เสียงกระดิ่งหน้าร้านดีไซน์เนอร์ระดับไฮเอนด์ย่านสุขุมวิทดังขึ้นแผ่วเบา.แต่สำหรับณิชาเล้ว มันกลับฟังดูราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอ
เธอวางเข็มหมุดในมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากแพทเทิร์นชุดที่กำลังร่างอยู่ รอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพถูกฉาบไว้บนใบหน้าเหมือนเช่นทุกวัน เพื่อต้อนรับลูกค้าระดับวีไอพี่คนนึง ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน
แต่แล้ว รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่า
บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยอำนาจและกลิ่นอายของความอันตราย กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อคุ้นเคยที่เธอไม่มีวันลืม... กลิ่นที่เคยอบอวลอยู่ในความทรงจำสมัยวัยรุ่น เมื่อห้าปีก่อน
เขาสวมแว่นตากันแดดสีเข้ม แต่ถึงอย่างนั้น นนทิกาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคมปลาบที่จ้องมองมายังเธอผ่านเลนส์สีดำนั้น
"ยินดีต้อนรับค่ะ..."
เสียงของเธอสั่นเครือไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบปรับให้ราบเรียบที่สุด
"ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการ.."
"ผมต้องการให้คุณตัดสูทให้ผม"
เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที มันเย็นชา ราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขาถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"สูทที่ใส่แล้ว... ต้องรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนล่ามไว้ตลอดเวลา"
นนทิกาชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัด เธอจำเขาได้ดี แม้เวลาจะผ่านไปห้าปี แม้เขาจะดูโตขึ้น สุขุมขึ้น และดุดันขึ้นจนน่าเกรงขาม แต่นัยน์ตาคู่นั้น... คือนัยน์ตาของคนคนเดียวที่เธอเคยรักหมดหัวใจ
"คุณ..."
"จำผมไม่ได้หรือไง?" เขาถามพลางขยับก้าวเข้ามาใกล้เธอจนระยะห่างลดลงจนน่าอึดอัด แรงกดดันมหาศาลจากตัวเขาทำให้คนตัวเล็กอย่างเธอต้องถอยกรูดไปชนกับโต๊ะตัดผ้า
เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ดูไร้ความปราณีที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น
"นึกว่าห้าปีที่หายหัวไป จะทำให้ความจำเสื่อมเสียอีก" เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่แฝงไปด้วยความเกลียดชัง
"แต่ไม่เป็นไรในเมื่อกลับมาเจอกันแล้ว ต่อจากนี้ เธอต้องเป็นช่างตัดเสื้อส่วนตัว ให้ฉันและจงจำไว้ว่า ต่อให้เธออยากจะหนีไปไหน ฉันก็จะลากเธอกลับมา ให้เธอได้เห็นจุดจบของคนที่ทิ้งฉันไป อย่างสาสมณิชา "