์คหัวเราะเบา ๆ เดินเข้ามาใกล้ ก้มตัวลงลูบหัวบรูโน่ที่ซุกอยู่บนตักเธอ มือใหญ่เกือบจะสัมผัสปลายนิ้วเธอโดยบังเอิญ
“ผมสิ…อยากให้คุณพูดถึงผมมากกว่าเจ้าแมวนี่อีก”
เสียงทุ้มใกล้หูทำให้ลิปดาชะงัก เธอขยับตัวเล็กน้อยอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะที่บรูโน่ส่งเสียงครางเบา ๆ ราวกับชอบใจที่ได้เป็นสะพานเชื่อมสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น…
“เนอะบรูโน่เนอะ ต่อจากนี้ไม่เหงาแล้วสิมีแม่มาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว
เขาพูดพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ สายตาคมยังคงจับจ้องเธอไม่วางตา
บรูโน่ร้องเหมียวเบา ๆ ราวกับกำลังสนับสนุนให้ทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้น
ลิปดาก้มหน้ามองแมวในตัก ก่อนตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความขี้เล่น
“บรูโน่คงมีแม่หลายคนสินะ…งั้นลิปดาเป็นพี่สาวบรูโน่น่าจะดีกว่า”
มาร์คเลิกคิ้ว หัวเราะในลำคอแผ่ว ๆ แต่คำตอบกลับแฝงแววไม่พอใจชัด
“ทำไม…เป็นแม่บรูโนนี่ลำบากมากหรือไง? ถ้าไม่อยากเป็นก็ส่งมันมา ผมไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้มันถ้าไม่รักจริง บรูโน่มานี่…มาหาพ่อมา”
น้ำเสียงจริงจังปนหงุดหงิดทำให้บรรยากาศตึงขึ้นทันที ลิปดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สะบัดปากเบา ๆ
“มาเฟียบ้าอะไร…เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เอาใจไม่ไหวหรอก”
ทันใดนั้น เสียงของนายทิตย์ดังขึ้นจากทางประตู ทำลายบรรยากาศตรงหน้า
“คุณมาร์คครับ…มีสิ่งลุกล้ำเข้ามาในเขตแดน จะให้จัดการเลยไหมครับ?”
แววตาคมวูบแข็งกร้าวขึ้นทันที ริมฝีปากที่เมื่อครู่ยังมีรอยยิ้มกลับกลายเป็นเย็นชา
“เก็บมันได้เลย…ถ้าเอาไว้ มันก็จะกลับมารุกล้ำอีก”
“ครับคุณมาร์ค”
นายทิตย์รับคำสั้น ๆ ก่อนถอยออกไป
คำพูดเย็นเฉียบนั้นทำให้เลือดในกายลิปดาแทบเย็นเฉียบ เธอเผลอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ใบหน้าซีดเผือด ความคิดตีกันวุ่นวายในหัว
“นี่เขาสั่งเก็บคนได้ง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ…โหดเหี้ยมขนาดนี้ ไม่รู้จักบาปบุญเลยสักนิด ถ้าเราทำให้เขาไม่พอใจวันหนึ่ง…เขาอาจสั่งเก็บเราเหมือนกันก็ได้”
“ลิปดา…ลิปดา!”
เสียงทุ้มเรียกซ้ำเมื่อเห็นเธอเหมือนเหม่อลอยไปไกล
“คะ…ค่ะ?” เธอสะดุ้งเฮือก ขานรับทั้งที่เหงื่อซึมออกเต็มหน้าผาก
มาร์คขมวดคิ้ว สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแฝงความห่วงใย เขาขยับเข้ามานั่งใกล้ เอื้อมมือจะสัมผัสหน้าผากเธอ
“ทำไมหน้าซีด…ไม่สบายรึเปล่า?”
เธอรีบถอยหนีโดยไม่ทันคิด ทำให้เขาชะงักค้างไปชั่ววินาที แววตาเจือบาดแผลบางอย่าง
“นี่รังเกียจผม…ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ลิปดารีบส่ายหน้า มือกำชายกระโปรงแน่น
“ปะ…เปล่าค่ะ ฉันแค่…ตกใจ”
“ตกใจอะไร? ผมแค่จะวัดอุณหภูมิเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่ยังมีเงาไม่พอใจซ่อนอยู่
“ฉะ…ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก ก้มหน้าหลบตาคม
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น เสียงแม่บ้านดังขึ้นช่วยตัดความตึงเครียด
“คุณผู้หญิงค่ะ…ข้าวต้มเสร็จแล้วค่ะ ป้าเตรียมไว้ที่โต๊ะ”
ลิปดารีบฉวยโอกาสนั้น ปลีกตัวลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน เดินหนีเข้าไปในครัวโดยแทบไม่กล้าหันกลับมามองสายตาของมาเฟียหนุ่มที่ยังจับจ้องแผ่นหลังเธออยู่อย่าง งง งง…
“เป็นอะไรทำไมต้องกลัวเราขนาดนั้นนะลิปดา”