ขอเสนอจากพ่อเเฟน

1523 Words
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา กระทบใบหน้าของคนทั้งสองที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันบนเตียงกว้าง บรรยากาศในห้องเงียบสงบ ราวกับว่าโลกภายนอกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ กวินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองร่างเล็กในอ้อมแขน เขากระชับกอดณิชาแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของ ที่มากกว่าเดิม เขารู้ตัวแล้วว่าจากนี้ไป เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้ต้องลำบาก และจะปกป้องเธอให้ดีที่สุด อือ.. ณิชาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่จ้องมองอยู่ เธอก็หน้าแดงก่ำแล้วซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขา "ตื่นแล้วเหรอครับ?" กวินถามเสียงนุ่ม พลางกดจูบลงบนกลุ่มผมของเธออย่างรักใคร่ "คะ " ณิชาตอบรับเสียงอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "พี่กวินวันนี้เราจะไปไหนกันดีคะ?" กวินยิ้มบางๆ มือหนาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออก "วันนี้พี่ว่างทั้งวัน อยากไปไหน พี่พาไปหมดเลยครับ" เพราะวันนี้เขาเเละเธอไม่มีเรียนจึงอยากจะไปไหนเที่ยวเล่นกันก็ไม่เเปลก เเต่ ความสุขที่กำลังอบอวลกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของกวินที่วางอยู่บนหัวเตียง หน้าจอปรากฏชื่อคุณพ่อของเขา กวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าณิชาด้วยความลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย "ครับ พ่อ" "กวิน... แกอยู่ที่ไหน" น้ำเสียงของธนฉัตรผู้เป็นพ่อปลายสายนั้นฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ จนบรรยากาศในห้องที่เคยหวานชื่นเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นลงทันที "ผมอยู่คอนโดครับ มีอะไรหรือเปล่าครับพ่อ?" กวินตอบกลับเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ณิชาสังเกตเห็นความผิดปกติ "ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก เดี๋ยวนี้ เรื่องเรียนต่อต่างประเทศที่ฉันเคยคุยไว้แกต้องรีบตัดสินใจได้แล้ว และฉันก็มีเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับผู้หญิงที่แกกำลังคบอยู่ด้วย จะมาหาฉันที่บ้านตอนนี้ หรือจะให้ฉันไปตามแกถึงที่นั่น เลือกเอา" ปลายสายตัดไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้กวินได้โต้แย้ง กวินลดโทรศัพท์ลง ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เขาหันกลับมามองณิชาที่เริ่มมีสีหน้ากังวล "พี่กวิน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ณิชาถามเสียงเบา เธอมักจะรับรู้ได้เสมอเมื่อมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น กวินถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป "ไม่มีอะไรครับพ่อแค่เรียกไปคุยเรื่องงานน่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วงนะ" เขากำลังโกหกกวินรู้ดีว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการทดสอบที่พ่อเขากำลังจะเริ่ม และเขาก็ไม่รู้เลยว่า หลังจากเขาก้าวออกจากห้องนี้ไป เขาจะยังคงสามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับณิชาได้หรือไม่ แสงแดดจ้าของยามสายไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดภายในใจของกวินจางหายไปได้เลย แม้เขาจะรีบขับรถออกจากคอนโดมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขตามคำสั่งของบิดา แต่สายตาของเขายังคงเหลือบมองกระจกหลังด้วยความกังวลลึกๆ ราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่ากำลังเตือนว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เขาจำต้องทิ้งณิชาไว้เพียงลำพังด้วยความไว้ใจที่เต็มเปี่ยม แต่เขาหารู้ไม่ว่าในโลกของ ธนฉัตรมาเฟียรุ่นเก่าคนนี่คำว่าไว้ใจไม่มีความหมายเท่ากับการควบคุมคนจำนวนมากให้ได้ ช่วงเย็นของอีกวันณิชากำลังเดินทอดน่องไปตามทางเท้าเพื่อมุ่งหน้าไปพบกับพรีมที่ร้านกาแฟใกล้ๆ มหาวิทยาลัย เธอฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ พยายามสะบัดไล่ความรู้สึกโหวงๆ ในอกออกไป แต่จังหวะการเดินของเธอต้องชะงักลง เมื่อรถยนต์สีดำสนิทกระจกทึบสองคันแล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างเงียบเชียบ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสามคนก้าวลงมา พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนพวกนักเลงข้างถนน