รู้สึกผิดเเวบเข้ามาในหัว

1632 Words
เอี้ยด.. เสียงเบรกของรถยุโรปคันหรูดังสนั่นหน้าร้าน Nichaa Atelier จนผู้คนที่สัญจรไปมาต้องรีบหลบทาง กลุ่มชายชุดดำนับสิบก้าวลงจากรถ ปิดล้อมหน้าร้านไว้อย่างมิดชิดราวกับจะทำสงคราม ไม่นานนัก กวินก็ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีคุกคาม ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธจัดที่เธอไม่รับสายเขา เขาก้าวผ่านประตูร้านเข้าไปโดยไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกังวานรับการมาเยือนของคนที่ไม่มีใครต้อนรับ "ณิชา " กวินตะโกนเรียกชื่อเธอ เสียงของเขาทรงพลังจนพนักงานในร้านต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว พรีมก้าวออกมาขวางหน้าเขาทันที เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวเหมือนพนักงานคนอื่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจและพร้อมจะปกป้องเพื่อนรักสุดชีวิต "ออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้คะ " พรีมแผดเสียงใส่ "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนใจร้ายอย่างคุณจะเข้ามาทำอะไรก็ได้" กวินหยุดยืนตรงหน้าพรีม แววตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยาม "ถอยไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว แล้วพังร้านนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง" "ถ้าคุณอยากพัง ก็ทำเลย" พรีมท้าทาย เธอไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "คุณมันบ้าไปแล้วกวิน คุณทำร้ายเธอจนป่วยหนักขนาดนี้ยังไม่พอใจอีกเหรอ? คุณมองดูสภาพร้านดูสิ ทุกอย่างพังเพราะคุณคนเดียว " "สำออย " กวินตวาดกลับ "ฉันรู้ว่าพวกเธอกำลังเล่นละคร หลีกไป ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" เขาผลักร่างของพรีมออกไปอย่างแรงจนเธอเซถลาไปชนกับราวเสื้อผ้า แต่พรีมก็ยังพยายามรวบรวมแรงลุกขึ้นมาขวางทางเข้าห้องพักด้านหลังอีกครั้ง "คุณไม่มีวันได้เข้าไป ณิชาไม่ต้องการเจอคุณ" กวินหมดความอดทน เขาสั่งลูกน้องให้รั้งตัวพรีมไว้ ในขณะที่เขาสาวเท้าก้าวข้ามร่างที่พยายามขัดขวางเข้าไปยังห้องพักด้านหลังด้วยอารมณ์เดือดดาล เขาถีบประตูเปิดออกด้วยความแรงจนมันกระแทกกับผนังห้องเสียงดังสนั่น "ณัฐณิชา! เลิกเล่นละครได้แล้ว " คำพูดของกวินขาดหายไปทันทีที่สายตาของเขาปะทะกับภาพตรงหน้า ณิชานอนซมอยู่บนเตียงพับขนาดเล็กในห้องพัก ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยพิษไข้ ใบหน้าหวานที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด หยดเหงื่อซึมตามไรผมและลำคอ ลมหายใจของเธอแผ่วเบาและติดขัดจนดูน่าใจหาย ความโกรธเกรี้ยวที่เคยครอบงำกวินมาตลอดทางมลายหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและ ความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาชะงักค้างอยู่หน้าประตู มือที่เคยกำแน่นผ่อนคลายลง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของณิชาเท่านั้นที่ย้ำเตือนให้เขารู้ว่า สิ่งที่พรีมพูด มันคือเรื่องจริง และเขาคือคนที่พรากเอาลมหายใจและรอยยิ้มไปจากเธอเอง ภาพณิชาที่ดูบอบบางและไร้ทางสู้ตรงหน้าทำให้อกซ้ายของกวินสั่นไหวไปชั่ววูบ ความรู้สึกผิดที่แล่นเข้ามาเหมือนพายุที่ซัดกระทบหน้าผา แต่มันกลับเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ความทะนงตัวและอีโก้ที่ฝังรากลึกในใจของเขากลับมาทำหน้าที่ของมันอย่างรวดเร็ว เขาปัดความสงสารทิ้งไปราวกับปัดเศษฝุ่นที่เกาะเสื้อ กวินแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช แววตาที่เคยฉายแววตกตะลึงกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุกอีกครั้ง เขาโน้มตัวลงไปใกล้ๆ เตียงพับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเสียดแทง "ตื่นได้แล้วณัฐณิชา เลิกเล่นบทนางเอกผู้ถูกกระทำได้แล้ว" เขาใช้มือหนาจับคางเธอแล้วบีบเบาๆ จนใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอต้องเอียงไปตามแรงมือ "คิดจะใช้ความอ่อนแอมาเรียกร้องความสนใจจากฉันงั้นเหรอ? เธอมันก็แค่ผู้หญิงขี้แพ้ที่ไม่มีปัญญาจะสู้ฉันด้วยวิธีอื่น เลยต้องมาใช้วิธีป่วยเรียกร้องความเวทนาแบบนี้สินะ" เขามองดูหยาดเหงื่อบนหน้าผากเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม "สภาพเธอมันน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสาร จำไว้นะ ต่อให้เธอจะนอนตายตรงนี้ ฉันก็ไม่มีวันเห็นใจคนอย่างเธอเด็ดขาด เพราะสิ่งที่เธอทำกับฉันเมื่อ 5 ปีก่อน มันเลวร้ายกว่าสิ่งที่ฉันทำกับเธอในคืนนี้เป็นร้อยเท่า" กวินปล่อยคางเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม "ไปตามหมอมา ไม่ใช่เพราะฉันเป็นห่วงนะ แต่เพราะฉันไม่อยากให้เธอตายในที่ของฉัน แล้วถ้าเธอฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็บอกให้เธอรู้ด้วยว่าไม่ว่าเธอจะป่วย จะตาย หรือจะเป็นอะไรก็ตาม เธอก็ไม่มีสิทธิ์หนีไปไหนทั้งนั้น เพราะเธอเป็นสมบัติ ของฉันตราบเท่าที่ฉันยังไม่เบื่อ" เขาปรายตามองณิชาที่ยังคงไม่ได้สติด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้พรีมที่เพิ่งหลุดจากการถูกคุมตัวยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น เเต่ณิชาไม่ได้ตอบโต้เขากลับเเม้เเต่น้อย จนคุณหมอที่ลูกน้องเขาพามา ตรวจเเละให้ยาเธอเเละก็กลับไปเเล้ว เเต่กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้สติของณิชาค่อยๆ กลับคืนมาอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดระบมไปทั่วทั้งร่างกายเหมือนถูกทุบตีด้วยค้อนหนักๆ เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงไว้ ภาพตรงหน้าพร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของกวินนั่งอยู่ข้างเตียง เขาไม่ได้แสดงความห่วงใยใดๆ นอกจากการนั่งกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหงุดหงิดราวกับกำลังเสียเวลาชีวิตที่มีค่า "ตื่นแล้วรึไง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง "นึกว่าจะตายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเสียอีก เสียเวลาหมอที่ฉันจ้างมาเสียเปล่าจริงๆ" ณิชาพยายามยันกายขึ้น ความปวดร้าวแล่นพล่านไปที่กระดูกสันหลังจนเธอต้องนิ่วหน้า เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด หญิงสาวมองกวินด้วยสายตาที่ลึกล้ำแม้ร่างกายจะพ่ายแพ้จนแทบแหลกสลาย แต่แววตาของเธอยังคงมีความแข็งกร้าวที่เขาเกลียดชัง "เเล้วทำไม... ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันตายไปซะล่ะ?" เสียงของณิชาแหบพร่าและสั่นเครือ แต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังของการโต้กลับ "กลัวเหรอ? กลัวว่าถ้าฉันตายไป คุณจะไม่มีใครให้ระบายความแค้นที่มันกัดกินคุณอยู่ข้างในงั้นเหรอ?" กวินชะงัก นิ้วที่กำลังกดหน้าจอหยุดกิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบนั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง "อย่าสำคัญตัวผิดไปณิชา เธอไม่ได้มีค่าขนาดนั้น เธอแค่เป็นสมบัติที่ฉันซื้อมาด้วยเงิน และสมบัติของฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำลายหรือรักษาไว้ก็ได้ตามใจชอบ" "สมบัติงั้นเหรอ?" ณิชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำตาที่เอ่อล้นคลอเบ้ากลับไหลออกมาเป็นทาง เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะอ่อนแอ แต่ร้องไห้เพราะเวทนาในความว่างเปล่าของผู้ชายตรงหน้า "คุณไม่ได้ต้องการสมบัติหรอกกวินสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คือความพ่ายเเพ้จากคนที่คุณเคยทำลายชีวิตเขาต่างหาก" เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณโหยหาความรักของฉันเมื่อห้าปีก่อน แต่คุณกลับไม่รู้วิธีที่จะรักษามันไว้ คุณเลยต้องใช้โซ่ตรวน ใช้เงิน ใช้ความรุนแรงมาขังฉันไว้ เพราะคุณรู้ดีว่าถ้าปราศจากเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ ก็ไม่มีวันมีใครรักผู้ชายที่หัวใจกลวงเปล่าอย่างคุณได้จริงๆ" คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของกวิน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความเดือดดาล เขาคว้าต้นคอของเธอแล้วบีบเบาๆ แต่สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ "เธอกล้าดียังไงมาวิจารณ์ชีวิตฉัน" เขาคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาปะทะกับใบหน้าเธอ "หัวใจฉันมันจะกลวงเปล่าหรือไม่เธอก็เป็นคนทำให้มันพังตั้งแต่ห้าปีก่อน ในเมื่อเธออยากจะเล่นบทผู้หญิงปากดีนัก ก็เชิญเล่นไปแต่จำไว้ว่าทุกคำที่เธอพูด ทุกหยดน้ำตาที่ฉันเสียไปเพราะเธอจะคิดดอกเบี้ยมันเป็นทวีคูณ จนกว่าเธอจะขอโทษฉันทั้งน้ำตาว่าเธอเป็นของฉัน... ของฉันคนเดียว" เขาสะบัดหน้าเธอออกอย่างแรงจนศีรษะของณิชากระแทกกับหมอนอีกครั้ง เขาไม่ได้อ่อนโยนลงเลยแม้แต่น้อย แต่ในดวงตาที่กร้าวนั้น มันกลับมีร่องรอยของความสั่นคลอนที่เขาพยายามปิดบังไว้คำพูดของณิชาได้เจาะเข้าถึงบาดแผลที่เขาไม่เคยยอมรับ และนั่นทำให้เขายิ่งโกรธแค้นเธอมากขึ้นกว่าเดิมเท่าทวีคูณ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD