(ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง)
ฉันเดินตามเขาอยู่ห่าง ๆ ยิ่งตอนที่เขาเดินนำไปโดยไม่พูดอะไร มันยิ่งรู้สึกว่าเขากำลังแผ่รัศมีอำนาจบาตรใหญ่ ราวกับฉันเป็นลูกไก่ในกำมือ ไม่ก็เหมือนสินค้าที่เขาหยิบจากชั้นในซุปเปอร์ที่บรรจุภัณฑ์สวยงามแต่รสชาติจะถูกปากรึเปล่า อยู่ที่เขาจะลิ้มรสมัน
เขาเปิดประตูจากนั้นก็หันมาหาฉัน สายตาของเขาที่มองกันเปลี่ยนไป ตอนนี้มันนิ่งขรึมและกำลังประเมินฉันอยู่ จนฉันหยุดชะงักนิ่งงัน
“ยืนบื้ออะไร เข้ามาได้แล้ว อย่าทำให้เสียเวลา” เขาพูดพลางชักสีหน้าเล็กน้อยและเดินเข้าไปก่อน
“ค่ะ” ฉันจึงรีบตามเข้าไปและปิดประตูลง เพราะกลัวว่าเขาจะโมโหมากกว่านี้ พานทำให้ฉันอดที่จะได้เงินล้าน
เมื่อเข้ามาถึงห้อง หน้าต่างและกระจกทุกบานถูกปิดด้วยม่านกันแสง ทำให้ห้องค่อนข้างมืด แสงที่ลอดผ่านเข้ามานั้นน้อยมาก คุณแฟรงค์เดินนำเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ก่อนจะเปิดไฟ วินาทีที่ไฟสีส้มส่องสว่างมันทำให้ฉันตกใจมาก แทนที่มันจะสื่อถึงความโรแมนติก แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนโรงเชือดเสียมากกว่า
เขาเดินไปนั่งอยู่ปลายเตียงปลดกระดุมไปสองสามเม็ดเผยให้เห็นหน้าอกแกร่งนั้นต่อหน้าฉัน ฉันรีบเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน เพราะสายตาเขาที่จ้องมายังฉัน มันทำให้ฉันยืนสั่นสะท้าน เหมือนกำลังโดนจ้องรับน้องจากรุ่นพี่
“เงินหนึ่งล้าน แลกกับการที่เธอต้องหายใจเข้า หายใจออกเป็นฉัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงวางอำนาจก่อนจะหยิบเช็คมันขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง สายตาฉันจ้องไปที่เช็คนั้น และมันก็ปรากฏตัวเลขหนึ่งล้านจริง ๆ
“...” ฉันพูดอะไรไม่ออก แม้แต่จะยื่นมือไปหยิบยังไม่กล้า มันกลัวไปหมด
“จะเอาหรือไม่เอาวะ...” เสียงคำรามนั้นทำให้ฉันสะดุ้ง รีบเดินไปหยิบเช็คนั้นลงกระเป๋าใบเล็ก ก่อนจะมองเขาด้วยความหวาดผวาเล็กน้อย
“ฉะ...ฉันจะต้องเริ่มงานเมื่อไหร่คะ? แล้วต้องทำอะไรบ้าง”
ใบหน้าเขาแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะพ่นคำพูดที่วางอำนาจข่มเหงกันสุด ๆ
“คำถามโง่ ๆ ทันทีที่เธอรับเช็คเงินจากฉันไป งานของเธอคือทำให้ฉันพอใจ ไม่ใช่มานั่งถามเรื่องเวลา หนึ่งปีต่อจากนี้เธอคือเบี้ยของฉัน... จำไว้ถ้าอยากได้เงินอีกก็ปฏิบัติต่อฉันดี ๆ ทำให้ฉันพอใจซะ” มือเขาดึงร่างฉันเข้าหาจนแผ่นหลังฉันสัมผัสเข้ากับแผงอกแกร่งของเขา ก่อนจะซุกไซ้ลงซอกคอขาวเนียนที่มีแต่กลิ่นแป้งเด็กที่ฉันใช่ประจำ หากจะหวังความนุ่มนวลจากเขานั้นคงไม่มี เพราะแค่เริ่มเขาก็รุกฉันแรงจนฉันทำตัวไม่ถูก รู้สึกแปลกประหลาดไปหมด
“ชุดนักศึกษานี่ น่ารำคาญว่ะ ถอดมันออกซะ ถ้าไม่อยากให้ฉันกระชากมันขาด” ยิ่งเขาพูดดูถูกกันใจมันยิ่งเจ็บ แต่ฉันทำอะไรได้ในเมื่อตอนนี้ฉันได้เงินหนึ่งล้านตามต้องการแล้ว
ฉันกลืนน้ำลายพลางน้ำตาคลอเบ้า พยายามคิดไว้เสมอเพื่อชีวิตของแม่ มือเรียวบางของฉันค่อย ๆ ฝืนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น ต่อหน้าคุณแฟรงค์ สายตาเพลย์บอยอย่างเขากำลังกวาดตามองกันอยู่เหมือนกำลังพิจารณาร่างกายกันอย่างพินิจตีราคาสินค้าที่เขาเพิ่งซื้อมา แต่เพราะนี่คือครั้งแรกที่ฉันต้องมาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นมันก็เลย...
