ฉันนอนแผ่ร่างเหนื่อยหอบรัวและคิดว่ากิจกรรมที่ทำมาร่วมครึ่งชั่วโมงจบลงแล้วนั้นผิดถนัด ร่างของฉันถูกพลิกคว่ำคุกเข่าโก่งโค้งแอ่นก้นไปทางเขา ก่อนที่เขาจะเอาลำเอ็นที่ไม่มีทีท่าเล็กลงพรวดเข้ามามิดลำจนฉันจุกตาเหลือก
“อั่ก...คุณแฟรงค์คะ ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
“เงินเป็นล้านคิดว่า ฉันจะให้เธอแหกขาครั้งเดียวแล้วจบเลยเหรอ คิดอะไรตื้น ๆ เงินล้านมันหากันง่ายขนาดนั้นเชียว เธอสำคัญตัวเองไปมากรึเปล่า เธอต้องแหกขาแบบนี้ไปจนกว่าฉันจะเหนื่อยและเบื่อไปเองทั้งปี จำไว้...แมร่งตอดกว่าคนไหน ๆ นี่หว่าพรีเมี่ยมจัด กูจะเอาทั้งวันทั้งคืนให้คุ้ม”
คำพูดเขาไม่มีทีท่าพูดเล่น เพราะในขณะที่เขาพูด เอวเขาก็กระทุ้งเข้ามาไม่หยุดจนฉันถึงฝั่งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เขาก็ยังไม่เสร็จสักที เวลาผ่านไป...ร่างกายฉันมีแต่ร่องรอยอารยธรรมที่เขาทิ้งไว้ทั้งตัว มันทั้งเจ็บ จุก หน่วงและมีความรู้สึกแปลก ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสปะปนกันไป กระทั่งสติฉันเริ่มจะเลื่อนรางเต็มทน
“คุณแฟรงค์ฉันจะไม่ไหวอีกแล้ว...”
“เธอแตกไปเป็นสิบ ฉันยังไม่ได้แตกสักครั้ง” เขาเหมือนเร่งเครื่องช่วงสุดท้าย จนฉันกำผ้าปูแน่นด้วยแรงที่มีน้อยนิด พ่วงด้วยเสียงครางที่ไร้เรี่ยวแรง
‘อ่ะ...อ่ะ...อ่ะ’
“ขอแตกในแล้วกัน”
“อย่านะคะ...ฉันไม่อยากจะทอ...อ๊าส์~~~” จบแล้ว ฉันห้ามไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นเหมือนเขาจงใจแบบนี้ตั้งแต่แรกราวกับมองฉันเป็นที่ระบายอยากทิ้งอะไรก็ทิ้ง และตอนนี้เขากำลังทำแบบนั้นโดยที่ทิ้งน้ำกามของเขาไว้ในตัวฉัน
ความอุ่นวาบของน้ำที่พวยพุ่งเข้ามาทำให้ฉันรู้สึกเสียใจ หวาดกลัว จนคุมน้ำตาไว้ไม่ได้ร้องไห้สะอื้นออกมาทันที
“อึ่ก...อื้ม ร่องดีจริงค่อยคุ้มกับเงินที่เสียไปหน่อย...”
หลังจากที่เขาแช่นิ่งจนเหมือนรีดน้ำกามออกไปจนหมดและถอนมันออกไป สายตาเขาที่เห็นฉันร้องไห้นั้นมันเย็นชาราวกับไม่ได้รู้สึกสงสารอะไร สัมผัสหรือคำพูดถามความรู้สึกใด ๆ ก็ไม่มี
พอมองกันแวบหนึ่งเสร็จก็ปลีกตัวออกไปล้างตัวที่ห้องน้ำ ทิ้งให้ฉันนอนจมกองน้ำตาและความเจ็บปวดอยู่คนเดียวบนเตียงกว้างนี่ ได้แต่กอดผ้าร้องไห้เงียบ ๆ สะอื้นเบา ๆ เพราะกลัวเขาที่อยู่ในห้องน้ำได้ยิน แล้วพานโมโหจนอยากยกเลิกสัญญาแล้วเอาเงินคืน
“มายด์...นี่มันแค่วันแรกเท่านั้น เธอต้องอดทนไว้ทั้งปีเพื่อแม่นะรู้ไหม...” ฉันพึมพำปลอบประโลมจิตใจตัวเองที่บอบช้ำหนัก จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะเป็นฉันเองที่กระโจนเข้ามาในวังวนโซ่ตรวนนี้ อย่างที่เขาบอกถ้าไม่อยากทำก็คืนเงินล้านให้เขาแล้วเดินออกจากห้องไป แต่ฉัน...ทำไม่ได้ และเลือกเส้นทางนี้เอง...
