ลิปดานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอตักข้าวต้มหมูเข้าปากช้า ๆ รสชาติดีแต่กลับกลืนยากยิ่งกว่าของขม ในหัวยังคงวนเวียนกับคำสั่งเย็นชาของเขาที่เพิ่งได้ยินมา
“เก็บมันได้เลย…”
หัวใจเธอสั่นวูบ ความคิดตีรวนไม่หยุด
“นี่มันชีวิตคนนะ…จะฆ่าแกงกันง่าย ๆ โดยไม่เห็นค่ากันเลยหรือ? ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมลูกน้องเขาถึงกล้าพาพ่อไปเดิมพันกับเงินก้อนนั้น…เพราะเจ้านายอย่างเขาก็เลือดเย็นไม่ต่างกัน”
ริมฝีปากเธอขมุบขมิบพึมพำแผ่ว ๆ ในใจ
“บ้าที่สุด…เมื่อไหร่ฉันถึงจะหลุดพ้นจากมาเฟียบ้าเลือดคนนี้สักที”
“คุณผู้หญิงค่ะ เป็นยังไงบ้าง…ข้าวต้มถูกปากหรือเปล่า?”
เสียงอ่อนโยนของป้าหลิง แม่บ้านวัยกลางคน ดึงเธอกลับจากห้วงความคิด
ลิปดาฝืนยิ้มบาง ตอบอย่างสุภาพ
“อร่อยมากค่ะป้า…แต่ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
ป้าหลิงพยักหน้า ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ตั้งแต่เล็กจนโต ป้าไม่เคยเห็นคุณผู้ชายพาผู้หญิงเข้ามาที่บ้านหลังนี้เลยนะคะ คุณผู้หญิงเป็นคนแรก…คุณผู้ชายต้องรักคุณผู้หญิงมาก ๆ แน่”
คำพูดนั้นทำให้ช้อนในมือเธอสั่นไหวเล็กน้อย ลิปดาก้มหน้าต่ำ พยายามเก็บซ่อนแววตาหวาดหวั่นที่เอ่อขึ้นมา
“รัก? หรือว่าแค่ขังฉันไว้เหมือนนักโทษ…มาที่นี่เป็นคนแรก หรือจริง ๆ แล้วฉันจะเป็นแค่เหยื่อคนแรกของเขากันแน่…”
ริมฝีปากเธอสั่นเครือ ความกลัวเกาะกุมจนต้องภาวนาในใจ
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย…ได้โปรดช่วยลูกให้รอดพ้นจากผู้ชายใจเหี้ยมคนนี้ด้วยเถิด…ลูกไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนของมาเฟียที่พร้อมจะพรากชีวิตคนได้ง่าย ๆ แบบนั้น…”
ลิปดาพึมพำคนเดียว
เสียงรถแล่นออกจากบ้านพักตากอากาศ เธอมองตามจนลับสายตา มาร์คไม่ได้บอกเธอว่าจะไปไหน
“ป้าค่ะ คุณมาร์คไปไหนคะ?”
“คุณมาร์คไม่ได้บอกค่ะ ปกติถ้าออกไปแต่เช้าแบบนี้ เขาก็มักจะไม่กลับมานะคะ กลับอีกทีก็พรุ่งนี้เลยค่ะ แต่คุณผู้หญิงอยู่ท่านอาจจะกลับมาค่ะ”
ป้าตอบด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ…แล้วที่บ้านนี้มีป้ามาดูแลคนเดียวหรือคะ?”
“เปล่าค่ะมีลุงอีกคนมาช่วยดูแลสวนบริเวณบ้านค่ะ คุณผู้หญิงมาที่นี้อดนึกถึงคุณมาร์กี้ไม่ได้ เมื่อก่อนคุณมาร์กี้ก็มาที่นี่บ่อย”
“คุณมาร์กี้…คือแฟนหรอค่ะ?”
ลิปดาถามด้วยความสนใจ
“น้องสาวท่านค่ะ แต่ตอนนี้เธอเสียแล้ว คุณมาร์คเสียใจมาก”
“ทำไมเธอถึงเสียละคะ?”
“ผิดหวังจากความรักค่ะ จึงตัดสินใจจากไป”
ป้าหลินตอบอย่างเศร้าใจ
“น่าสงสารเธอนะคะ”
“ใช่ค่ะ…ช่วงนั้นคุณมาร์คแทบทำใจไม่ได้ เขาแทบจะตามน้องสาวเธอไปด้วย”
“เดี๋ยวป้าไปทำงานก่อนนะคะ มีอีกหลายงานเลย คุณผู้หญิงอยากได้อะไรเรียกป้าได้ตลอดค่ะ”
“ขอบคุณจ้าป้า...ป้าไปทำงานเถอะค่ะ”
หลังจากป้าออกไป ความเงียบกลับเข้ามาครอบงำบ้านพักตากอากาศ ลิปดาเดินไปยืนที่ระเบียง มองสวนกว้างที่รับแสงแดดยามเช้า
ลมเย็นพัดปลิวผมของเธอ เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนนั่งลงกับเก้าอี้ไม้ มองออกไปไกล ๆ คิดถึงเรื่องราวและความเศร้าของคนที่จากไป
“อีตาบ้านี่…ไปไหนไม่บอก ปล่อยให้เราต้องอยู่ในป่านี้กับป้าสองคน แล้วพอป้ากลับไปบ้าน ฉันจะอยู่กับใครกันล่ะ”
เธอพึมพำคนเดียว ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่
“ฮัลโหล…ลิปดา เป็นไงบ้างลูก? พ่อแม่เป็นห่วง ลูกนอนมากเลยนะ เขาทำอะไรลูกไหม? รังแกลูกหรือเปล่า”
เสียงแม่แฝงความเป็นห่วง
“แม่ค่ะ หนูอยู่บ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่นะคะ มีคนดูแลอยู่ค่ะ คุณมาร์คเขาไม่ได้รังแกหนูค่ะ เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ป้ามาช่วยดูแลเรื่องอาหารและงานบ้านด้วยค่ะ”
ลิปดาต้องพูดแบบนั้นเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ
“อย่าโกหกลูกนะลิปดา ลูกอยู่สุขสบายจริงหรือเปล่า”
“แม่คอลดูนะคะ”
เธอตอบพลางยกกล้องโทรศัพท์ให้แม่เห็นรอบตัว
“นี่ไงคะ แม่บ้านตากอากาศ บรรยากาศดี เงียบสงบ มีป้าแม่บ้านคอยดูแลค่ะ อย่าห่วงนะคะ”
แม่ลิปดามองลูกสาวผ่านหน้าจอ เห็นเธอแต่งตัวเรียบหรูราวกับคุณหนูในบ้านพักตากอากาศ ดวงตาแม่เต็มไปด้วยทั้งความห่วงใยและความสบายใจ
“ถ้าลูกอยู่สุขสบาย แม่ก็ดีใจ…แต่จำไว้นะลิปดา ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหาแม่ได้เสมอ อย่างน้อยหนูก็ต้องรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”
“ขอบคุณนะคะแม่”
ลิปดาตอบเสียงอ่อนโยน
“จ้ะ…แม่ไม่กวนแล้ว เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้พ่อก่อน”
“ค่ะ ฝากบอกพ่อกับพี่ด้วยนะคะว่าไม่ต้องห่วง หนูสบายดี และคิดถึงทุกคนค่ะ”
เมื่อกดวางสาย ลิปดาเงยหน้ามองรอบ ๆ ตัว บ้านพักหลังใหญ่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ต้นไม้สูงเสียดฟ้าเขียวชอุ่มพลิ้วไหวไปตามแรงลม เสียงน้ำตกที่ดังแว่วมาแต่ไกลชวนให้หัวใจอยากออกไปสัมผัส
“มีน้ำตกด้วยเหรอ…ลองเดินไปดูหน่อยดีกว่า อยู่เฉย ๆ ก็เบื่อจะแย่”
เธอบ่นกับตัวเองแผ่วเบา ก่อนก้าวเท้าเดินตามเสียงสายน้ำที่ดังชัดขึ้นทุกย่างก้าว
ไม่นานก็พบกับสายน้ำใสไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ กระทบโขดหินจนเกิดละอองน้ำกระเซ็น
ความเย็นชื้นแผ่วผ่านผิวกายราวกับโอบกอดให้คลายความเหนื่อยล้า ลิปดานั่งลงบนโขดหิน ปล่อยสายตาเหม่อมองสายน้ำที่ไหลรินไม่รู้สิ้นสุด ราวกับมันกำลังพัดพาความกังวลทั้งมวลให้จางหายไป
“ถ้าได้ใช้ชีวิตอิสระแบบนี้…ไม่มีคำว่าหนี้ ไม่มีพันธะ ไม่มีใครคอยบังคับก็คงดีไม่น้อย”
เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสะท้อนความปรารถนาลึก ๆ ในใจ
“แต่ความจริงตอนนี้ ฉันกลับต้องกลายมาเป็นผู้หญิงของมาเฟียใจโหด…ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรักษาชีวิตรอดไปได้ถึงเมื่อไหร่”
เธอเม้มริมฝีปาก สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกำลังปลอบใจตัวเอง
“อดทนไว้ลิปดา…อดทนเพื่อพ่อและแม่ เธอต้องสู้สู้ต่อไปนะ”
ประโยคสุดท้ายจางหายไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจอันยาวนาน เธอหลับตาลง ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายน้ำที่ยังคงไหลไม่หยุดหย่อน…
ในขณะที่ลิปดากำลังปล่อยใจไปกับเสียงน้ำตก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกลับเข้ามาใกล้โดยไม่ทันรู้ตัว วงแขนแข็งแรงโอบรัดจากด้านหลังจนเธอสะดุ้งเฮือก
“ว้าย! ปล่อยฉันนะ!”
ลิปดาดิ้นสุดแรงด้วยความตกใจ แต่แรงสะบัดนั้นกลับทำให้เท้าเธอลื่นไถล ร่างบางพลัดตกลงไปในสายน้ำเชี่ยวทันที
เสียงกรีดร้องสั้น ๆ กลืนหายไปพร้อมกับเสียงน้ำกระแทกโขดหิน
“ลิปดา!”
เสียงมาร์คคำรามลั่นอย่างแตกตื่น ดวงตาเขาเบิกกว้าง หัวใจหล่นวูบแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างเธอจมหาย เขาไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที กระโจนลงน้ำไปอย่างไม่คิดชีวิต
“ลิปดา อยู่ไหน”
เขาตะโกนสุดเสียง