“จ่ายเงินไปเป็นล้านเพื่อให้กูมาดูอะไรแบบนี้เหรอวะ จะถอดได้รึยัง เงอะงะทำตัวเป็นของมือหนึ่งไปได้ เลิกจ้างดีไหมวะ”
‘ใช่ฉันมันมือหนึ่งจริง ๆ ไม่เคยผ่านชายใดมาก่อนหรือว่าคุณแฟรงค์อยากได้คนเป็นงาน ฉันต้องโกหกเขาก่อนดีไหม’
“ไม่หรอกค่ะ มายด์พอทำได้ คุณแฟรงค์ให้โอกาสมายด์ก่อนนะคะ” คำอ้อนวอนนั้นราวกับหมาจนตรอกเพราะฉันไม่อยากเสียเงินล้านนั่นไปจริง ๆ ตอนนี้สายตาเขามองฉันด้วยความหยั่งเชิงเขาคงเห็นฉันประหม่าไม่น้อย สายตานั่นมันเหมือนเยาะเย้ยกัน แต่มุมปากก็ยกยิ้มให้เห็นอยู่ ฉันจึงไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดยังไงกั บฉันกันแน่ ดังนั้นฉันจึงรีบถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกไป แม้แต่บราเซียและชั้นในเช่นกัน
“หืม เอามือออกดิ จะปิดทำไม ยังไงก็ต้องเห็นอยู่แล้ว เดี๋ยวมือฉันก็แหกแหวกไปดูอยู่ดี”
เขาพูดคำเหล่านี้ออกมาเหมือนทำแบบนั้นประจำ นั่นสินะเพลย์บอยอย่างเขา คงผ่านศึกมาเยอะ และคงเช็คของ(เรือนร่าง)จนตีเป็นมูลค่าได้อยู่แล้ว
สองมือของฉันที่ปกปิดส่วนสงวน ส่วนบนและส่วนล่างคลายออก เผยให้เห็นเต้าตูมคู่สวยยอดถันสีชมพูระเรื่อ และเนินเนื้อที่มีขนรำไร...เขามองกันไม่กะพริบตาพานทำให้ฉันอายมากจนต้องเบือนหน้าออกไปอีกทาง
“อืม...ถือว่าสวยใช้ได้”
‘เขาพูดเพียง สวยใช้ได้ นั่นสินะ ผู้หญิงแต่ละคนของเขาต้องระดับนางฟ้ากันอยู่แล้ว ส่วนฉันคงเห็นเพียงแค่เด็กร้อนเงิน เขาก็เลยสนองให้ก็เท่านั้น’
“เดินเข้ามาตรงหน้า แล้วจูบฉันซะ...”
“คะ? แต่ว่ามายด์...”
“อย่าให้ต้องพูดซ้ำสอง หน้าที่มีแค่บำเรอกามให้ฉันพอใจ จูบฉันซะ...” เสียงเข้มนัยน์ตาคมบ่งบอกถึงความไม่พอใจในตัวฉัน นั่นทำให้ฉันกลัวว่าฉันจะสูญเสียเงินหนึ่งล้านไป สุดท้ายร่างกายที่หนักอึ้งก็ต้องเดินหน้าต่อไป
ฉันเดินเข้าไปใกล้ ๆ นั่งลงบนตักเขาอีกครั้งก่อนจะยื่นริมฝีปากอันเรียวบางประกบเข้ากับริมฝีปากหนาของเขา ฉันพยายามนึกภาพถึงความอ่อนโยน จูบที่นุ่มนวลเผยอปากเล็ก ๆ
“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจของเขาทำให้ฉันชะงักเล็กน้อย เขาเลื่อนมือมาจับท้ายทอยกันก่อนจะกดให้ริมปากเราบดเบียดกันมากขึ้นพร้อมกับสัมผัสที่รุนแรงเอาแต่ใจ มันไม่ใช่การจูบหวานปานน้ำผึ้งเหมือนดูในซีรีส์ แต่นี้มันเหมือนเขากำลังช่วงชิงลมหายใจของฉันไป ฉันเริ่มทำอะไรไม่ถูก เพราะนี้คือ ‘ครั้งแรก’ ใช่แล้ว...เรียกได้ว่ามันคือครั้งแรกไปเสียทุกอย่าง