“ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...”
“คุณผู้ชายค่ะ มื้อเย็นจะให้ตั้งโต๊ะด้านล่าง หรือให้ยกขึ้นไปที่ห้องดีคะ?”
เสียงแป้งดังลอดประตูเข้ามา
มาร์คเหลือบมองเธอผ่านกระจก ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางตอบออกไป
“ยกมาที่ห้องก็แล้วกัน...คุณผู้หญิงคงไม่สะดวกจะลงไปข้างล่าง”
“นี่คุณ!” ลิปดาทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจทันที
“หรือคุณจะลงไปทั้งชุดแบบนี้...หึ”
เขาพูดพลางกวาดสายตาสำรวจเธอในกระจกอย่างจงใจ ทำให้ลิปดาหน้าแดงวาบ
“เลิกมองเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะไปเปลี่ยนชุด”
เธอเถียงเสียงสั่น แต่รีบก้มหน้าก้มตาหลบสายตาคมที่จ้องมา
มาร์คหัวเราะเบา ๆ
“คุณจะเปลี่ยนเป็นอะไรล่ะ...ในเมื่อเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ ผมก็เป็นคนสั่งซื้อให้หมดแล้ว แบบที่ผมอยากเห็นคุณใส่ทั้งนั้นเลย ซึ่งแบบชุดหมีขายาวแขนยาวไม่มีครับ”
ลิปดาเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ ดวงตาสั่นระริกด้วยทั้งโกรธทั้งอาย
“แต่ก็แปลกนะ...แม้ชุดจะดูวาวหวิวเซ็กซี่เวลาคุณใส่กลับ...”
มาร์คโน้มตัวเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเหมือนตั้งใจยั่ว
“เหมือนเด็กใส่เลย ไม่โป๊ะ ไม่ดึงดูดอารมณ์ผมเลยสักนิด แต่คุณยังคงเขินอายอีก”
เขายกยิ้มที่มุมปาก สายตาเขากวาดต่ำลงไปที่หน้าอกอย่างจงใจทำให้ลิปดาหน้าแดงจัด
เธอกัดริมฝีปากแน่น ก่อนสวนกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ถ้าของฉันเรียกว่าน้อย งั้นผู้หญิงที่คุณชอบก็คงต้องใหญ่เท่าแตงโมสินะ...ไอ้มาเฟียโรคจิต!”
พูดจบ ลิปดาก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกเท้าไปนั่งที่เตียงอย่างหัวเสีย
มาร์คมองตามแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ผมก็แค่แซวเล่น ทำไมต้องจริงจังด้วยนะ...”
แต่ในแววตานั้นกลับฉายแววพึงใจที่ได้เห็นเธอโต้ตอบอย่างมีชีวิตชีวา
“ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...”
“มื้อเย็นมาแล้วค่ะ แป้งจัดตรงโต๊ะริมหน้าต่างนะคะ”
“ขอบใจมาก ไปได้แล้วไปเดี๋ยวฉันดูแลคุณผู้หญิงเอง”
ซุปเห็ดครีมหอมกรุ่น ขนมปังกรอบ และสลัดผักสดถูกจัดวางอย่างเรียบง่ายบนโต๊ะริมหน้าต่าง
น้ำส้มคั้นสีส้มใสสะท้อนแสงโคมไฟอ่อน ๆ ข้างห้อง คืนนี้ฟ้ามืดสนิทไร้แม้แต่แสงดาว ลมฝนตั้งเค้ามาอย่างน่ากังวล
“ลิปดา…มาทานมื้อเย็นก่อน เดี๋ยวค่อยนอน”
เสียงทุ้มของมาร์คดังขึ้นพร้อมมือหน้าที่เอื้อมมาจับแขนเธอเบา ๆ
“ฉันไม่ค่อยหิว…ไม่ทานได้ไหมคะ”
เธอพยายามหลบสายตา
“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน
“เดี๋ยวต้องทานยา…ผมว่าคุณตัวรุม ๆ จะไม่สบายเอาได้”
มือใหญ่แตะหน้าผาก เธอสะดุ้งรีบขยับหลบ แต่เขากดเสียงเข้ม
“อย่าขยับ…ผมแค่วัดอุณหภูมิ”
ลิปดานิ่งไป ปล่อยให้เขาทำตามใจ
“อืม…ตัวร้อนจริงด้วย”
เขาเอ่ยพลางพยักหน้าเบา ๆ “ไป ทานข้าวก่อน เดี๋ยวจะได้กินยา”
เธอถูกพาไปนั่งที่โต๊ะ กลิ่นซุปหอมอบอวลอบอุ่น แต่เธอกลับรู้สึกขมในลำคอ
“ทานเยอะ ๆ หน่อย…กำลังร้อน ๆ จะได้อุ่นท้อง” เขาวางช้อนลงตรงหน้า
ลิปดาตักซุปเข้าปากเงียบ ๆ ดวงตากลับจับจ้องไปที่เขา ความเงียบกดดันจนเขาเป็นฝ่ายถาม
“ทำไม…มองผมแบบนั้น”
เธอวางช้อนลงช้า ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วแต่ชัดเจน
“คุณมาร์ค…คุณยอมแลกฉันกับเงินห้าล้าน เพียงเพื่อให้ฉันมาอยู่ใกล้คุณจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ใช่…ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ผมรู้แล้วว่าคุณคือผู้หญิงของผม และผมก็สาบานกับตัวเอง…ว่าผมจะทำให้คุณยอมเป็นของผมอย่างเต็มใจ”
“แล้วถ้าฉันไม่ยอม…คุณจะฆ่าฉันหรือเปล่า”
เธอถามตรง ๆ น้ำเสียงสั่นเครือ
ดวงตาคมของเขาไม่หลบเลี่ยง มองเธอเต็มตา
“ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ผมตอนนั้น”
ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ
“คุณกลัวผมขนาดนั้นเลยหรือ…ลิปดา”
เขาถามเสียงทุ้มต่ำ
“ฉันไม่เคยกลัวตาย” เธอตอบช้า ๆ
“แต่ถ้าเพื่อปกป้องครอบครัว…ฉันยอมได้ทุกอย่าง”
เขายกคิ้วมอง พลางเอ่ยเหมือนชื่นชม
“คุณนี่…ผู้หญิงผู้เสียสละตัวจริง”
ลิปดากัดริมฝีปากแน่น ก่อนถามเสียงเศร้า
“เราจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน…ฉันอยากกลับไปหาแม่ ได้ไหมคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ แววตาวาว
“ได้สิ…ในเมื่อภรรยาจะไปหาแม่ยาย ผมจะห้ามได้ยังไง”
“อย่าเรียกฉันว่าภรรยา…ฉันไม่เคยอยากเป็นภรรยาคุณ”
“มีผู้หญิงมากมายอยากได้ตำแหน่งนี้ แต่คุณกลับปฏิเสธ…”
เขาส่ายหัวอย่างขบขัน
เธอจ้องตาเขาแล้วเอ่ยเสียงจริงจัง
“ฉันอยากมีคู่ชีวิตที่รักฉันคนเดียว ไม่ใช่คนที่ไปนอนกับใครไปทั่ว…ฉันไม่อยากแย่งผู้ชายกับใคร มันไร้ค่า”
เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“แต่คุณเลือกไม่ได้…เพราะคุณคือผู้หญิงของผม และจะเป็นตลอดไป”
ลิปดากำช้อนแน่น ก่อนวางลง
“ฉันอิ่มแล้ว”
เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปที่เตียง ทิ้งเขาให้นั่งนิ่งอยู่กับโต๊ะอาหาร แววตายังจับจ้องแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธออย่างงุนงง…
“ทานน้อยเดี๋ยวก็ป่วยหรอก ยัยเด็กดื้อ พูดอะไรไม่ถูกใจงอนหนีตลอด”
ลิปดาล้มตัวลงบนเตียง หันหลังให้เขาอย่างไม่สนใจ เสียงลมหายใจเธอเร่งร้อนราวกับพยายามกลั้นน้ำตา
ไม่กี่อึดใจ เตียงก็ยวบลงเมื่อร่างใหญ่ทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ กลิ่นกายอบอุ่นปะปนกับกลิ่นสบู่หลังอาบน้ำทำให้เธอใจสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
“ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย…”
เสียงทุ้มต่ำดังใกล้หู
“วันนี้จะไม่วุ่นวายกับคุณ แต่ตื่นขึ้นมากินยาก่อนนะ เดี๋ยวไม่สบายเอาได้”
ลิปดาหลับตาแน่น ข่มเสียงสะท้อนหัวใจ ก่อนตอบเสียงแข็ง
“ฉันไม่สบายก็เรื่องของฉัน…ตายไปได้ก็ดี จะได้หมดเวรหมดกรรม ไม่ต้องอยู่กับคุณอีก”
คำพูดแหลมคมแทงทะลุเข้าอก เขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะแผ่วแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“การเป็นผู้หญิงของผมมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ…หืม?”
เธอไม่ตอบ มีเพียงความเงียบตึงเครียดปกคลุมห้อง
“ถ้าคุณคิดว่ามันแย่ขนาดนั้น จะตายก็ตายไปสิ” น้ำเสียงเขาแข็งกระด้าง แต่แฝงร่องรอยสั่นไหวบางเบาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
หัวใจลิปดากระตุกวูบ เธอแอบลืมตาขึ้นนิด เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ ผละลุกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่าง
มาร์คยกแก้วน้ำขึ้นจิบ พลางทอดสายตามองความมืดนอกหน้าต่าง เสียงฝนที่เริ่มโปรยเหมือนสะท้อนความว้าวุ่นในใจเขา
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว…กลับทำให้มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกน้อยใจและไร้ค่าจนแทบไม่เป็นตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยิ้มเย็นออกมา ราวกับตั้งใจย้ำเตือนตัวเอง
“ต่อให้คุณเกลียดผมแค่ไหน…ผมก็ยังอยากได้คุณอยู่ดี ลิปดา”