สายน้ำเชี่ยวกรากพัดร่างเล็กของลิปดาให้ไหลตามแรงน้ำ เธอสำลัก ไอแทบขาดใจ แขนขาเหวี่ยงไปมาอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาพร่ามัวจากน้ำตาและสายน้ำที่โถมใส่
“ช่วยด้วย! …ช่วยฉันด้วยค่ะ!”
เสียงเธอแผ่วสั่น ร่างบางเกาะขอนไม้ที่ลอยวนอยู่กลางน้ำอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
“ลิปดา! อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องกลัวผมไปช่วยแล้ว!”
มาร์คฝืนว่ายตัดกระแสน้ำแรงอย่างไม่ยอมแพ้ กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเครียด ร่างใหญ่ฝ่าคลื่นน้ำอย่างดุดันจนในที่สุดคว้าข้อมือเธอไว้ได้แน่น
“จับผมไว้! อย่าปล่อยเด็ดขาด!”
เขาตะโกนแผดเสียง กอดรัดเอวเธอแน่นก่อนออกแรงพาเธอขึ้นฝั่ง
เมื่อถึงตลิ่ง มาร์คดึงร่างเปียกโชกของลิปดาเข้ามากอดในอ้อมแขน หัวใจเขายังเต้นรัวแรงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่เคยยอมแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
“บ้าเอ๊ย! ไม่น่าจะแกล้งเธอเลย เกือบเสียเธอไปแล้ว!”
เสียงเขาแตกพร่าด้วยความโกรธตัวเอง
ลิปดาสำลักน้ำ หอบหายใจถี่ ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก
“คุณจะฆ่าฉันหรือ...”
ลิปดาน้ำตาไหลพรากจากความกลัวเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด
มาร์คยกมือสั่น ๆ ลูบใบหน้าเธอ ไล่น้ำที่เกาะผิวออกอย่างทะนุถนอม สายตาเขาจับจ้องเพียงใบหน้าของเธอราวกับจะยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
“ผมแค่จะแกล้งคุณไม่คิดว่าคุณจะตกใจขนาดนี้...ผมขอโทษนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำสะท้อนความรู้สึกผิด
ริมฝีปากทั้งคู่สั่นไหวอยู่ใกล้กันเพียงเสี้ยวคืบ ความอบอุ่นจากอ้อมแขนและความโกลาหลในหัวใจทำให้ลิปดาไม่รู้ว่าควรผลักเขาออกไป
หรือปล่อยให้ตัวเองถูกโอบกอดไว้ในวังวนที่เสี่ยงอันตราย เธอกัดริมฝีปาก ตั้งสติ แล้วตอบกลับทันที
“ช่างมันเถอะ…คุณเป็นเจ้าของชีวิตฉัน จะทำอะไรกับฉันก็ได้อยู่แล้ว”
มาร์คชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจเฮือก ละเสียงทุ้มต่ำตอบกลับ
“โธ่…ลิปดา เลิกประชดผมสักที ไปเถอะ ผมจะพากลับบ้าน”
ลิปดาทำท่าจะยันตัวลุก แต่ไม่ทันได้ก้าว มาร์คกลับช้อนร่างเธอขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างง่ายดาย
“ฉันเดินเองได้! ปล่อยฉันลงนะ!”
เธอเถียงเสียงสั่น
“ไม่ปล่อยอย่าดื้อกับผม”
เขาตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าผมเป็นเจ้าของชีวิตของคุณ จะทำอะไรกับคุณก็ได้…”
“นี่คุณ…”
ลิปดาตาโต หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
แต่เขากลับไม่สนใจคำค้านใด ๆ เดินอุ้มเธอกลับบ้านพัก เมื่อถึง เขาค่อย ๆ วางร่างเธอลงอย่างทะนุถนอม แล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ
“แป้ง…เตรียมน้ำอุ่นให้คุณผู้หญิงอาบน้ำด้วย”
“ค่ะคุณผู้ชาย”
แป้ง—เด็กสาววัยยี่สิบจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่ถูกจ้างมาดูแลลิปดาโดยเฉพาะตอบรับด้วยท่าทีคล่องแคล่ว
มาร์คหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
“หนาวไหม? เดี๋ยวผมให้ป้าหลินทำซุปร้อน ๆ ให้คุณ อาบน้ำเสร็จลงมาทานนะ จะได้อุ่นขึ้น”
เขาพูดพลางหยิบผ้าคลุมไหล่มาคลี่คลุมให้เธอ ลิปดาเงยหน้ามองเขาโดยไม่รู้ตัว สายตาทั้งสองประสานกันชั่วขณะ ความเงียบแผ่วบางปกคลุมบรรยากาศ ก่อนที่เธอจะรีบหลบตาอย่างร้อนรน
“ฉัน…ฉันจะไปอาบน้ำ”
เสียงเธอสั่น เขินจนหาคำพูดไม่ถูก
มาร์คพยักหน้ารับ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องอุ้มแล้ว! ฉันเดินเองได้!”
เธออุทาน ตกใจและหน้าแดงจัด
มาร์คเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ทำไมล่ะ…อยู่ใกล้ผมบ่อย ๆ กลัวจะเผลอใจหลงรักผมเข้า หรือยังไง”
“ไม่มีทาง!”
ลิปดาค้อนใส่เขา ดวงตาวาววับด้วยความดื้อรั้น ขณะริมฝีปากยังบ่นพึมพำแผ่วเบา
“ฉันไม่มีวันรักคนโหดเหี้ยมอย่างคุณเด็ดขาด”
แม้คำพูดจะแข็งกร้าว แต่สองแขนของเธอกลับโอบรัดรอบต้นคอเขาแน่นราวกับกลัวจะพลัดตก
มาร์คก้มลงสบตา เห็นความตื่นตระหนกปนสับสนในดวงตาคู่งามนั้นก็อดยิ้มบางไม่ได้
เขาอุ้มเธอขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ก่อนวางร่างเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ลิปดารีบสะบัดตัว คว้าชุดไปกอดแนบอกแล้วแทบจะวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ราวกับกลัวว่าเขาจะตามเข้ามา
“น่ารักชะมัด…”
มาร์คพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อภาพเธอเขินจนลนลานยังคงติดตา
เขาส่ายหัวเบา ๆ พลางถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ด้านนอก
เวลาผ่านไป ลิปดาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เธอมองดูเสื้อผ้าที่แป้งคนดูแลคนใหม่จัดไว้ให้
“ตายจริงชุดนอนทำไมมีแต่สายเดี่ยวโป๊ะ ๆ ทั้งนั้นเลยมีหวังใส่ไปไม่รอดจากเนื้อมือมาเฟียหื่นนั้นแน่ ทำไงดี”
ลิปดาจำใจต้องใสชุดนอนชุดนี้ออกมาก่อนเพราะไม่มีทางเลือก
เธอเดินออกมาพร้อมชุดนอนสายเดี่ยวลูกไม้สีขาวกระโปรงสั้น
ทันทีที่เธอเดินออกมาเขานั่งเช็ดผมที่โซฟา สายตาจับจ้องมาที่เธออย่างห้ามไม่ได้
ลิปดาถึงกับผงะยกฝ่ามือปิดหน้าอกที่ล้นออกมาจากเสื้อนอนสายเดี่ยวตัวจิ๋ว
“เออฉันไม่รู้ว่าแป้งเตรียมชุดอะไรไว้ให้...เอ่อ...ฉันไม่ได้ดูมาก่อน...ฉันกำลังจะไปหาชุดเปลี่ยน”
ทันทีที่เธอเดินเข้าไปตู้เสื้อผ้า เขากลับมาขวางไว้ สองมือของเขาจับต้นแขนสองข้างของเธอ สายตาของเขาหลุบลงมาต่ำมองเนินอกขาวอย่างไม่เกรงใจ
“คุณอย่ามาทำสายตาแบบนี้นะ”
“ทำไมก็แค่มองไม่ช้าก็เร็ว คุณก็ต้องเป็นเมียผมอยู่ดี”
ลิปดาพยายามจะดิ้นให้หลุดจากฝ่ามือแกร่งของเขา แต่ร่างบางอย่างเธอจะเอาอะไรไปสู่แรงผู้ชายอย่างเขาได้
“คุณบอกเองว่าคุณจะไม่ฝืนใจฉัน...แต่ตอนนี้คุณกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเองอยู่นะ”
เขาไม่พูดอะไรเขาค่อยๆ พาเธอไปนั่งโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะไปเอาเสื้อคลุมมาคุมให้เธอ
ลิปดาถึงกับแปลงใจที่เขาดูอ่อนโยนเช่นนี้
เขาหยิบได้เป่าผมขึ้นมา
“เอ๊ะ…คุณจะทำอะไร”
ลิปดาหันขวับ ดวงตาเบิกโต
มาร์คยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้ายังมีหยดน้ำเกาะกรอบผม แสดงว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จเช่นกัน
“นั่งเฉย ๆ”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจที่ห้ามปฏิเสธ มือใหญ่จับไดร์ขึ้นมาแทน
ลิปดาขยับจะลุกหนี แต่เขากดไหล่เบา ๆ ให้กลับนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“คุณมาร์ค…ฉันทำเองได้”
เธอพึมพำเสียงสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“อย่าดื้อ”
เขาตอบสั้น ๆ พลางกดสวิตช์ เสียงลมอุ่นพัดผ่านเส้นผมดำขลับที่สยายลงมา มือหนาอีกข้างคอยลูบจัดเส้นผมให้ไม่พันกัน
ลมอุ่นพัดผ่านผิวศีรษะ แต่กลับทำให้หัวใจลิปดาร้อนวูบยิ่งกว่า
เธอจ้องมองใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้ในกระจกเงา เห็นแววตาคมที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง
หากแต่มีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ ข้างหู
“ต่อไปผมจะดูแลคุณเอง ...ผมเคยบอกแล้วไงว่าจะทำให้คุณรักผมให้ได้”
ลิปดาเม้มปากแน่น รีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าหัวใจเธอสั่นไหวเพียงใด แต่แก้มกลับร้อนจัดจนไม่อาจปิดบังได้เลย…
“ฝันไปเถอะ”
เธอตอบเบา ๆ แต่เขาได้ยิน
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใช่ฝันหรือเปล่า แม่สาวน้อยคนเก่ง”