‘ครืด~~~’ เสียงประตูห้องน้ำเลื่อนออก ฉันรีบเช็ดน้ำตาที่เจิ่งนองเต็มหน้าก่อนหยัดตัวขึ้นมานั่ง แต่ยังมีผ้าห่มห่อหุ้มร่างไว้... เขามองฉันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เดินเลี่ยงไปเปิดตู้ที่มีเสื้อผ้าของเขาอยู่สองสามชุดเหมือนที่นี่ไม่ใช่ห้องประจำของเขา ก่อนจะหันมามองฉันพร้อมทั้งวางเงินอีกหนึ่งแสน กุญแจหนึ่งดอก คีย์การ์ด และสร้อยเกียร์สีดำ
ฉันมองไปที่ของเหล่านั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“นี่มันคืออะไรคะ...คุณแฟรงค์”
“ย้ายมาอยู่ห้องนี่ซะ เงินแสนนั่นค่ายาคุมอย่าคิดจะปล่อยตัวจับฉันด้วยวิธีสกปรก ส่วนสร้อยเกียร์ดำสลักชื่อนั่นสวมมันไว้ตอนทำงานที่คลับ”
“สองอย่างแรก มายด์เข้าใจดีค่ะ มายด์จะย้ายมาอยู่ที่นี่ และมายด์สัญญาว่าจะไม่คิดกับคุณแฟรงค์เกินเลยจากสิ่งที่เป็นอยู่ แต่ว่าเกียร์ดำนั่น? มายด์ต้องสวมด้วยเหรอคะ”
“ฉันไม่ชอบกินอะไรซ้ำกับใคร ในเมื่อเธอตกลงรับเงินล้านร่างกายเธอในหนึ่งปีนี้ ฉันต้องได้กินมันคนเดียว สวมมันซะเพื่อบ่งบอกว่าเธอเป็นของฉัน...”
“แต่ว่ามันออกจะ...”
“บอกให้ทำก็ทำเถอะ...ไม่เคยเจอผู้หญิงถามมากอย่างเธอมาก่อนเฮ้อ และอีกอย่างอย่ามาเรียกฉันว่าคุณ เรียกว่าเฮียซะ...ปัง!” เขาเดินออกไปทิ้งให้ฉันอมคำพูดที่ยังพูดไม่จบ
“แต่ว่ามันออกจะ...ทำให้ฉันดูเหมือนสัตว์เลี้ยงของคุณ” แน่นอนว่าประโยคหลังนี้เขาไม่ได้ฟังมันจากฉัน
และเมื่อตอนนี้ภายในห้องมีแค่ฉันคนเดียว ความรู้สึกเดียวดาย อับจนหนทางที่จะเดินก็ยิ่งถาโถมเข้ามา มองไปตามเนื้อตัวที่มีแต่ร่องรอยของความข่มขื่น ก็พานทำให้ร้องไห้โฮออกมาโดยที่ไม่ต้องกลัวใครจะมาเห็นหรือได้ยินอีกแล้ว
“ฮือ...” ฉันร่างเปลือยกอดเข่าตัวเองร้องไห้หนักมาก เสียงสะอื้นร่ำไห้ ความรู้สึกเจ็บทั้งกายและใจราวกับมีดนับแสนพุ่งมาปักไปทั้งทรวง ฉันจะโทษเขาเหรอ...ก็ไม่ สิ่งเดียวที่ฉันโทษได้ตอนนี้คงเป็นความคิดของฉัน และโชคชะตาที่ดันทิ้งหนทางให้ฉันเลือกเพียงหนึ่งเท่านั้นที่ให้ฉันรอดอย่างเจ็บปวด
ฉันยืนขึ้นเดินไปในห้องน้ำ มองตัวเองหน้ากระจกที่ตอนนี้นัยน์ตาแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา
“มายด์ ตอนนี้แกร้องไห้ไปจะได้อะไรขึ้นมา แม้แกจะเสียศักดิ์ศรีไปบ้างก็ไม่เป็นไร แกมีเงินล้านแล้วนะ เงินล้านที่จะช่วยให้แม่ของตัวเองรอด...” ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะหันไปเปิดฝักบัวชโลมน้ำที่ไหลจากฝักไปทั่วทั้งร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า แหงนหน้ารับน้ำนั่นเพื่อให้ตัวเองตื่นขึ้นมายอมรับความจริงที่เป็นอยู่...