แต่ดูเหมือนทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยระเบียบวินัยและความเย็นชา ณิชาหัวใจหล่นวูบ เธอพยายามหันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี ทว่ามือหนาคู่หนึ่งคว้าต้นแขนเธอไว้อย่างมั่นคง ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีฉากไล่ล่า ทุกอย่างเกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ณิชาถูกประคองเข้าไปในรถราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้ทางสู้ ก่อนที่รถคันหรูจะแล่นหายไปจากถนนสายเดิม ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีใครสังเกตเห็น คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวาง รั้วสูงชันดุจป้อมปราการสะท้อนอำนาจที่ไม่อาจสั่นคลอน ณิชาถูกนำตัวมายังห้องทำงานส่วนตัวของธนฉัตร ห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบชั้นดีและกลิ่นหนังแท้ที่ให้ความรู้สึกกดดันและหรูหราจนน่าอึดอัด ธนฉัตรนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำนาจที่ทำให้คนในห้องแทบหยุดหายใจ เมื่อประตูห้องเปิดออก ธนฉัตรไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เขากลับจิบชาในมืออย่างใจเย็น ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน ณิชายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เธอยืดตัวตรง พยายามรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดไว้ "รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเชิญเธอมาที่นี่?" ธนฉัตรวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบจานรองดังกังวานในความเงียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาที่มองเห็นเธอเป็นเพียงเศษฝุ่น ณิชาเม้มริมฝีปากแน่น "คุณลุง คุณต้องการอะไรคะ?" "อย่าเรียกฉันว่าลุงฉันไม่มีหลาน " ธนฉัตรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "เธอยังไม่มีสิทธิ์นั้น และอาจจะไม่มีวันมีณัฐณิชา เธอเป็นเด็กกำพร้าที่โชคดีที่ได้รู้จักกับลูกชายฉัน แต่โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกแบบนี้เสมอ มันพาคนระดับต่ำต้อยขึ้นมาสูงเกินตัว จนลืมไปว่าที่ที่ควรอยู่คือที่ไหน" ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นบาดลึกลงไปในใจของณิชา แต่เธอยังคงจ้องมองกลับด้วยความเด็ดเดี่ยว "ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะค่ะ และกวินเขาก็ไม่ได้คิดเหมือนที่คุณคิด" "ความรัก?" ธนฉัตรลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูสง่างามก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ "ความรักของเด็กวัยรุ่นมันก็แค่ลมปากวันนี้กวินเป็นแค่ลูกชายฉันเขาอาจจะรักเธอตามประสาวัยรุ่น แต่ในอนาคต เขาต้องเป็นผู้นำตระกูล ธรรมรงค์สกุลสุขต้องมีทายาทที่สมบูรณ์แบบ ต้องมีคู่ชีวิตที่ส่งเสริมกัน ไม่ใช่ดอกไม้ริมทางที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเธอ" ปึ่ก !! เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเฉียบขาด "ถ้าเธอยังรักลูกชายฉันจริงๆ เธอก็ควรจะไปซะ อย่าให้เขาต้องเป็นคนไล่เธอออกไปเอง หรือดีกว่านั้นอย่าให้ฉันต้องจัดการเธอด้วยวิธีที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่านี้ ฉันมีเงินก้อนหนึ่งให้เธอไปตั้งตัว ไปไกลๆ จากที่นี่ จากกวิน จากเมืองนี้" ณิชามองซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นยาพิษ หัวใจของเธอแตกสลายเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือกำเเพงสูงที่ไม่มีวันปีนข้ามไปได้เพียงลำพัง เธอรู้ดีว่าหากเธอปฏิเสธ ความเดือดร้อนจะไม่ตกอยู่ที่เธอคนเดียว แต่จะเป็นกวินที่จะต้องถูกพ่อกดดันไปมากกว่านี้ เธอถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่างความรักที่มีต่อเขา กับอนาคตที่เขาสมควรได้รับ "คะ ถ้าหนูไป..." เสียงของณิชาสั่นเครือ "คุณจะสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำอะไรเขา?" ธนฉัตรกระตุกยิ้มที่มุมปาก "ถ้าเธอหายไปจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด เเล้วกวินก็จะกลับมาเป็นลูกชายที่น่าภูมิใจของฉัน และไม่มีอะไรต้องกังวล" เงื่อนไขที่โหดร้ายถูกวางลงตรงหน้า ความเงียบในห้องนั้นกดทับณิชาจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่คือจุดจบของความฝันที่เธอเคยมีกับกวิน และมันเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่เขาจะไม่มีวันรู้เลยว่าเธอต้องแลกด้วยอะไร เพื่อให้เขาได้ไปต่อในเส้นทางที่พ่อเขากำหนดไว้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD