ณ เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่พักอาศัยธรรมดา แต่มันคือทีส่วนตัวของ ธนาธิป หรือกวิน ในวัย 27 ปี
เมื่อประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะเปิดออก
ณิชาก้าวเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกที่ผิดปกติทันที บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันและเย็นเยียบ ชายชุดดำนับสิบชีวิตยืนแยกแถวอยู่สองฝั่งราวกับรูปปั้นที่ไม่มีชีวิต สายตาของพวกเขามองตรงมาที่เธอด้วยความเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยรัศมีคุกคามจนณิชาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"เชิญทางนี้ครับ คุณณัฐณิชา"
ลูกน้องคนหนึ่งผายมือไปยังห้องรับรองส่วนตัวด้วยท่าทีสุภาพแต่เด็ดขาด
ณิชาเดินผ่านห้องโถงกว้าง หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นี่มันไม่ใช่การว่าจ้างตัดสูทธรรมดามันเหมือนรังมาเฟียที่เธอเคยอ่านเจอในนิยายไม่มีผิด
เมื่อประตูห้องรับรองเปิดออก เธอเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนหันหลังให้ประตู เขากำลังจิบวิสกี้พลางมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่เห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน ร่างกายในชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบของเขาดูทรงพลังและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน
"คุณลูกค้าคะดิฉันณัฐณิชา จาก Nichaa Atelier มาตามนัดวัดตัวค่ะ"
ณิชาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่แล้วร่างสูงที่ยืนอยู่ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาหาเธอจังหวะนั้นเหมือนโลกทั้งใบของณิชาหยุดหมุน
ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยหลงรักเมื่อห้าปีก่อน บัดนี้คมเข้มและดุดันขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแววอ่อนโยนเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและแฝงไว้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
กวินวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหลุดออกมาจากอก
"คุณ..."
ณิชาครางชื่อเขาแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
กวินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างไม่กี่คืบทำให้เธอรับรู้ถึงกลิ่นอายความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากยิ้มที่ดูสมเพชและหยามเหยียด
"ไม่เจอกันนานเลยนะณัฐณิชา"
กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกลงไปในใจ
"ฉันจำได้ว่าห้าปีก่อนเธอจากไปพร้อมกับคำโกหกสวยหรู แต่ก็นะ โลกมันกลมจนน่าขัน ที่สุดท้ายเธอก็ต้องเดินเข้ามาอยู่ในกำมือฉันด้วยตัวเอง"
"พี่กวิน มันไม่ใช่อย่างที่คุณ..."
"เงียบ" เขาตวาดเบาๆ แต่ทรงพลังจนเธอต้องชะงัก สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
"ฉันไม่ได้จ้างเธอมาแก้ตัว ฉันจ้างเธอมาทำงาน และที่สำคัญกว่านั้น"
เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ณิชาสัมผัสได้ถึงความกดดันมหาศาล
"ฉันจ้างเธอมา เพื่อให้เธอได้เห็นว่าคนที่เคยทิ้งฉันไปวันนั้นจะต้องชดใช้ด้วยอะไรบ้างตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่"
ณิชายืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ความตกใจและความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก นี่คือการพบกันใหม่ในรอบห้าปีที่เธอไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงมันไม่ใช่การพบกันของคนรักเก่า แต่มันคือการพบกันของเหยื่อและผู้ล่า ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
บรรยากาศในห้องกว้างถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลูกน้องชุดดำที่ยืนเรียงรายรอบห้องเปรียบเสมือนกำแพงมนุษย์ที่ปิดตายทางหนีของณิชา เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของมือเอาไว้ ก่อนจะหยิบสายวัดตัวออกมาจากกระเป๋าอุปกรณ์
"เริ่มเลยสิหรือต้องให้ฉันสอนวิธีวัดตัวเธอด้วย?" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกวางพาดบนโซฟา เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งที่ดูดุดัน
ณิชาก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างช้าๆ ทุกก้าวที่ขยับเข้าไปหาเขารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ปากเสือ มือของเธอที่ถือสายวัดสั่นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ เธอพยายามรักษาระยะห่างไว้ให้มากที่สุด แต่ดูเหมือนกวินจะรู้ทัน เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนหน้าอกของเขาเกือบจะชิดกับไหล่ของเธอ
"มือสั่นแบบนี้จะวัดตัวหรือจะทำอะไรกันแน่?"
กวินกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"หรือว่าแค่ได้กลิ่นน้ำหอมฉัน ก็ทำให้ความทรงจำเก่าๆ มันย้อนกลับมาจนคุมสติไม่อยู่?"
"ฉันฉันทำงานค่ะ ไม่ได้คิดเรื่องอื่น"
ณิชาตอบเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบระเบิด เธออ้อมสายวัดไปรอบอกกว้างของเขาเพื่อวัดขนาด ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้กลิ่นกายประจำตัวของเขากลิ่นที่เธอเคยซุกหน้าลงนอนหลับไหลเมื่อห้าปีก่อน กลิ่นที่ทำให้เธอแทบจะร้องไห้ออกมา
กวินก้มลงมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีเข้มของเธอปรกหน้าทำให้เขาไม่เห็นแววตาของเธอ แต่เขากลับรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นเธอทำตัวเป็นมืออาชีพราวกับว่าเขาเป็นแค่ "ลูกค้าคนหนึ่ง"
"ทำงานเก่งขึ้นนี่"
เขาแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าข้อมือของเธอไว้กะทันหัน ทำให้สายวัดหลุดจากมือ ณิชาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ สายตาของทั้งคู่ประสานกัน แววตาของเขามีทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และอะไรบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
"ห้าปีที่ผ่านมาเธอไปทำอะไรมาบ้าง ถึงได้ดูเก่งกับการใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้?"
คำพูดของเขาเชือดเฉือนราวกับมีดโกน
"ฉันก็แค่ใช้ชีวิตของฉัน เหมือนที่คุณใช้ชีวิตของคุณนั่นแหละค่ะ"
ณิชาดึงข้อมือกลับอย่างแรง พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้สั่น
"ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ งานวันนี้ก็คงไม่เสร็จ และฉันก็แค่อยากทำงานให้จบเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่เเล้วคุณก็ไปจ้างคนอื่น"
กวินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาไม่ชอบที่เธอทำตัวแข็งข้อ และเขาไม่ชอบ ที่เห็นเธอพยายามจะผลักไสเขาออกจากชีวิตอีกครั้ง
"ออกไปเหรอ?"
เขาขยับเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งจนหลังของณิชาชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
"จำไว้คุณณัฐณิชาว่า ตราบใดที่ฉันยังไม่อนุญาต ต่อให้เธออยากออกไปแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันได้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้.ไม่ว่าจะในฐานะช่างตัดเสื้อ หรือในฐานะอะไรก็ตามที่ฉันต้องการ"
เขายัดสายวัดตัวกลับใส่มือเธอด้วยแรงที่มากกว่าปกติ
"วัดให้เสร็จ แล้วอย่าคิดว่าจะจบแค่การตัดสูท เพราะสำหรับฉัน นี่มันเป็นแค่การเริ่มต้นของเกมที่เธอเป็นคนเลือกเริ่มเมื่อห้าปีก่อน"
ณิชายืนนิ่งตัวสั่น สายวัดในมือของเธอกำแน่นจนขึ้นข้อขาว เธอรู้ดีว่าคำว่าเกมของเขามันหมายถึงอะไร.และมันจะเป็นความทรมานที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอ