แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา กระทบใบหน้าของคนทั้งสองที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันบนเตียงกว้าง บรรยากาศในห้องเงียบสงบ ราวกับว่าโลกภายนอกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ
กวินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองร่างเล็กในอ้อมแขน เขากระชับกอดณิชาแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของ ที่มากกว่าเดิม เขารู้ตัวแล้วว่าจากนี้ไป เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้ต้องลำบาก และจะปกป้องเธอให้ดีที่สุด
อือ.. ณิชาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่จ้องมองอยู่ เธอก็หน้าแดงก่ำแล้วซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขา
"ตื่นแล้วเหรอครับ?"
กวินถามเสียงนุ่ม พลางกดจูบลงบนกลุ่มผมของเธออย่างรักใคร่
"คะ " ณิชาตอบรับเสียงอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"พี่กวินวันนี้เราจะไปไหนกันดีคะ?"
กวินยิ้มบางๆ มือหนาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออก
"วันนี้พี่ว่างทั้งวัน อยากไปไหน พี่พาไปหมดเลยครับ"
เพราะวันนี้เขาเเละเธอไม่มีเรียนจึงอยากจะไปไหนเที่ยวเล่นกันก็ไม่เเปลก
เเต่ ความสุขที่กำลังอบอวลกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของกวินที่วางอยู่บนหัวเตียง
หน้าจอปรากฏชื่อคุณพ่อของเขา
กวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าณิชาด้วยความลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย
"ครับ พ่อ"
"กวิน... แกอยู่ที่ไหน"
น้ำเสียงของธนฉัตรผู้เป็นพ่อปลายสายนั้นฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ จนบรรยากาศในห้องที่เคยหวานชื่นเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นลงทันที
"ผมอยู่คอนโดครับ มีอะไรหรือเปล่าครับพ่อ?"
กวินตอบกลับเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ณิชาสังเกตเห็นความผิดปกติ
"ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก เดี๋ยวนี้ เรื่องเรียนต่อต่างประเทศที่ฉันเคยคุยไว้แกต้องรีบตัดสินใจได้แล้ว และฉันก็มีเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับผู้หญิงที่แกกำลังคบอยู่ด้วย จะมาหาฉันที่บ้านตอนนี้ หรือจะให้ฉันไปตามแกถึงที่นั่น เลือกเอา"
ปลายสายตัดไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้กวินได้โต้แย้ง
กวินลดโทรศัพท์ลง ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เขาหันกลับมามองณิชาที่เริ่มมีสีหน้ากังวล
"พี่กวิน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
ณิชาถามเสียงเบา เธอมักจะรับรู้ได้เสมอเมื่อมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
กวินถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
"ไม่มีอะไรครับพ่อแค่เรียกไปคุยเรื่องงานน่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วงนะ"
เขากำลังโกหกกวินรู้ดีว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการทดสอบที่พ่อเขากำลังจะเริ่ม และเขาก็ไม่รู้เลยว่า หลังจากเขาก้าวออกจากห้องนี้ไป เขาจะยังคงสามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับณิชาได้หรือไม่
แสงแดดจ้าของยามสายไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดภายในใจของกวินจางหายไปได้เลย แม้เขาจะรีบขับรถออกจากคอนโดมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขตามคำสั่งของบิดา แต่สายตาของเขายังคงเหลือบมองกระจกหลังด้วยความกังวลลึกๆ ราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่ากำลังเตือนว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เขาจำต้องทิ้งณิชาไว้เพียงลำพังด้วยความไว้ใจที่เต็มเปี่ยม แต่เขาหารู้ไม่ว่าในโลกของ ธนฉัตรมาเฟียรุ่นเก่าคนนี่คำว่าไว้ใจไม่มีความหมายเท่ากับการควบคุมคนจำนวนมากให้ได้
ช่วงเย็นของอีกวันณิชากำลังเดินทอดน่องไปตามทางเท้าเพื่อมุ่งหน้าไปพบกับพรีมที่ร้านกาแฟใกล้ๆ มหาวิทยาลัย เธอฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ พยายามสะบัดไล่ความรู้สึกโหวงๆ ในอกออกไป แต่จังหวะการเดินของเธอต้องชะงักลง เมื่อรถยนต์สีดำสนิทกระจกทึบสองคันแล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างเงียบเชียบ
ประตูรถเปิดออกพร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสามคนก้าวลงมา พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนพวกนักเลงข้างถนน แต่ดูเหมือนทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยระเบียบวินัยและความเย็นชา ณิชาหัวใจหล่นวูบ เธอพยายามหันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี ทว่ามือหนาคู่หนึ่งคว้าต้นแขนเธอไว้อย่างมั่นคง ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีฉากไล่ล่า ทุกอย่างเกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ณิชาถูกประคองเข้าไปในรถราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ทางสู้ ก่อนที่รถคันหรูจะแล่นหายไปจากถนนสายเดิม ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวาง รั้วสูงชันดุจป้อมปราการสะท้อนอำนาจที่ไม่อาจสั่นคลอน ณิชาถูกนำตัวมายังห้องทำงานส่วนตัวของธนฉัตร ห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบชั้นดีและกลิ่นหนังแท้ที่ให้ความรู้สึกกดดันและหรูหราจนน่าอึดอัด ธนฉัตรนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำนาจที่ทำให้คนในห้องแทบหยุดหายใจ
เมื่อประตูห้องเปิดออก ธนฉัตรไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เขากลับจิบชาในมืออย่างใจเย็น ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน ณิชายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เธอยืดตัวตรง พยายามรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดไว้
"รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเชิญเธอมาที่นี่?"
ธนฉัตรวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบจานรองดังกังวานในความเงียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาที่มองเห็นเธอเป็นเพียงเศษฝุ่น
ณิชาเม้มริมฝีปากแน่น
"คุณลุง คุณต้องการอะไรคะ?"
"อย่าเรียกฉันว่าลุงฉันไม่มีหลาน "
ธนฉัตรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"เธอยังไม่มีสิทธิ์นั้น และอาจจะไม่มีวันมีณัฐณิชา เธอเป็นเด็กกำพร้าที่โชคดีที่ได้รู้จักกับลูกชายฉัน แต่โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกแบบนี้เสมอ มันพาคนระดับต่ำต้อยขึ้นมาสูงเกินตัว จนลืมไปว่าที่ที่ควรอยู่คือที่ไหน"
ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นบาดลึกลงไปในใจของณิชา แต่เธอยังคงจ้องมองกลับด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะค่ะ และกวินเขาก็ไม่ได้คิดเหมือนที่คุณคิด"
"ความรัก?"
ธนฉัตรลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูสง่างามก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
"ความรักของเด็กวัยรุ่นมันก็แค่ลมปากวันนี้กวินเป็นแค่ลูกชายฉันเขาอาจจะรักเธอตามประสาวัยรุ่น แต่ในอนาคต เขาต้องเป็นผู้นำตระกูล ธรรมรงค์สกุลสุขต้องมีทายาทที่สมบูรณ์แบบ ต้องมีคู่ชีวิตที่ส่งเสริมกัน ไม่ใช่ดอกไม้ริมทางที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเธอ"
ปึ่ก !!
เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเฉียบขาด
"ถ้าเธอยังรักลูกชายฉันจริงๆ เธอก็ควรจะไปซะ อย่าให้เขาต้องเป็นคนไล่เธอออกไปเอง หรือดีกว่านั้นอย่าให้ฉันต้องจัดการเธอด้วยวิธีที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่านี้ ฉันมีเงินก้อนหนึ่งให้เธอไปตั้งตัว ไปไกลๆ จากที่นี่ จากกวิน จากเมืองนี้"
ณิชามองซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นยาพิษ หัวใจของเธอแตกสลายเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือกำเเพงสูงที่ไม่มีวันปีนข้ามไปได้เพียงลำพัง เธอรู้ดีว่าหากเธอปฏิเสธ ความเดือดร้อนจะไม่ตกอยู่ที่เธอคนเดียว แต่จะเป็นกวินที่จะต้องถูกพ่อกดดันไปมากกว่านี้ เธอถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่างความรักที่มีต่อเขา กับอนาคตที่เขาสมควรได้รับ
"คะ ถ้าหนูไป..." เสียงของณิชาสั่นเครือ
"คุณจะสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำอะไรเขา?"
ธนฉัตรกระตุกยิ้มที่มุมปาก
"ถ้าเธอหายไปจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด เเล้วกวินก็จะกลับมาเป็นลูกชายที่น่าภูมิใจของฉัน และไม่มีอะไรต้องกังวล"
เงื่อนไขที่โหดร้ายถูกวางลงตรงหน้า ความเงียบในห้องนั้นกดทับณิชาจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่คือจุดจบของความฝันที่เธอเคยมีกับกวิน และมันเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่เขาจะไม่มีวันรู้เลยว่าเธอต้องแลกด้วยอะไร เพื่อให้เขาได้ไปต่อในเส้นทางที่พ่อเขากำหนดไว้