หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

1432 Words
ความกดดันในห้องทำงานกว้างขวางนั้นแทบจะทำให้ณิชาหยุดหายใจ เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังชัดเจนราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ได้กลัวอำนาจเงิน แต่เธอกลัว... กลัวว่าคนรักจะพังทลายเพราะเธอ "ฉันไม่ต้องการเงินของคุณคะ" ณิชาเอ่ยเสียงสั่นแต่หนักแน่น เธอเงยหน้าสบตากับธนฉัตรที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ "แต่ถ้าการที่ฉันหายไป คือวิธีเดียวที่จะทำให้กวินได้ไปเรียนต่อ และได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาควรจะเป็น ฉันจะไป" ธนฉัตรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนเปลี่ยนเป็นความพอใจเพียงชั่วครู่ "นับว่าเธอฉลาดกว่าที่ฉันคิด แต่จำไว้การหายไปของเธอต้องถาวร ห้ามติดต่อ ห้ามโผล่มาให้เขาเห็น ไม่ว่าเขาจะตามหาเธอแค่ไหน หรือแม้แต่วันที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุด เธอต้องเป็นแค่คนที่ตายไปแล้วจากชีวิตเขา" ในขณะนั้น ประตูห้องทำงานเปิดออก พัชรา มารดาของกวินเดินเข้ามา เธอไม่ได้มองณิชาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มองด้วยสายตาเรียบเฉยซึ่งมันกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าการด่าทอ "ผู้หญิงคนนี้หรือคะที่คุณพี่บอก?" พัชราถามสามีพลางกวาดสายตามองณิชาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้าที่ไร้ค่า "หน้าตาก็ใช้ได้ แต่ไม่มีราศีของสะใภ้ตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขเลยสักนิด" "ไปเตรียมตัวซะ" พัชราหันมาพูดกับณิชาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีรถรออยู่ข้างล่าง พาเธอไปที่สนามบิน เที่ยวบินไปต่างจังหวัดที่ไกลที่สุด หรือที่ไหนก็ได้ที่กวินไม่มีวันตามเจอ" ณิชาตัวชาวาบ นี่มันไม่ใช่แค่การไล่ แต่มันคือการเนรเทศเธอออกจากชีวิตของกวินอย่างถาวร ระหว่างทางที่ลูกน้องของธนฉัตรพาเธอไปที่หอพักเพื่อเก็บของ ณิชาพยายามสะกดกลั้นน้ำตา มือที่สั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอเห็นข้อความจากกวินส่งมานับสิบข้อความ ‘ณิชา อยู่ไหนครับ? พ่อพี่เรียกมาคุยเรื่องไร้สาระ พี่กำลังรีบกลับไปหาเรานะ’ ‘พี่ซื้อขนมที่เราชอบไว้ด้วย รอพี่นะ’ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาทันที ณิชาตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด เธอไม่ตอบข้อความเหล่านั้น แต่กลับพิมพ์ข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียวลงไปในแชท ก่อนจะตัดสินใจกดบล็อกเบอร์และทุกช่องทางการติดต่อ ‘เราเลิกกันเถอะค่ะ ณิชาเหนื่อยแล้ว และณิชาไม่ได้รักพี่กวินอีกต่อไปแล้ว’ เธอกดส่ง... แล้วโยนซิมการ์ดทิ้งลงถังขยะข้างทาง พร้อมกับน้ำตาที่หยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์ เธอรู้ดีว่าคำโกหกนี้จะกลายเป็นรอยแผลเป็นที่ฝังใจเขาไปตลอดชีวิต แต่ถ้ามันจะทำให้เขามีอนาคตที่ดี เธอก็ยอมให้เขาเกลียดเธอไปจนวันตาย กวินกลับมาถึงหอพักของณิชาด้วยความร้อนรน หลังจากมีปากเสียงกับพ่อที่คฤหาสน์เรื่องที่พ่อพยายามบงการชีวิตเขา เขาไม่สนใจชื่อเสียง ไม่สนใจเรียนต่อเมืองนอก สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการได้กลับมาอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่เขารัก แต่เมื่อเขามาถึงห้องพักที่เคยมีกลิ่นอายของเธอ กลับว่างเปล่า สิ่งของส่วนตัวของเธอหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่ตอกย้ำความโหดร้าย "ณิชา" เขาตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความหวังอันน้อยนิด ก่อนจะทรุดตัวลงเมื่อเห็นข้อความในโทรศัพท์ที่เธอส่งทิ้งไว้ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม บัดนี้แข็งค้าง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ เขารีบโทรหาเธอทันที แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือเสียงสัญญาณที่บอกว่าติดต่อไม่ได้ เขาสั่งคนออกตามหาพลิกแผ่นดิน แต่ตระกูลธรรมรงค์สกุลสุขที่เขามีอำนาจอยู่ในมือนั้น กลับกลายเป็นอุปสรรคที่ปิดกั้นเขา เพราะพ่อของเขาได้สั่งการไว้หมดแล้วว่าห้ามใครให้ข้อมูลเกี่ยวกับณิชาเด็ดขาด ทุกร่องรอยถูกทำลาย ทุกเส้นทางถูกปิดตาย ในคืนนั้น กวินนั่งดื่มเหล้าจนไม่ได้สติ ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความแค้นที่ฝังลึกเขาเชื่อสนิทใจว่าเธอทิ้งเขาไปหาชีวิตที่ดีกว่า ทิ้งเขาไปในวันที่เขากำลังต่อสู้เพื่อเธอ "ทำไมเธอทิ้งฉันไปทั้งที่ฉันรักเธอขนาดนี้" กวินพึมพำกับความมืดมิดในห้อง เขาตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของพ่อที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก ทว่าไม่ได้ไปด้วยความเต็มใจ แต่ไปเพื่อ "สร้างอำนาจ" เขาจะกลับมากลับมาทวงถามความจริง และทวงคืนความเจ็บปวดที่เขาได้รับจากเธอ ให้สาสม ห้าปีผ่านไป... จากเด็กสาวกำพร้าที่ไร้หนทางสู้ในวันนั้น กลายเป็น "ณัฐณิชา" ดีไซเนอร์สาววัย 24 ปีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการแฟชั่นไทย ชื่อเสียงของเธอในฐานะ "ดีไซเนอร์อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลระดับอินเตอร์" ทำให้แบรนด์ 'Nichaa Atelier'กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เหล่าเซเลบริตี้และมหาเศรษฐีต้องต่อคิวรอรับบริการยาวนานหลายเดือน ภายในร้านเสื้อผ้าหรูหราใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่เป็นระบบ ณิชาในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบที่เธอออกแบบเอง เดินตรวจความเรียบร้อยของชุดราตรีที่กำลังจะส่งมอบให้ลูกค้า แววตาของเธอในวันนี้ต่างจากวันวาน... มันเฉียบคม มุ่งมั่น และมีความเย็นชาซ่อนอยู่เบื้องหลังความงดงาม "ณิชา แกพักบ้างเถอะ" เสียงของ พรีมเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นหุ้นส่วนคู่ใจดังขึ้น พรีมถือแท็บเล็ตเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ภาคภูมิใจ "คิววันนี้แน่นถึงเที่ยงคืนแล้วนะ ถ้าแกยังทำแบบนี้ ร่างกายแกจะพังก่อนจะได้เป็นดีไซเนอร์ระดับโลกนะ" ณิชาวางเข็มหมุดในมือลง ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบาแล้วหันไปมองพรีม "ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราก็ไม่มีวันนี้ไม่ใช่เหรอพรีม? ขอบคุณนะที่อยู่ข้างกันมาตลอดถ้าไม่มีแก ฉันก็ไม่รู้จะผ่านช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ยังไง" พรีมเดินเข้าไปกอดเพื่อนรักเบาๆ "เราก็ต้องช่วยกันสิ ก็เราหุ้นส่วนกันนี่นาแต่เอาจริงนะ แกน่ะชอบใช้การทำงานหนักมากลบเรื่องในอดีต" พรีมกระซิบพลางมองตาเพื่อน "ผ่านไปห้าปีแล้วนะณิชาถึงเวลาที่แกจะเริ่มใช้ชีวิตเพื่อตัวเองจริงๆ สักที ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อหนีใครต่อไปเเล้วนะ" ณิชาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มฝืนๆ "ฉันไม่ได้หนีฉันแค่มีความสุขกับการที่ชีวิตฉันยุ่งจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น" "จ้า... แม่คนเก่ง" พรีมขยี้หัวเพื่อนเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดเป็นผู้จัดการร้านที่ดุดัน "อ้อ.. วันนี้มีลูกค้ารายใหม่ติดต่อมา เป็นลูกค้าวีไอพีระดับบิ๊ก บอกว่าจ่ายไม่อั้นและมีเวลาจำกัดมาก เขาขอให้แกไปวัดตัวและตัดสูทให้เขาเป็นการส่วนตัวภายในคืนนี้" ณิชาขมวดคิ้ว "วีไอพี? ใครกัน?" "ไม่บอกชื่ออะ บอกแค่ว่าเป็นนักธุรกิจที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก ดูท่าทางจะเป็นพวกชอบสั่งและเอาแต่ใจน่าดูเลยล่ะ" พรีมยักไหล่ "แต่ราคานี่จ่ายเป็นเช็คเปล่าเลยนะ แกจะรับไหม?" ณิชาเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะแปลกๆ ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือน "รับเถอะ ช่วงนี้เรากำลังต้องการเงินลงทุนต่อพอดี" "งั้นฉันไปเตรียมตัวไปหาลูกค้าก่อนนะ " เธอเอ่ยบอกพรีมพลางเก็บของลงกระเป๋า "อื้มไปเถอะ ฉันปิดร้านเอง" เธอไม่รู้เลยว่า การตอบตกลงรับงานครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นของพายุที่เธอพยายามหนีมาตลอดห้าปี และการเผชิญหน้ากับ กวินกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าโดยที่เธอไม่มีวันเตรียมใจทัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD